Timing..สิ่งที่ธรรมชาติสอนเรา
สวนหลวง ร.๙ เป็นสวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ อยู่ในแขวงบางบอน เขตประเวศ ทางตะวันออกของกรุงเทพมหานคร จัดสร้างเพื่อสร้างเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในศุภมงคลสมัยเจริญพระชนมพรรษาครบรอบ 60 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2530 มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ใจกลางสวน ดังรูป
เรามักจะไปวิ่งที่สวนหลวงทุกเช้า เพราะที่พักอยู่ใกล้ๆ ขับรถไปไม่ถึงห้านาที เมื่อเข้าไปในสวน ประสาทสัมผัสทั้งหมดของเราจะใช้งานเต็มที่
หู..ได้ยินเสียงแมลง นก กระรอก และเสียงลมพัดเบาๆ แว่วมา ปราศจากเสียงอึกทึกครึกโครม ที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์
ตา.. ก้มหน้าก็เห็นดอกไม้สีสันต่างๆที่ปลูกอยู่บนพื้น เงยหน้าขึ้น มองไปรอบๆ ก็เห็นภาพ Perspective (ภาพสามมิติที่มี ความลึก ความกว้าง) ซึ่งหาดูได้ยากในใจกลางเมืองที่แออัด มองไปไหนก็เห็นแต่ ตึกๆๆ ห้องสี่เหลี่ยมๆ หน้าจอสี่เหลี่ยม ๆ จนเกือบลืมไปแล้วว่าภาพ Perspective มันเป็นยังงัย การที่ได้มายืนอยู่ในที่กว้างๆ โล่งๆ มันให้ความรู้สึกดีและมีอิสรภาพจริงๆค่ะ
จมูก..สูดอากาศบริสุทธิ์ เจือกลิ่นหอมของดอกไม้พันธุ์ต่างๆ ตอนนี้เราจะรีบฉกฉวยโอกาส หายใจลึกๆ สุดปอดไปเลย เป็นการล้างปอดไปในตัว ก่อนที่จะไปเผชิญกับสารตะกั่วบนท้องถนนตอนเช้า
ปาก..เรื่องอาหารการกินไม่ต้องห่วงค่ะ หน้าสวนมีตลาดขายทั้งอาหารสดและแห้ง ราคาไม่แพงจนเกินไปนัก และคุณภาพอาหารก็ถูกคัดสรรมาอย่างดี เหล่าพ่อค้า แม่ค้าเค้ารู้ค่ะ ว่ากลุ่มลูกค้าที่มาออกกำลังกาย ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่รักสุขภาพ และพยายามเลือกสรรสิ่งที่ดีให้กับตนเอง หากร้านไหนมักง่าย เอาแต่ได้ ขายอาหารไม่สด ไม่สะอาด ลูกค้าซื้อไปลองกินครั้งเดียวเค้าก็เลิกซื้อแล้วค่ะ
ที่เห็นชัดอีกอย่าง คือ คนที่มาออกกำลังกายในสวนจะมี "รอยยิ้ม" บนใบหน้า สดชื่น ผ่อนคลาย เราเอง.บางทีความคิดดีๆ หรือ ทางออกของปัญหาที่คิดไม่ตก มันก็มาเฉลยในสวนนี่แหล่ะ....
เราเองก็เหมือนคนทั่วไป ที่เวลามีปัญหา หาทางออกยังไม่ได้ ก็จะครุ่นคิดถึงแต่มัน เอามันใส่ไว้ในหัวเนิ่นนาน จน สลัดไม่หลุดดังติดกาวตราช้างไว้ แม้เวลานอน ก็ยังเอาปัญหาไปกกกอดบนเตียงด้วย ทั้งที่รู้ว่าไม่ควร เพราะ นี่เป็นเวลาพักผ่อนแล้วนะ.. การที่ได้ตื่นเช้าๆ ไปวิ่งในสวน อยู่กับธรรมชาติ บางครั้ง ธรรมชาติก็ให้คำตอบที่แสนง่ายดายกับเรานะคะ
วันหนึ่งหลังจากที่วิ่งเสร็จ เราก็มานั่งพักริมสระน้ำใหญ่กลางสวน ตรงที่ประจำของเรา มองไปทางขวามือ เห็น ตรงเนินดินมีดอกดาวเรืองสีเหลืองส้ม บานเต็มไปหมด นึกได้ว่า เอ๊ะ...เมื่อวานมันยังไม่มีเลยนี่ เห็นมีแต่ต้นอะไรก็ไม่รู้สีเขียวๆ ใบเล็กๆ ยาวๆ แล้วมาวันนี้ ทำไมอยู่ดีๆ มันก็ผลิตดอกไม้ที่แสนสวยออกมาได้...
สิ่งที่ธรรมชาติตอบเราคือ คำว่า Timing ค่ะ ทุกอย่างมีช่วงเวลาของมัน อย่างดอกไม้..เราจะไปฉุดรั้งให้มันบานวันนี้ได้อย่างไร อาจจะต้องรอพรุ่งนี้ มะรืน สัปดาห์หน้า เดือนหน้า..เมื่อไหร่..ไม่มีใครรู้ แต่สักวันหนึ่ง ดอกไม้มันต้องบานตามที่ธรรมชาติกำหนด ในเวลาที่เหมาะสม สิ่งที่เราควรทำคือ รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ดูแลต้นไม้ให้ดีที่แล้ว และ ..รอคอย..... (ติ๊กต่อก ๆๆๆๆ... )
แต่หากเรารอคอยแล้ว รอคอยเล่า ดอกไม้ก็ไม่บานสักที อีกข้อที่ธรรมชาติสอนเรา คือ ต้นไม้..ไม่รู้จักคำว่า "สิ้นหวัง"ค่ะ มันรู้จักแต่คำว่า "ปรับตัว" และ "สมดุลย์" เพื่อที่จะดำรงชีวิตอยู่บนโลกนี้ต่อไปได้ แม้แต่ที่ที่ไม่น่าจะมีสิ่งมีชีวิตใดๆ เช่น ทะเลทราย.. ต้นกระบองเพชร ก็ยังเติบโตขึ้นมาได้ แถมยังมีความงดงามในแบบของมันเองด้วย ธรรมชาตินั้นฉลาด น่าทึ่ง บริสุทธิ์และสวยงาม จริงๆค่ะ
แนะนำให้เพื่อนๆ หาโอกาสใกล้ชิดธรรมชาติบ้างนะคะ เพราะพวกเราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติเช่นกัน คำตอบของคำถามต่างๆในใจเรา อาจจะกระซิบมาตามสายลมท่ามกลางธรรมชาติที่สงบก็ได้ค่ะ 
Have a nice day ka ^_^ |