|
ประโยชน์สูงสุดจาก RMF และ LTF
เศรษฐศาสตร์จานร้อน : ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2549
ในยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัวคำถามที่เกิดขึ้นคือ จะสามารถหารายได้เพิ่มอย่างไร และหากมีเงินเพื่อลงทุนแล้วควรจะลงทุนอะไร เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงและมีความเสี่ยงที่พอจะรับได้ คำตอบของผมคือการหมั่นเพียรลงทุนใน RMF และ LTF ครับ
คุณณฤทธิ์ โกศลาทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคลของบล.ภัทร ได้กรุณาทำตัวเลขเพื่อสะท้อนให้เห็นว่า การลงทุนใน RMF และ LTF อย่างต่อเนื่องในช่วงอายุทำงาน 35 ปีนั้น สามารถทำให้เราสามารถลดการเสียภาษีให้รัฐ รวมเป็นมูลค่ามากกว่า 2 ล้านบาท และหากเราตั้งสมมติฐานว่าการลงทุนดังกล่าวให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเพียง 6% ต่อปี ก็จะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนดังกล่าวอีกเกือบ 2.5 ล้านบาท
ผลคือเม็ดเงินที่จะมีอยู่ในมือเมื่ออายุ 60 ปี หากมีวินัยในการออมและลงทุนผ่าน RMF และ LTF อย่างสม่ำเสมอ โดยเริ่มต้นเมื่ออายุ 25 ปีนั้น จะมากถึง 4.5 ล้านบาท และหากจะทอนเม็ดเงินดังกล่าว กลับมาเป็นกำลังซื้อปัจจุบันโดยมีสมมติฐานว่าเงินเฟ้อเฉลี่ย 3% ต่อปีในช่วง 35 ปีดังกล่าว ก็จะเท่ากับ 1.6 ล้านบาท ทั้งนี้ รายละเอียดปรากฏในตารางข้างล่าง
| ปีที่ทำงาน |
ตาราง |
เงินสะสมในกองทุน (ต่อปี) |
เงินภาษีที่ไม่
ต้องจ่ายต่อปี |
ภาษีที่ไม่ต้อง
จ่ายรวมยอด |
บวกผลตอบแทน
จากการลงทุน |
| อายุ |
เงินเดือน |
สำรองเลี้ยงชีพ |
RMF |
LTF |
| 1 |
26 |
25,000 |
30,000 |
45,000 |
45,000 |
8,000 |
8,000 |
8,000 |
| 5 |
30 |
36,603 |
43,923 |
65,885 |
65,885 |
18,177 |
67,484 |
74,333 |
| 10 |
35 |
54,777 |
65,732 |
98,599 |
98,599 |
24,879 |
177,677 |
222,833 |
| 15 |
40 |
71,908 |
86,290 |
129,435 |
129,435 |
49,548 |
378,401 |
521,495 |
| 20 |
45 |
84,980 |
101,976 |
152,964 |
152,964 |
68,371 |
685,640 |
1,042,027 |
| 25 |
50 |
98,515 |
118,218 |
177,328 |
177,328 |
80,931 |
1,069,249 |
1,825,528 |
| 30 |
55 |
114,206 |
137,047 |
162,953 |
205,571 |
98,047 |
1,520,716 |
2,949,455 |
| 35 |
60 |
132,396 |
158,876 |
141,124 |
238,313 |
119,876 |
2,075,148 |
4,569,210 |
สมมติฐาน
1. เริ่มทำงานอายุ 25 ปี และ เงินเดือนปรับขึ้นปีละ 10% ระหว่างอายุ 25-30 เงินเดือนปรับขึ้นปีละ 8% ระหว่างอายุ 30-35 เงินเดือนปรับขึ้นปีละ 5% ระหว่างอายุ 35-40 เงินเดือนปรับขึ้นปีละ 3% ระหว่างอายุ 40-60
2. ผลตอบแทนการลงทุน 6% ต่อปี
3. ลงทุนใน RMF และ LTF เต็มตามสิทธิ
4. ไม่คำนึงถึงธุรกรรมอื่นๆ ที่ช่วยลดภาษี เช่น การผ่อนบ้านและการบริจาค เป็นต้น
จากตาราง (1) จะเห็นว่า บุคคลที่เริ่มต้นทำงานตอนอายุ 25 ปีที่เงินเดือน 25,000 บาทนั้น จะสามารถลดภาระภาษีได้ประมาณ 8,000 บาท โดยการลงทุนใน RMF และ LTF แต่ภัทรตั้งสมมติฐานว่า บุคคลนี้มีวินัยในการออม/ลงทุนอย่างดี เพราะลงทุนใน RMF และ LTF รวม 90,000 บาทต่อปี และยังใช้สิทธิสูงสุดในการแบ่งเงินเดือนอีก 10% ไปลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของตน ซึ่งอาจดูว่าเป็นอัตราการออมที่ค่อนข้างสูงมาก เพราะเท่ากับการออมเงิน 120,000 บาทต่อปี จากรายได้ 300,000 บาทต่อปี
แต่เงื่อนไขการออมที่เข้มงวดดังกล่าว จะทำให้ผู้ออมมีความมั่นคงทางการเงินอย่างมาก เพราะเม็ดเงินที่จะมีอยู่ในมือในวันเกษียณอายุนั้น น่าจะประมาณ 12-14 ล้านบาท โดยจะมีเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้เงินของตนเอง และเงินจากนายจ้าง รวมทั้งผลตอบแทนจากการลงทุนดังกล่าวประมาณ 7-9 ล้านบาท
ส่วนการลงทุนใน RMF และ LTF นั้น จะมีผลตอบแทนให้อีก 4.6 ล้านบาท หากมีการออมด้วยตัวเองในรูปแบบอื่นๆ อีก (เช่น การทำประกันชีวิตแบบออมทรัพย์) ก็จะทำให้สามารถมีเงินเก็บตอนเกษียณอายุได้ 15-16 ล้านบาทได้ ซึ่งหากเม็ดเงินดังกล่าว ให้ผลตอบแทน 5% ต่อปี ก็จะทำให้ยังมีกระแสเงินสดต่อเดือนประมาณ 60,000 บาท ซึ่งน่าจะเพียงพอ และให้ความมั่นคงทางการเงิน ในระดับที่ดี
ตาราง 2 มูลค่าปัจจุบัน (Present Value) ของภาษีที่ไม่ต้องเสียบวกผลตอบแทนการลงทุน (Present Value of Life-Time Tax Saving)
| รายได้ปัจจุบัน |
อายุ |
| 25 |
30 |
35 |
40 |
45 |
50 |
| 25,000 |
1,623,821 |
1,215,137 |
871,882 |
576,945 |
334,728 |
165,809 |
| 50,000 |
3,427,748 |
2,784,032 |
2,174,967 |
1,584,864 |
1,012,122 |
511,492 |
| 70,000 |
4,000,448 |
3,283,275 |
2,632,982 |
2,035,077 |
1,453,457 |
853,667 |
| 80,000 |
4,191,294 |
3,425,166 |
2,755,899 |
2,142,482 |
1,570,026 |
983,602 |
| 90,000 |
4,352,737 |
3,545,937 |
2,843,244 |
2,218,147 |
1,637,636 |
1,069,737 |
| 100,000 |
4,478,062 |
3,654,503 |
2,907,059 |
2,267,338 |
1,680,249 |
1,122,707 |
บางทีนักลงทุนในตลาดหุ้นจะชอบพูดว่าอยากซื้อหุ้น แต่ต้องการรอให้ราคาถูกลงไปอีกสัก 5-10% ต้องทำความเข้าใจว่า การลงทุนในหุ้นผ่าน RMF และ LTF นั้น เสมือนกับการที่รัฐบาลให้อภิสิทธิ์กับมนุษย์เงินเดือนในการเข้าไปซื้อหุ้น ในราคาที่ถูกกว่าราคาตลาด ตัวอย่างเช่น บุคคลที่อายุ 50 ปี และมีเงินเดือน 98,500 บาท จะมีรายได้ที่พึงประเมินภาษี 569,000 บาท แต่หากลงทุนใน RMF และ LTF เต็มตามสิทธิ คือ 364,000 บาท ในปีนั้น ก็จะลดภาษีที่ต้องจ่ายไปให้กับรัฐบาลถึง 80,000 บาท ซึ่งไม่แตกต่างอะไรกับการเข้าซื้อหุ้น ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด 20% นั่นเอง
หากผู้ลงทุนระบุให้ลงทุน RMF ในตราสารหนี้ เพราะกลัวความเสี่ยง และตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนปีละ 5% การซื้อที่ราคาถูกลงไป 20% ก็เสมือนกับการได้ผลตอบแทนจากตราสารดังกล่าว สูงกว่าอีก 20% (คือจาก 5% เป็น 6%) นั่นเอง
บางคนอาจไม่มีวินัยหรือศักยภาพที่จะออมเงิน โดยเฉพาะในช่วงแรกของการทำงาน ก็ไม่ได้หมายความว่า การเริ่มต้นการออมเมื่ออายุมากขึ้นจะทำให้เสียเปรียบมากนัก ประเด็นอยู่ที่ระดับเงินเดือนเป็นสำคัญ เพราะหากมีรายได้มาก ก็จะลดหย่อนภาษีได้มาก ทำให้การเริ่มออมที่อายุ 30-35 ก็ยังจะไม่สายเกินไป
ดังเห็นได้จากตาราง (2) ซึ่งคุณณฤทธิ์ได้คำนวณเงินลงทุนและผลตอบแทนทั้งหมดที่พึงจะได้รับในวันเกษียณอายุ โดยได้คำนวณเป็นมูลค่าที่วัดจากกำลังซื้อในปัจจุบัน (present value) แล้ว ตัวอย่างเช่น หากมีเงินเดือน 50,000 บาท และปัจจุบันอายุ 30 ปี ก็จะได้ผลตอบแทนทั้งหมดเท่ากับ 2.78 ล้านบาท เมื่อเกษียณอายุ ซึ่งมูลค่าจะไม่แตกต่างมากกว่าการเริ่มออมเมื่ออายุ 25 หรือ 35 ปีมากนัก
แต่หากรอนานไปจนกระทั่งอายุ 40-50 ปีก็จะเห็นว่าผลตอบแทนที่พึงได้รับจะต่ำกว่ามาก เพราะไม่ได้มีเวลาให้การลงทุน ออกดอกออกผลเพียงพอ นอกจากนั้น หากเริ่มออม ตอนอายุมาก ก็จะต้องลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ (เพราะระยะเวลาของการออมเพียง 5-10 ปี ไม่ใช่ 20-30 ปี จึงยอมรับความผันผวนของการลงทุนได้น้อย) ทำให้ต้องยอมรับผลตอบแทนต่ำไปด้วย
|