บ๊อก ภาวุธ

- หนัก ทน เย็น -

Posted by poosechuan
12:20, 2009-Jun-22 .. Posted in บันทึกความคิด .. 0 comments .. Link

หวัดดีค่า.. เว้นช่วงจาก blog ตลาดไปพักหนึ่ง เนื่องจากหัวฟูกะงานอยู่ จนเขียนอะไรม่ายออก วันนี้เราจะมาคุยสั้นๆ นะคะ อยากพูดถึงสิ่งๆหนึ่งที่อยู่รอบตัวเรา แต่เราอาจไม่เคยสนใจมันเลย  มันคือ "ก้อนหิน" ค่ะ...

ไม่ได้มาชวนคุยเรื่อง ธรณีวิทยา หรือเพลง ก้อนหินก้อนนั้น ของโรส ศิรินทิพย์ นะคะ  เพียงอยากจะเปรียบเปรยอะไรสักอย่างให้เพื่อนๆ ได้เห็นภาพ


เอาล่ะ เรามาดูคุณสมบัติของหิน ที่เรารู้ๆกัน คือความ "หนัก ทน เย็น" ของมัน...
คุณสมบัติ 3 ข้อนี้ทำให้ หิน เป็นสิ่งที่แข็งแรง คงทน นำไปผสมสิ่งใด ก็ทำให้สิ่งนั้น กันความร้อนได้ มีความมั่นคง ทนทาน ไม่เปราะหักง่ายๆ ชีวิตเราก็เช่นกันค่ะ หากต้องการความมั่นคง เราก็ควรจะมี "หัวใจหิน"...


หัวใจหิน คืออะไร?  ใช่ต้องเป็นคนเย็นชาไร้ความรู้สึก เหมือนที่มีคำกล่าวว่า "คนใจหิน" รึเปล่า? ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ เราเพียงแค่ผสม "ก้อนหิน" ลงไปในหัวใจของเราบ้าง เพราะมันจะช่วยทำให้ใจเรามีคุณสมบัติดังต่อไปนี้...


หนัก -  หนักแน่น ไม่ปลิวไปตามลมปากคน  มีสติพิจารณาได้ ว่า สิ่งนั้นจริงหรือไม่ และไม่ลอยไปตามคำป้อยอ
ทน - อดทน อดกลั้น แม้จะเจอ แดด ลม ฝนเท่าไร ก็ยังคงอยู่ ไม่สลายไปง่ายๆ
เย็น - เยือกเย็น ถึงจะโดนแดดเผาในตอนกลางวัน แต่พอตกเย็นก็คายความร้อนออกมาและกลับมาเย็นได้เหมือนเดิม


บางคนอาจจะคิดว่า พูดง่ายแต่ทำยากจังวุ้ย  ถูกค่ะ  เพราะตัวเราเองก็  "หนัก ทน เย็น" ได้มั่ง ไม่ได้มั่ง ตามประสามนุษย์ปุถุชน บางครั้งก็โลดแล่นไปตามอารมณ์ความรู้สึก แต่อย่างน้อยก็ขอให้ทุกท่าน(รวมทั้งตัวเราด้วย) พยายามทำตัวให้มีคุณค่าละกัน  ก็ดูสิคะ ขนาด "ก้อนหิน" มันยังทำตัวเป็นครูสอนใจคน อย่างเรา ๆ ท่านๆได้เลย


Have a nice day ka ^^




กลอนแก้ต่างให้กับความรัก

Posted by poosechuan
06:29, 2009-Apr- 2 .. Posted in บันทึกความคิด .. 0 comments .. 0 trackbacks .. Link

ช่วงนี้อารมณ์แต่งกลอนมาแรง เห็นเพื่อนเจ้าบทเจ้ากลอน(คนเดิม) เขียนกลอนตอบคนที่กำลังอกหัก เลยร่วม แจมไปด้วยอีก 3 บท ^ ^

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จาก http://babyturky.exteen.com/20090401/entry

วันหนึ่งมีโอกาสเข้าไปอ่านอะไรเล่นๆ ใน เวบบอร์ด แล้วก็ไปสะดุดอยู่ที่กลอนบทหนึ่ง เขาว่าไว้อย่างนี้

บางคนบอกว่ารักนั้นคือความเจ็บปวด
รักคือบทสวดของคนร้องไห้
บางคนบอกว่ารักคือสายฝนชุ่มช่ำใจ
แต่ถ้าตากมากไปก็ใช่ดี

สำหรับฉัน...รักนั้นหรือคือนิทานโกหก
รักคือผ้าขาวสกปรกที่มีแต่สี
รักคือคำสอนที่หลอกลวงแท้ที่จริงแล้วไม่มี
เมื่อรักไม่จริงแบบนี้แล้วเธอเข้ามาในชีวิตฉัน ทำไม

พออ่านจบก็เลยนึกอยากบอกอะไรกับเขาหน่อย นักนึกอยู่สักพักก็เลยตอบไปว่า

รักคืออะไร ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
อยู่ที่ว่าเธอนั้นอยากรักไหม
จะเป็นลม เป็นฝน หรือเป็นไฟ
ก็ขึ้นอยู่ที่ใจสั่งให้เป็น


รักไม่เคย ทำร้าย  ให้ใครช้ำ
รักมิใช่สีดำ บนผ้าขาว
หากเธอมองให้ลึกถึงเรื่องราว
รักยังขาว แต่คือใจ คน...ที่ดำ


อยากอยู่อย่าง เดียวดายแล้วไร้รัก
หรือเลือกจัก เดินทางแสวงหา
ตามหัวใจ คนที่ใช่ กลับคืนมา
อยู่ที่ เธอจะกล้า หรือ จะกลัว

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันต่อไปนี่ คือกลอนที่เราแต่งตอบนะ...

สงสารจังรักกลายเป็นผู้ผิด
ใครก็คิดว่ารักร้ายไร้คุณค่า
ทั้งที่จริงรักนั้นไม่มีมารยา
บริสุทธิ์ไร้เดียงสาและเยือกเย็น

รักร้อน&ร้ายมันคือรักเทียมแน่แน่
เพราะรักแท้โง่และทึ่มกว่าที่เห็น
รักแท้นั้นทำร้ายใครไม่เป็น
ไม่หลอกเล่นให้หลงจนช้ำใจ

ฉันรู้ว่าเธออยากได้รักเต็มเปี่ยม
แต่รักแท้/เทียมเธอจะแยกได้ไหม
มันอยู่ที่เธอให้รักแบบใดไป
ให้แบบไหนเธอก็ได้แบบนั้นคืน

Have a nice day ka ^ ^



โลกจินตนาการ...กลอนมันพาไปอ่ะ

Posted by poosechuan
11:07, 2009-Apr- 1 .. Posted in บันทึกความคิด .. 6 comments .. 0 trackbacks .. Link

เมื่อวานเพื่อนเก่าสมัยเรียนม.ปลาย เขียนกลอนที่เค้าเคยแต่งเอาไว้ ลง blog (อ่ะเพื่อนๆ ที่ชอบคำกลอน ลองเข้าไปอ่านดู คลิกที่นี่)
เราเลยเกิดอยากแต่งกลอนมั่ง (หลังจากห่างหายไปเป็นสิบปี ) เมื่อคืนเลยแต่งมาได้ 5 บท  (คำสัมผัสอาจไม่ค่อยเนียน โปรดอภัย ขอให้อ่านแบบสบายๆ ให้กลอนพาไปนะ )


โลกจินตนาการ


ทุกคนมีโลกความฝันใบหนึ่งไว้
โลกใบนั้นฉันยิ่งใหญ่ใครจะเหมือน
ทำได้หมดจะร้อยดาวหรือสาวเดือน
จะฟั่นเฟือนเลื่อนลอยได้ตามใจ


โลกใบนั้นไม่มีเวลานับ
จะตื่นหลับใครหรือจะว่าได้
ปล่อยตามจินตนาการแห่งหัวใจ
จริงหรือลวงนั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ


แต่ทุกอย่างมีสองด้านคานสองสิ่ง
ฉันนั้นรักทั้งโลกจริงและโลกฝัน
โลกความจริงฉันเฝ้าดูเรียนรู้มัน
โลกความฝันกล่อมใจฉันทุกค่ำคืน


บนโลกจริงบางสิ่งช่างร้ายกาจ
โลกฝันพาฉันวาดรุ้งแห่งความหวัง
หากโลกจริงทำชีวิตฉันพัง
ในโลกฝันฉันยังมีตัวตน


จินตนาการสำคัญกว่าความคิด
จะถูกผิดรู้ไปใยให้สับสน
เป็นพื้นฐานสิทธิเสรีชน
คนทุกคนมีสิทธิ์ฝันบรรเจิด...จินต์


Have a nice day ka ^ ^



ความเอ๋ย ความรัก

Posted by poosechuan
09:52, 2009-Feb-16 .. Posted in บันทึกความคิด .. 0 comments .. 0 trackbacks .. Link

ความเอ๋ย ความรัก


ผ่านวันวาเลนไทน์มาแล้วนะคะ เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย... ส่วนเราฉลองวาเลนไทน์ด้วยการไปงานบวชญาติ ที่กำแพงเพชรมา อากาศที่นั่นร้อนมาก และ ถูกประกาศเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ประสบภัยแล้งแล้ว...


อ่ะ..มาพูดถึงวันวาเลนไทน์กันต่อ แต่ละคนคงมีหลากหลายความรู้สึกกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้
สาวช่างฝัน คงตื่นเต้น ใจเต้นตุ๊บๆ ว่าจะมีใครมาให้ดอกไม้หรือ สารภาพรักบ้างนะ...
หนุ่มบางคนก็อยู่ในช่วงเวลายากลำบาก เค้นคิดว่าตนเองต้องทำอะไรให้แฟนสาวดี (ก็ลองไม่ทำอะไรเลยสิ อาจจะเจอท่าไม้ตายของ "อาร์ตตัวแม่" เล่นงานไปอีกหลายวัน หุหุ..)
หนุ่มเจ้าสำราญ ก็ต้องวางแผน จัดสรร resource เช่น เวลา ของขวัญ ให้กับกิ๊กแต่ละคนให้เหมาะสม...
หรือมันก็เป็นเพียงแค่วันๆหนึ่งที่มี 24 ชม. เหมือนทุกๆวัน...

 

ที่มาของวันวาเลนไทน์ อย่างที่เคยได้ยินได้ฟังกันมา  คือความรักบริสุทธิ์ของนักบุญวาเลนไทน์ ที่มีต่อลูกสาวตาบอดของผู้คุมนักโทษ...
ความรัก คงเกิดขึ้นตั้งแต่แรกพระเจ้าสร้างโลกเลยนะคะ ในพระคัมภีร์จะบอกเสมอว่า "เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก ..."

 

ความรักก็เหมือนอาหารค่ะ วันนี้คุณอาจจะบอกว่า "เอาล่ะ พอแล้ว ฉันอิ่มแล้ว" แล้วคิดเหรอคะ ว่าคุณจะไม่มีวันหิวอีก??
ในเมื่อหัวใจของเราถูกออกแบบให้มีความรู้สึก  ต้องการให้ และต้องการรับ เหมือนร่างกายที่ถูกออกแบบให้หิวเพื่อรับอาหารไปใช้เป็นพลังงานในการเคลื่อนไหว...

 

การไม่เปิดรับความรักเลย เป็นการทำร้ายหัวใจตัวเองนะคะ การรับความรักมีพิษก็เช่นกัน บางทีไม่รู้ แต่บางทีก็รู้ดี แต่ก็ยังรับ ความรักมีพิษ นั้นไว้ เนื่องจากติดใจรสชาติอันหอมหวาน เหมือน น้ำผึ้งเคลือบยาพิษของมัน


ความรักมีพิษ คือ ความรักแบบไหนเหรอคะ???  มันก็คือ...
ความรัก ที่ถูกใจแต่ไม่ถูกต้อง ความรักที่ต้องแย่งชิงของๆคนอื่นมา มันให้ความรู้สึกตื่นเต้น ท้าทาย (ละคร เมียหลวง เป็นตัวอย่างที่ดีนักแล..)
ความรัก ที่หลอกลวง เสแสร้ง แกล้งว่ารักเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนเองต้องการ
ความรัก ที่ปนเปื้อนด้วย ความใคร่ ความริษยา ความเห็นแก่ตัว
ฯลฯ

 

การที่หัวใจไม่เปิดรับความรัก เป็นการทำร้ายตัวเอง แต่การรับความรักมีพิษ นั้นยิ่งร้ายกว่านัก เราต้องฉลาดเลือกนะคะ
ว่าความรักที่เราให้ไป หรือ ได้มา เป็นความรักแบบไหน รักแท้หรือรักเทียม ส่วนตัวแล้ว เรายังเชื่อว่า เราให้อะไรไป ท้ายที่สุดเราก็จะได้สิ่งนั้นกลับมา ค่ะ...

 

ปิดท้ายด้วย นิยามรัก ซึ่งแต่ละคนคงแตกต่างกันไป สำหรับเรา ความรักคือ ความรู้สึก สุข ทุกข์ ร้อน หนาว ไปกับคนที่เรารัก ทั้งๆ ที่เราไม่ได้เป็นตัวเขา หรือ อยู่ตรงนั้นกับเขา สิ่งสำคัญคือ ความเข้าใจและเชื่อใจกันค่ะ ขอให้เพื่อนๆ ได้พบเจอแต่ ความรักปลอดสารพิษ นะคะ

 

Have a nice Valentine day ka ^ ^



คนมีไว้ให้รัก...ทรัพย์มีไว้ให้ใช้

Posted by poosechuan
08:03, 2009-Feb- 9 .. Posted in บันทึกความคิด .. 0 comments .. 0 trackbacks .. Link

คนมีไว้ให้รัก...ทรัพย์มีไว้ให้ใช้ 

เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราไปโบสถ์ ที่ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดี ใกล้ๆตึกดีแทค... อาจารย์ประยูร ซึ่งทำหน้าที่เทศนาในวันนั้นได้พูดถึงเรื่องเงินๆทองๆ ซึ่งเป็นประเด็นร้อนของคนไทยและคนทั่วโลกในยุคนี้

เงินทองนี่เป็นของบาดใจนะคะ เราเองก็ยอมรับว่าถึงแม้เงินไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้เรามีความสุข แต่มันก็ทำให้ชีวิตเราง่ายดายขึ้นเยอะ...


 ท่ามกลางข่าวร้ายทั้งหลายเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก ที่ประดังประเด นำเสนอผ่านสื่อต่างๆ ทุกวันนี้ มันทำให้เราอดไม่ได้ที่จะไหวหวั่นไปตามกระแส


 อาจารย์ได้แนะนำวิธีคิด ให้กับชาวคริสเตียนอย่างเรา ดังนี้ค่ะ

1. ตัวเราเป็นอะไรกับเงิน เราเป็นเพียงผู้ดูแล  เงินและทรัพย์สมบัติทั้งหลายเป็นของพระเจ้า พระองค์มอบให้เรา สักวันพระองค์ก็อาจจะนำมันกลับไปได้ คือ ไม่ให้ยึดติดกับทรัพย์สมบัติมากจนเกินไป

2. เราจะใช้เงินอย่างไร ต่อเนื่องจากข้อแรก เราเป็นคนดูแล ดังนั้นเราก็ควรใช้ทรัพย์สมบัติที่พระเจ้าให้มาตามน้ำพระทัยของพระเจ้า คือ ใช้เงินในทางที่ถูกต้อง เช่น ใช้เงินเพื่อดำรงชีวิตตนเอง ใช้เงินเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ลำบากกว่าเรา ไม่ใช่ใช้เงินไปซื้อหวย เล่นพนันต่างๆ เพราะนั่นย่อมไม่ใช่น้ำพระทัยของพระเจ้าแน่ๆ

3. ใช้เงินเท่าที่มี คือพอใจในสิ่งที่พระเจ้าให้เรา ใช้เท่าที่เรามี อย่าสร้างหนี้โดยไม่จำเป็นค่ะ


มีข้อคิดเกี่ยวกับเงินเพิ่มเติมค่ะ เพื่อนๆอาจเคยได้ยินประโยคนี้.. คนมีไว้ให้รัก ทรัพย์มีไว้ให้ใช้

แต่ถ้าเมื่อไรที่จำสลับกันว่า คนมีไว้ให้ใช้ ทรัพย์มีไว้ให้รักล่ะก็ ไม่มีคนไหนทนอยู่กับคุณได้หรอก และเมื่อคนไม่อยู่แล้ว คิดหรือ ว่าทรัพย์ที่คุณรักหนักหนามันจะอยู่กับคุณตลอดไป สักวันมันก็ต้องหมดลง…


อาจารย์สรุปไว้ตอนท้ายว่า จงใช้ทรัพย์เพื่อให้ได้คน อย่า ใช้คนเพื่อให้ได้ทรัพย์
ใช้ทรัพย์เพื่อให้ได้คน นี่ไม่ใช่เอาเงินฟาดหัวกันนะคะ(มันเจ็บนะ ) เราหมายถึงว่า
ใช้เงินเพื่อช่วยเหลือ หรือ ส่งเสริมสนับสนุนคน(ในทางที่ดี)...
ใช้เงิน เพื่อแสดงให้รู้ว่าเราเห็นคุณค่าและความสำคัญของเค้านะ แล้วคุณจะได้ใจคนไว้…

 แต่ถ้า ใช้คนเพื่อให้ได้ทรัพย์ มากจนเกินไป มันสร้างความอึดอัด กดดัน ขมขื่นใจให้กับคนถูกใช้นะคะ สักวันเค้าก็จะไปจากคุณ…
ทั้งนี้ ทุกอย่างควรตั้งอยู่บนความพอดีค่ะ มันต้องไปด้วยกันทั้งรักและเงินเพราะ มีเงินอย่างเดียวก็ไม่ใช่ว่าคุณจะได้สิ่งที่ต้องการมา หากไม่รู้วิธีใช้เงิน และหากรัก(ษา)คนไม่เป็น คุณก็จะรัก(ษา)ทรัพย์ไม่ได้เช่นเดียวกันค่ะ…

... Have a nice day ka...



พ่อ...คนนี้นั้นมีแต่ให้

Posted by poosechuan
11:17, 2009-Jan-21 .. Posted in บันทึกความคิด .. 0 comments .. 0 trackbacks .. Link

โอววววว..ยินดีต้อนรับกลับสู่ blog ตลาดอีกครั้ง หลังจาก blog ป่วยไปเกือบ 2 เดือน จริงๆ บทความนี้เราเขียนตั้งแต่ช่วงวันพ่อ แต่ยังไม่ทันได้ลง  blog ก็เดี้ยงซะก่อน ยังงัยก็ สุขสันต์วันพ่อ ย้อนหลังนะคะ ^ ^

พ่อ...คนนี้นั้นมีแต่ให้


ความรักของพ่อ-แม่
พ่อ-แม่ คือพรหมของลูก  พระพรหม ก็คือ ผู้สร้างโลก ในความเชื่อของศาสนาพราหมณ์...
ความหมายคือ พ่อ-แม่ เป็นผู้สร้าง เป็นที่พึ่งของลูก แม้แต่โจรร้ายหัวใจทมิฬแค่ไหนเมื่อเข้าตาจน ชีวิตใกล้จะถูกปลิด สิ่งสุดท้ายที่เขาร้องหา ก็คือ พ่อแม่ของตน...


เคยมีคำกล่าวไว้ว่า หากจะแก้แค้นคนที่ฆ่าพ่อของตน ไม่ต้องไปฆ่าพ่อของคนนั้นกลับ
แต่ให้ ฆ่าลูกของมันแทน เพราะ มนุษย์จะรักและหวงแหน สายเลือดของตนยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง...

ในฐานะที่เราทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ขอเปรียบเทียบนะคะว่า ก็เหมือนพระเจ้าได้วาง ชิปเขียนโปรแกรมคำสั่งใส่ไว้ในตัวมนุษย์ว่า พ่อแม่จะรักลูก ปกป้อง อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่ลูก..ส่วนลูก ก็จะรัก เทิดทูน และ ร้องหาพ่อแม่


แล้วมาดูโลกตอนนี้ ทำไมโปรแกรมที่พระเจ้าวางไว้มันแปรปรวนนะ... คงเคยได้ยินข่าว ลูกบันดาลโทสะฆ่าพ่อแม่  พ่อกักขังลูกสาวไว้บำเรอความใคร่ของตัวเอง เปรียบไปก็เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์โดนไวรัส ทำให้ระบบเพี้ยนไปหมด (สงสัยใกล้ถึงเวลา format เครื่องแล้วนะ โลกใบนี้...)


กลับมาที่บ้านเราดีกว่า...พ่อเรา เป็นผู้ชายตัวใหญ่ แต่คล่องแคล่ว ผ่านการทำงานมาเยอะ ในหลายอาชีพ ความขยันขันแข็ง  และไม่กลัวต่ออุปสรรค  เป็นสิ่งที่เราเห็นมาตั้งแต่เล็ก


พ่อไม่เคยเรียกร้องอะไรจากลูกๆ เลย (มีแต่เราที่เคยงอนพ่อด้วยอารมณ์เด็กๆ เพราะพ่อมะยอมซื้อมอไซค์ให้เราไปขับซิ่ง ) บางครั้งที่พ่อเหนื่อยมากๆ ก็จะพูดลอยๆว่า หากพ่อทำตามใจตัวเอง ป่านนี้พ่อก็คงไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว...คงไปนู่นไปนี่ ไม่ต้องสนใจใคร อยากไปไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ อยากซื้อเครื่องเล่นซีดีติดรถ ก็ซื้อเลยไม่ต้องมาคิดหน้าคิดหลัง แต่นี่เพราะพ่อมีครอบครัว มีลูก  พ่อ ต้องรับผิดชอบครอบครัว...


แม่เล่าให้เราฟังว่า... บางครั้งที่โดนลูกๆ (อย่างเราและน้องชาย)ทำเหมือนพ่อแม่เป็นตู้ ATM อยากได้ตังส์ก็มาโอดครวญร้องขอ แม่ก็จะแอบบ่นๆ กับพ่อว่า การมีลูกเนี่ย ถ้าเปรียบกับการค้าขาย ก็เหมือน ลงทุนโดยไม่รู้ว่าจะได้อะไรกลับมารึเปล่า  เรียกได้ว่า การมีลูก คือ การลงทุนที่อาจจะต้องขาดทุนย่อยยับมองไม่เห็นกำไรเลยก็ได้ เพราะ คนเป็นพ่อแม่ เหมือนมีแต่ต้องให้ลูก ลูก..ที่เปรียบเสมือนลูกค้า อยากได้อะไรก็ต้องจัดหามาให้...


พ่อเราตอบว่า  ถึงดูเหมือนจะขาดทุนย่อยยับ แต่การมีลูกก็ทำให้พ่อได้กำไรชีวิตนะ เป็นกำไรที่วัดด้วยเงินหรือสิ่งใดๆไม่ได้ (ฟังแล้ว ดีใจจังที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อคนนี้ )


ต้องขอบคุณพ่อเรา ที่ตั้งแต่เกิดมา เราไม่เคยรู้สึกขาดสิ่งใดเลย พ่อ...ได้จัดเตรียมไว้ทุกอย่าง ถึงบ้านเราจะไม่ร่ำรวย อยู่อย่างเรียบง่ายท่ามกลางสังคมอันวุ่นวาย แต่เราก็ไม่เคยรู้สึกน้อยหน้าใครในโลกใบนี้


ขอบคุณ...พ่อคนนี้...ที่มีแต่ให้ จริงๆ


Happy Daddy Day ka ^_^




ปากกาขุดดิน

Posted by poosechuan
08:57, 2008-Nov-17 .. Posted in บันทึกความคิด .. 0 comments .. 0 trackbacks .. Link

วันหนึ่งเราต้องเข้าประชุมโปรเจคใหญ่ตัวหนึ่ง งานนี้ไม่ได้ใหญ่ที่เนื้องานแต่ใหญ่ที่ลูกค้า...
เป็นงานเวบไซต์ของบริษัทน้ำเมารายใหญ่ของไทย การประชุมวันนั้นเป็นการ Brain strom ในการ Create ไอเดียต่างๆเพื่อทำให้เวบไซต์ มีลูกเล่น มีกิจกรรมต่างๆบนเวบ งานนี้จะต้องเนี๊ยบทั้งในด้าน Graphic Design และ รูปแบบของเวบ


การประชุมดำเนินไปอย่างเชื่องช้า เพราะโจทย์ที่ต้องช่วยกันตี มันต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ มีการเสนอไอเดีย
ต่างๆนาๆ และร่วมกันหาข้อสรุปที่ดีที่สุด...


ผ่านไป 3 ชั่วโมง เราเดินสะโหลสะเหล ออกจากห้องประชุมด้วยสมองที่มึนงง และ รู้สึกเหนื่อยเหมือนไปวิ่งมาราธอนมา
มานั่งคิดว่า เอ..ทำไมเราเหนื่อยได้ขนาดนี้นะ ก็คิดได้ว่า หรือเป็นเพราะเรามาทำในสิ่งที่เราไม่ถนัด...
ตัวเราเอง ถนัดในการตีโจทย์แก้ปัญหาในเชิงตรรกะ เหตุและผล มีกรอบความคิดและการตัดสินใจชัดเจน ...
เราชินกับโจทย์  1+1 แล้วให้หาคำตอบว่าได้เท่าไร
แต่พอเจอโจทย์ว่า ทำอย่างไรถึงจะได้คำตอบเป็น 2 โอย..โจทย์นี้ มันก่อให้เกิดไอเดียบรรเจิด ไร้ขอบไม่สิ้นสุด
และเราก็ขอยอมรับว่า ตัวเองทำโจทย์ปลายเปิดแบบนี้ได้...แต่..ไม่ดีนัก...


1. Put the right man to the right job คำนี้ยังใช้ได้เสมอในสังคมการทำงาน
เล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนเราพูดได้น่าคิดว่า มันก็เหมือนคนๆหนึ่งอยากจะขุดดิน อ่ะ หันไปดูกล่องเครื่องมือ จะเอาอะไรขุดดินดีนะ...
ในกล่องมีเครื่องมือมากมาย รวมทั้งปากกาด้ามหนึ่ง ถามว่า ปากกา ขุดดินได้มั้ย คำตอบคือได้..แต่มันไม่ใช่
คำตอบที่ดีที่สุด ขุดๆไปก็จะพบว่า มันเหนื่อย มันหนัก ทั้งปากกา และตัวคนขุด (กรณีของเราคงไม่ถึงขั้นปากกาขุดดิน
แต่เปรียบเทียบให้ฟังน่ะค่ะ)

2. เราควรจะรู้จักสังเกตุตัวเอง รู้ข้อดี ข้อด้อยของตน และรู้ว่าไม่มีใครเก่งไปทั้งหมด หรือ ไม่เก่งไปทุกเรื่อง "ในดีมีเสีย ในเสียมีดี"

3. ต้องขอบคุณ การประชุมครั้งนี้ ที่ทำให้เราได้ลองคิดออกนอกกรอบ ได้ทำในสิ่งที่เราไม่ถนัด ได้เรียนรู้ได้ลอง


นี่ถ้าได้ประชุมแบบ Create ไอเดียอย่างงี้บ่อยๆ ไม่แน่นะ เราอาจจะกลายเป็น นัก Creator ตัวยงก็ได้ ใครจะรู้

ว่าแล้วก็ไปหาซื้อหนังสือ "อัจฉริยะสร้างได้" ของหนูดีมาอ่านดีกว่า

Have a nice day ka ^^

 



เรื่องเล่า...แมวคุณหนู

Posted by poosechuan
10:26, 2008-Oct-31 .. Posted in My Life .. 1 comments .. 0 trackbacks .. Link

          จุดเริ่มต้นมาจาก 4 ปีที่แล้ว เราซื้อแมวพันธ์หิมาลายัน (เปอร์เซีย ผสม ไทย จะขนสั้นและหน้าไม่หักเท่าเปอร์เซียแท้)  สนนราคาค่าตัวมันก็อยู่ที่ 2500 นับเป็นการซื้อสิ่งมีชีวิตตัวแรกของเรา เพราะ ปกติไม่เคยต้องเสียตังส์ซื้อ หมาแมว ตัวใด มีแต่คนเอามาให้ หรือไม่มันก็หลงมา...




มิมี่ เป็นแมวเพศเมีย (ก็แหงล่ะ ถ้าเป็นตัวผู้ แล้วชื่อ มิมี่ นี่ก็...น่าคิด  )  เรื่องการตั้งชื่อนี่ ก็คิดกันหลายชื่ออยู่ พอดีช่วงนั้นมีข่าว น้องแนท กำลังดัง  เลยมีคนเสนอให้ใช้ชื่อ น้องแนท แต่แม่เราโวยวายไม่ยอม ชื่อนี้เลยตกไป..


ตอนเราเลี้ยงมิมี่อยู่ที่บ้านเช่าที่ใช้ทำร้านเน็ตที่นนทบุรี  มิมี่ก็สงบเสงี่ยมเรียบร้อยดี ไม่เคยออกไปไหน พอเราเลิกทำร้าน
ไปเป็นพนักงานออฟฟิค เช่าหออยู่ ก็เลยเอามันไปให้แม่เลี้ยงที่บ้านสุพรรณ เนื่องจากสงสารไม่อยากให้มันอุดอู้อยู่แต่ในห้องพักสี่เหลี่ยมมืดๆของเรา


ไปอยู่สุพรรณได้แค่ 1 เดือน แม่โทรมาบอกว่า มิมี่ใจแตก หนีออกจากบ้าน หลังจากนั้นไม่นาน มันก็เลิกใจแตก กลับมาอยู่กะเหย้าเฝ้ากับเรือน พร้อมกับอาการ..โทต๊อง..ท้องโต


ยุ่งแล้วมั้ยเล่า บ้านเราไม่เคยเลี้ยงแมวเลย ขนาดนังมิมี่ตัวเดียว ก็วุ่นจะแย่แล้ว ไหนจะต้อง

 * คอยหาอาหารให้มัน(อะไรกัน จะให้ชั้นกินข้าวคลุกปลาทูนี้เหรอ มะมีทาง ต้องอาหารเม็ด หรือ ซีเล็คทูน่าเท่านั้น)
 * ตักอึ๊ ในกระบะทรายของมันไปทิ้งทุกเช้า(และอึ๊แมวนี่กลิ่นสุดๆจิงๆ..ร้ายกาจมั่กมาก ขอบอก)
 * คอยหวีขน และป้อนเจลขจัดขนให้มัน(แมวเป็นสัตว์ที่รักสวยรักงามค่ะ มันจะคอยเลียตบแต่งขนบ่อยๆ บางทีก็เผลอกลืนขนเข้าไปทำให้เกิดก้อนขนอุดตันในท้องมัน ถ้านานๆไปอาจทำให้เสียชีวิตได้)
 * พามันไปฉีดวัคซีน (คนเลี้ยงแมวเปอร์เซีย จะรู้ค่ะ ว่ามันไม่ได้ง่ายเหมือนเลี้ยงแมวไทยเลย)
 

"นอกจาก นังคุณหญิงมิมี่แล้ว ต่อไปก็ต้องมี พวกนังคุณหนู ออกมาให้แม่ต้องปรนนิบัติพัดวี อีกสิเนี่ย เฮ้อ หาเรื่องจิงๆเลย" แม่บ่นๆๆๆ ใส่เรา เราได้แต่ยิ้มแหะๆ

"ก็แม่อ่ะ ทำไมไม่ดูมันดีๆ ปล่อยให้มันออกไป ผสมกับแมวข้างนอกได้งัย และแถวนี้ก็มีแต่แมวไทย ไร้ชาติตระกูล ทั้งน๊านนน ไม่รู้ลูกมันจะออกมาหน้าตายังงัย เสียพันธุ์หมด"


แม่เราส่ายหน้า บ่นต่อ
"ใครจะไปคอยดูไหว ตั้งแต่เอามันมาอยู่ แมวหนุ่มๆ แถวนี้ก็มาป้วนเปี้ยน แจกขนมจีบ นังมิมี่ ทุกคืน จนคนในบ้านไม่ได้หลับได้นอน
ตัวมันเอง ก็พยายามหนีออกไปเริงราตรีกะหนุ่มๆพวกนั้น  ขนาดจับขังไว้ในบ้าน มันก็ลอดช่องบานเกร็ดเล็กๆ ออกไปจนได้"
(อื้อหืมม พลังรักนี่..รุนแรงจิงๆ)

เอาล่ะ..ไหนๆ มันก็พลาดไปแล้ว ก็คงต้องเลี้ยงดูกันต่อไป...อ่านต่อนะคะ

 



เรียนรู้...จากแมวเหมียว

Posted by poosechuan
10:11, 2008-Oct-31 .. 0 comments .. 0 trackbacks .. Link

เรียนรู้...จากแมวเหมียว

จากตอนที่แล้ว ..
ช่วงคุณหญิงมิมี่ท้อง เราก็พามันไปหาหมอฝากท้อง (หยั่งกะคนเลยเนาะ) หมอเอ็กซเรย์ภาพออกมา ในท้องเห็นลูกแมว 2 แต่พอคลอดจริง นังมิมี่กลับเบ่งออกมาถึง 5 ตัว - -"  (มันงอกเพิ่มมาได้งัยไม่รู้)


และสงสัยว่าพวกมันคงมีพ่อหลายตัวแน่ๆ เพราะออกมาไม่เหมือนกันเลย มีทั้ง ดำ ขาว แดง ลาย โชคดีที่แต่ละตัวได้เชื้อเปอร์เซียไปเยอะ และน่ารักไปตัวละแบบ
ช่วงนั้นเราลาออกจากงานออฟฟิค กลับไปช่วยงานที่บ้านสุพรรณเกือบปีครึ่ง เลยมีโอกาสได้ใกล้ชิดเลี้ยงดูเจ้าเหมียวพวกนี้


การเลี้ยงแมวนี่ก็แก้เหงา และ ให้ความสุขใจนะคะ ถึงจะต้องคอยปวดหัวกับพฤติกรรมต่างๆของมัน แต่เลี้ยงไป เราก็รักและเอ็นดูมัน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราได้เรียนรู้ จากแมวเหมียวค่ะ


แมวฉลาด มันรู้ว่าเมื่อไรที่มันจะตอบสนองกับสิ่งรอบตัว  ถึงในบ้านจะเสียงดังแค่ไหน มันก็จะนอนทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่แค่เราเปิดตู้หยิบถุงอาหารดังกรอบแกรบ คุณเธอก็จะลืมตาและ เดินมาประจำที่จานอาหารทันที (นี่เค้าเรียกว่า..รู้มาก)


การเลี้ยงแมวทำให้เรารู้จักปล่อยวางค่ะ ดูเหมือนพวกแมวมันไม่เคยมีความทุกข์เลย ขณะที่หมาเฝ้าแต่กังวลว่าจะมีใครมารุกรานอาณาเขตของมันมั้ย จะฝังกระดูกไว้ที่ไหนดี หรือบางทีก็จดจ่อ รอเจ้านายกลับมาด้วยความกระวนกระวาย
เจ้าเหมียวจะเอาแต่ นอน แล้วก็ นอน มันมีความคิดและชีวิตที่อิสระ เป็นตัวของมันเองเท่านั้น (และก็อย่าคิดนะว่าการที่เธอให้อาหารชั้นทุกวัน จะทำให้เธอเป็นเจ้าของชั้นได้ T T )


แมวไม่ยอมให้ใครจับง่ายๆหรอกค่ะ มันเป็นสัตว์ขี้กลัว และมีความรู้สึกไว เราเห็นบางคนที่รักแมว เวลาเห็นแมวก็กรี๊ดกร๊าดวิ่งเข้าไปหา ก็อดขำไม่ได้ เพราะ แมวจะวิ่งหนีคนแบบนี้ตลอด
หากอยากจะเล่นกับมันต้องเข้าหาด้วยความสงบและอ่อนโยนนะคะ เพราะ แมวจะยอมเมื่อมันรู้สึกไว้ใจเราแล้ว


สิ่งที่เห็นชัดเจน คือ แมวจะสงบและสุภาพในทุกกิริยา ขณะที่หมาจะกระตือรือล้นและบางทีก็ทำตัวอึกทึกวุ่นวาย (แต่อย่าให้เหมียวโกรธขึ้นมาล่ะ หมาตัวโตๆบ้านเราก็โดนฤทธิ์เล็บเจ้าเหมียวข่วนจนร้องเอ๋งมาแล้ว เหอๆ)


เค้าถึงได้เปรียบผู้หญิงเหมือนแมว ผู้ชายเหมือนหมา (แต่ไม่ได้มาจากดาวอังคารนะ) เพราะแมว รักสวยรักงาม สุภาพอ่อนโยน ขี้อ้อน น่ารัก แต่เดาใจยาก รักอิสระ


ไม่ว่าจะเป็นหมาหรือแมว ล้วนเป็นสัตว์เลี้ยงที่เป็นเพื่อนมนุษย์ทั้งนั้นค่ะ ขอให้เมตตากับพวกมันเถอะ เพราะแค่เกิดเป็นสัตว์นี่ก็แย่กว่าได้เกิดเป็นคนแล้ว พูดก็ไม่ได้ ชีวิตลำบากและเต็มไปด้วยความกลัว  ถึงบางคนคิดว่าที่มันรักเราเพียงเพราะเราเป็นคนให้อาหารมัน แต่ถ้าเรารักและเลี้ยงดูมันด้วยความเอาใจใส่จริงๆ เราจะสัมผัสได้ว่ามันรักเรามากกว่านั้น... 

หากคุณคิดจะเลี้ยงสัตว์ ก็ขอให้ทำให้ดีที่สุด ให้พวกมันรู้สึกว่าเป็นบุญที่ได้เกิดมาอาศัยในบ้านหลังนี้ เพราะนอกจากได้บุญแล้ว ยังพัฒนาจิตใจเราเองให้รู้จักรัก และ เรียนรู้จากพวกมันได้ค่ะ ...

ปิดท้ายด้วยรูปเจ้าเหมียวกะใครก็ไม่รู้ อิอิ...


Have a nice cat ka   ^ ^



พี่ บอย ตรัย

Posted by m
02:47, 8 October 2008 .. 2 comments .. Link

ผลบุญของมี๊ในวันนี้ ทำให้ป๊อปเปิด firewall และทำให้ออน MSN ได้

ที่ตึก Tipco น้องขวัญ (น้องที่ทรูมิวสิค) กำลังคุยงานกับพี่บอยตรัยอยู่ เลยได้ทักเข้ามา ทำให้มี๊ได้คุยกับพี่บอยด้วย อ๊ายๆๆๆๆๆๆ เขินๆๆๆๆๆๆๆ ><"""

Pimm พูดว่า:
พี่เอ็ม
Pimm พูดว่า:
เนี่ยหนูอยู่กับพี่บอย
Pimm พูดว่า:
หมันไส้ว่ะ
มี๊ พูดว่า:
อี๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
Pimm พูดว่า:
น้องเอ็มมมมมมม
Pimm พูดว่า:
เมื่อวันเสาร์พี่เลี้ยงรุ่น เจอไอ้จ๊อบด้วย

มี๊ พูดว่า:
แง๊ๆๆๆๆๆ พี่บอยตัวจริง ><++++
มี๊ พูดว่า:
แง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
Pimm พูดว่า:
น้องเอ็มสบายดีนะ
Pimm พูดว่า:
ไปล่ะ อาย
มี๊ พูดว่า:
อายด้วย
มี๊ พูดว่า:
ที่โต๊ะเอารูปพี่บอยมาแปะ พี่บอยเขียนให้ว่า น้องเอ็มยิ้มหน่อยสิครับ ><"""
มี๊ พูดว่า:
เขินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
มี๊ พูดว่า:
ไปดีกว่า เขิน
Pimm พูดว่า:
ไปละ ไปส่งพี่บอยก่อน

 

แค่นี้แหละ ดีใจจัง (ต้องขอบคุณน้องขวัญด้วยนะจ๊ะ ^^)



เที่ยวประจำปีบริษัท เฉลย Buddy กับ อาร์ตตัวแม่

Posted by poosechuan
08:50, 2008-Oct- 6 .. Posted in ไดอารี่ .. 2 comments .. 0 trackbacks .. Link


เที่ยวประจำปีบริษัท เฉลย Buddy กับ อาร์ตตัวแม่

เมื่อวันที่ 3-4 ตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทพาพนักงานไปเที่ยวประจำปีที่ รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ติดแม่น้ำแคว กาญจนบุรี.. (รูปประกอบยังไม่มีนะคะ เดี๋ยวรอดู blogger ชาวตลาดเอามาลงให้ละกัน อิอิ )


ล้อของรถโคช 2 ชั้นเริ่มหมุน จากหน้าตึก SM  เวลา 13.00 น. บนรถเปิดเพลงให้ร้องคาราโอเกะ จนมาถึงเพลง ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ ..เสียงคนร้องลอยมาว่า คนที่นมแบนๆ ทำแทนทุกเรื่องไม่ได้ ก่อให้เกิดเสียงโวยวายจากคนที่ได้รับความสะเทือนใจจากคำนี้...  เลยเปลี่ยนเป็นเปิด เดี่ยว 7 ของโน๊ตอุดมให้ดูแทน...


เราดูไป หัวเราะไปตลอดทาง มารู้ทีหลังว่า คนขับพาหลง วนไปวนมา เสียเวลาเกือบชั่วโมง แต่รถโคชชั้นบน ดูเดี่ยว 7
ชั้นล่างก็เล่นเกมส์คิดเลขเร็ว (ไพ่) กันเพลินอยู่  จึงไม่มีใครโวยวาย ที่พาหลง


มุขของเดี่ยว 7 ก็คงสไตล์ของโน๊ต คือ การนำสิ่งละอันพันละน้อย มาเล่าด้วยลีลาของโน๊ต ทำให้เป็นเรื่องตลกได้
ที่มีเสียงหัวเราะเยอะสุด คงจะเป็น มุข อาร์ตตัวแม่ ที่โน๊ตกระทบกระเทียบผู้หญิง ว่าเป็นแหล่งของ อาร์ต(ตัวแม่) อาร์ตก็คือ สิ่งที่ทำให้โลกนี่สดชื่น สวยงาม แต่เป็นอะไรที่ปกติธรรมดาไม่ได้ อยู่เหนือเหตุและผล และไม่ต้องการ การเข้าใจใดๆ (เป็นมุขที่ถูกใจคุณผู้ชายยิ่งนัก เพราะ จนบัดนี้พวกเขาก็ไม่เคยเข้าใจ ความอาร์ต ในตัวผู้หญิงเลย )


มาถึงรีสอร์ทห้าโมงเย็น มีการเล่นกิจกรรมต่างๆ ที่แพริมน้ำ จนเกือบค่ำ..ก็ย้ายมาเล่นที่ห้องประชุมใหญ่ของรีสอร์ท  ดึกๆ ก็มีการเฉลยบัดดี้ หลังจากที่เล่น buddy กันในบริษัทตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา...


บัดดี้ที่ take เรา เราเดาไว้ว่าน่าจะเป็น น้องดา เนื่องจากมีวันหนึ่งเราไม่สบาย ไปแอบนอนใน
ห้องประชุมบริษัท แล้วน้องดาเข้ามาทักว่า ไม่สบายเหรอพี่  พอวันรุ่งขึ้น ก็มี ทิฟฟี่ 1 แผงจาก buddy วางบนโต๊ะ


แต่ปรากฏว่า buddy ตัวจิงเรากลายเป็น คุณปุ๋ม manager คนเก่งแห่งแผนก EDU (โดนสับขาหลอกซะแล้วเรา..งงเลย  )


กิจกรรมบริษัทจบลงเที่ยงคืน เราง่วงนอนมากๆ ก็เลยอาบน้ำโดดขึ้นเตียงก่อน ส่วนเมทร่วมห้อง คือน้องอันไปร่วมสังสรรค์ที่ห้องอื่นต่อ ได้ยินเสียงน้องอันกลับมาตอนประมาณตี 4


รุ่งเช้า เค้าปล่อยให้ๆฟรีสไตล์ ไม่มีกิจกรรมใดๆ  น้องอันยังสลบเหมือดอยู่บนเตียง เราออกไปเดินชื่นชมธรรมชาติ บริเวณรีสอร์ท เจอคุณปุ๋มแปลงกายเป็นแม่หมอ ตั้งโต๊ะดูดวงด้วยไพ่ป๊อกให้กับน้องๆอยู่(ได้ข่าวว่าเมื่อคืนก็ดูหมอให้น้องๆ จนถึงตีสี่ อดเล่นเกมส์คิดเลขเร็วเลย)
เลยแถไปร่วมวงด้วย เรื่องที่ดูก็คงไม่พ้นเรืองของความรัก (โธ่...ก็ชีวิตลูกผู้หญิงมันมีเรื่องที่อยากรู้ ไม่กี่เรื่องหรอกค่ะ )

เปิดไพ่ของเราออกมา เสียงแม่หมอก็เริ่มทำนาย
" อืมม..กับคนนี้ เค้าก็รักเรานะ ดูสิ ไพ่หัวใจเค้าอยู่กับเรา แสดงว่าเค้าให้ใจเราเต็มร้อย
ไพ่หัวใจของเราก็วางอยู่ใกล้เค้า แสดงว่าเราก็มีใจ
เค้าอยู่ไกลนะ แต่ระยะทางไม่มีปัญหา เพราะใจเราผูกพันกับเขา"


อืมม..แม่นพอควรแฮะ  เราคิด เสียงแม่หมอทำนายต่อ


"เอ..แต่มีไพ่อุปสรรค เกิดขึ้น ..อะไรเป็นอุปสรรคเนี่ย...ต่างคนต่างก็มีใจให้กันนี่
อุปสรรคเป็นที่ตัวเราเองรึเปล่า ไพ่มันดูไม่มีอะไรเลยนะทุกอย่างโอเค แต่
ใจเราเองสร้างอุปสรรค สร้างเงื่อนไขขึ้นมาเองรึเปล่าเนี่ยเธอ ทำไมนะ ไม่เข้าใจจิงๆ...  "


แม่หมอปุ๋ม ทำคิ้วผูกโบว์ ในขณะที่พยายามตีความ ทำความเข้าใจชีวิตรักแสนสับสนของเรา ที่แสดงออกบนไพ่


เราได้แต่อมยิ้ม  คิดในใจว่า
..โถ..แม่หมอไม่ต้องสงสัยหรอกค่ะ ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะเราเป็น"ผู้หญิง" เป็นหนึ่งใน "อาร์ตตัวแม่" ที่โน๊ต อุดมพูดถึงน่ะสิ ดังนั้นก็เลยปกติธรรมดาไม่ได้ อยู่เหนือเหตุและผล และไม่ต้องการความเข้าใจใดๆ (บางทีเรายังไม่เข้าใจตัวเองเลย เหอๆ )


ออกเดินทางกลับกรุงเทพ แวะ น้ำตกไทรโยกน้อย ที่เต็มไปด้วยผู้คน ลูกเล็กเด็กแดง เล่นน้ำในแอ่งน้อยๆ (ตามชื่อน้ำตก )เต็มไปหมด   ฝูงฝรั่งทัวร์ที่เดินขึ้นมาเห็นน้ำตก มองหน้ากัน ทำหน้างงๆ คงคิดว่า "นี่ไอ้ไกด์มันพาตูมาดูอะไรเนี่ย ไหนว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติน้ำตก เห็นมีแต่น้ำไหลๆ กับสระเด็ก !!??"


เดินทางมาถึงกรุงเทพ เกือบทุ่ม เรารู้สึกเพลียนิดหน่อย แต่ ก็อิ่มใจที่ 2วันนี้ได้หัวเราะเยอะมาก (ถูกอีกามาเพิ่มรอยเท้าให้ใบหน้าอีกกี่รอยแล้ว ก็ไม่รู้  )

ชีวิตคนทำงานออฟฟิคก็งี้แหล่ะค่ะ นานๆจะได้เที่ยวพักผ่อน เมื่อมีโอกาสได้พักแล้วก็พักให้เต็มที่ กลับมาทำงานก็จะได้เต็มที่..เช่นกัน


สุดท้ายนี้ก็อยากจะบอกว่า...ลำปางหนาวววว.....มาก

Have a nice day ka ^_^

 

 

 

 

โกะกระดานแรก...เพื่อนสอนเพื่อน

Posted by poosechuan
07:39, 2008-Sep-22 .. Posted in ไดอารี่ .. 2 comments .. 0 trackbacks .. Link

โกะกระดานแรก...เพื่อนสอนเพื่อน

อาจารย์อุ้ย...เพื่อนเรา มีอาชีพหลักเป็นคุณครู กทม. และมีอาชีพรองเป็นที่ปรึกษาของชมรมโกะ ของโรงเรียนที่ตนเองสอนค่ะ เคยพานักเรียนไปสร้างชื่อเสียง แข่งโกะระดับประเทศจนได้รางวัลมาเยอะแยะแล้ว... 


โกะ ... เป็นเกมส์ที่ต้องใช้ทั้งความฉลาดทางปัญญา(IQ)ความฉลาดทางอารมณ์(EQ) คุณธรรม (MQ) และ ความอดทน (AQ)  ค่ะ  ที่ชมรมโกะ อาจารย์อุ้ยเธอจะทำตัวเป็นแมวมอง มองหาเด็กนักเรียนที่ดูท่าทางมีแวว โดย เธอบอกว่า จะคัดเด็กที่หัวดี (IQ)ก่อน แล้วค่อยทำการปลุกปล้ำ เอ๊ย ปลุกปั้น   ขัดเกลา สอนสั่ง และฝึกปรือฝีมือ เพื่อส่งไปแข่งขันกับคนอื่น....


โกะ...เล่นด้วยการพยายามวางหมากของเราจับจองพื้นที่บนกระดานให้มากที่สุด และหากหมากเราล้อมรอบหมากฝั่งตรงข้ามได้ ก็จะได้หมากกลุ่มนั้นไป (นั่นก็ทำให้เราได้พื้นที่มากขึ้น)


อยากรู้เรื่องของโกะหรือหมากล้อมในเบื้องต้น คลิกที่นี่นะคะ  http://www.bunditcenter.com/articles.php?articleId=514


เราอยากให้เพื่อนคนนี้สอนหมากโกะมานานแล้ว  วันเสาร์ที่ผ่านมาเลยเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าไป Home Stay ที่บ้านเพื่อน (ให้ความรู้สึกเหมือนออกต่างจังหวัดเลยอ่ะ เพราะบ้านคุณเธอไกลมาก ขนาดวันเสาร์รถไม่ติด ยังใช้เวลาเดินทางชั่วโมงครึ่ง - -" )


โกะ..กระดานแรก


ก่อนอื่น ให้แสดงความสุภาพกับผู้เล่นฝั่งตรงข้าม ด้วยการ คำนับและกล่าวคำว่า "ขอคำแนะนำด้วยค่ะ" และ หากจะกินหมากของฝั่งตรงข้ามให้กล่าวคำว่า "อาตาริค่ะ" เพื่อเตือนฝั่งตรงข้ามให้วางหมาก เพื่อรับมือ


เอาล่ะ...เริ่มเกมส์
- งงๆ กระดานกว้างใหญ่ ฉันจะเริ่มวางตรงไหนดีเนี่ย วางตามเพื่อนละกัน มันวางตรงไหน เราวางบ้าง
- เราเริ่มเกมส์ด้วยการวางหมากที่กระดานฝั่งเพื่อนอุ้ย เพื่อหวังจะจับจองพื้นที่ (ผล : โดนล้อมรับประทาน เพราะบุกไปตัวเดียวโด่เด่ แทนที่จะค่อยๆ สร้างแถวหมากเข้าไป)
- พยายามล้อมกินหมากของเพื่อน ที่วางอยู่ใกล้ๆหมากเรา (ผล : ล้อมไปล้อมมา รู้ตัวอีกที อ้าว โดนเพื่อนตัวดีโอบล้อมตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ต้องเสียพื้นที่ให้มันไป เจ็บใจๆ )
- หมากตัวหนึ่งของเรากำลังจะถูกกิน ไม่ยอมๆ รีบวางหมากไปช่วย (ผล : เพื่อนก็ตามมาจะกินอีก เราก็เลยวางหมากช่วยเพิ่มอีก  สุดท้าย แทนที่จะถูกรับประทานตัวเดียว ก็เสียหมดทั้งแผงที่ยกไปช่วยนั่นแหล่ะ  )
- ไม่รู้จะวางหมากตรงไหนดี อ่ะ วางตรงนี้แหล่ะ (ผล : เสียหมากไป 1 ตัว โดยไม่เกิดประโยชน์ไรเลย )

จบเกมส์ เราแพ้ยับเยิน คะแนนติดลบอีกตังหาก T_T


คำสอนของเพื่อน
- รูปแบบการเล่น แสดงให้เห็นถึงนิสัยของผู้เล่น (ชอบรุก กล้าเสี่ยง รู้จักแบ่งปัน ปลอดภัยไว้ก่อน ใจร้อน ใจเย็น ฯลฯ)
- พยายามช่วงชิงพื้นที่บนกระดานให้มากที่สุด  การล้อมกินเป็นผลพลอยได้
- หากมัวมุ่งมั่นจะล้อมกินอย่างเดียว อาจกลายเป็นเสียเปรียบ โดนล้อม โดนกินกลับ
- ตัวหมาก 1 ตัว มีผลต่อเกมส์เสมอ อาจทำให้แพ้ หรือ พลิกมาชนะได้
- บางครั้งต้องยอมตัดใจกับสิ่งที่เสียไป (โดนกินหมาก หรือ แย่งพื้นที่) หากดูแล้วว่า ยิ่งช่วยจะยิ่งเสีย เอาเวลาไปสนใจพื้นที่อื่นของกระดานดีกว่า


โกะ...กระดานที่สอง
- เริ่มตั้งหลักได้บ้างแล้ว แต่ก็ยัง งงๆ อยู่
- วางหมากต่อๆกัน เพื่อให้หมากแข็งแรง (ถ้าอยู่เป็นกลุ่มจะถูกล้อมกินยาก)
- มาถึงกลางเกมส์ เราได้พื้นที่เยอะกว่าเพื่อน (ดีใจที่สุด  )
- เกมส์พลิก โดนแย่งพื้นที่ เพราะ มัวแต่ไปขยายพื้นที่  ปล่อยช่องว่างให้เพื่อนโจมตี (โดนกินหมากไปตัวเดียว แต่ผลที่ได้เสียหายหลายแสน  )

จบเกมส์ แพ้ T_T แต่ไม่ยับเยิน เพราะ ยังมีคะแนนเป็นของตัวเองบ้าง


คำสอนของเพื่อน
- ใช้เวลามองเกมส์นานๆ และให้ทั่วกระดาาน อย่าใจร้อน
- หัดเดาใจฝั่งตรงข้าม ว่าหมากเค้าจะมาอย่างไร
สุดท้าย คำสอนนี้ชอบมาก เอามาใช้กับชีวิตทำงานได้นะคะ
งานด่วนมาก่อนงานใหญ่  :   

อย่ามัวแต่ขยายพื้นที่(งานใหญ่) จนลืมมาช่วยหมากตัวสำคัญที่กำลังจะโดนกิน(งานด่วน)


ขอบคุณนะ..เพื่อน(ที่)สอนเพื่อน


Have a nice day ka ^_^



ดื่มกาแฟ..ขณะที่ยังร้อนอยู่

Posted by poosechuan
04:09, 2008-Sep-13 .. Posted in บันทึกความคิด .. 1 comments .. 0 trackbacks .. Link

กาแฟ..คือ สวรรค์เล็กๆ สำหรับคนทำงานค่ะ..
จะเห็นว่า ทุกๆ ออฟฟิคจะต้องมี มุมกาแฟ ให้กับพนักงาน นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า บริษัทเห็นความสำคัญของ เจ้าเมล็ดเล็กๆ สีดำๆ ที่ถูกคั่วบดจนละเอียด ว่ามันมีบทบาทกับบริษัทเพียงไหน


เราเองก็เป็นคนหนึ่ง ที่หลงใหลในรสชาติของกาแฟ  จากที่เคยลิ้มรสมาแล้ว ทั้งกาแฟโบราณ กาแฟรถเข็น กาแฟซอง กาแฟกระป๋อง ไอติมรสกาแฟ เค๊กกาแฟ กาแฟสด ทั้งร้อนเย็น...
สรุปได้ว่า เราชอบกาแฟ ที่อยู่ในรูป กาแฟสด สูตรคาปูชิโน่ ร้อนๆ ฟองนมสีขาว นุ่มๆ ที่สุดเลย ^_^



อ่ะ..วันนี้จะขอเขียนเรื่องกาแฟกับชีวิตหน่อยนะคะ อย่างที่เขียนหัวข้อ blog ไว้ว่า ดื่มกาแฟ..ขณะที่มันร้อนอยู่


ในโลกของกาแฟ เราแนะนำให้ดื่มกาแฟทันทีที่ชงเสร็จเลย เพราะกาแฟจะคงรสชาติได้นานประมาณ 15 นาที ก่อนที่ทั้งกลิ่นและรสชาติจะเปลี่ยนไป...(น่าเสียดายจัง ถ้าคุณปล่อยกาแฟของคุณไว้นานขนาดนั้น  เพราะนั่นหมายถึงคุณพลาดอะไรดีๆ ไปอย่างหนึ่งแล้ว )


ในโลกของการใช้ชีวิต เราแนะนำให้คุณอยู่กับปัจจุบัน ด้วยทัศนคติในเชิงบวกเสมอ ค่ะ


ลองคิดดูนะคะ ว่า แม้แต่กาแฟก็ยังมีความร้อนได้เพียงระยะเวลาหนึ่ง ชีวิตของเราบนโลกใบนี้ ก็คงอยู่ได้เพียงในระยะเวลาหนึ่งเช่นเดียวกัน ดังนั้นให้เราฉวยโอกาสที่เรายังหายใจ มีความสุขกับสิ่งที่คุณทำอยู่ มีความรักและความหวังใจอยู่เสมอนะคะ แล้วคุณจะไม่ต้องมานั่งเสียดายวันเวลาที่เอาคืนกลับมาไม่ได้ (เหมือนกาแฟที่เย็นชืดแล้ว..)


ปล่อยให้อดีต กับ อนาคต ดูแลตัวมันเองเถอะค่ะ หน้าที่เราคือดูแลวันนี้ของเราให้ดีที่สุด...


ถึงชีวิตเรามันจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่เราก็มีสิทธิ์ ที่จะมีความสุขได้ แม้แต่กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ... เช่น การได้นั่งปล่อยอารมณ์สบายๆ ดื่มกาแฟหอมๆ ร้อนๆ รสชาติกลมกล่อม นุ่มลิ้น นั่งมอง ภาพควันสีขาวที่ลอยอ้อยอิ่งเหนือถ้วยกาแฟ ซึ่งก็ดูสวยแปลกตาไปอีกแบบ แค่นี้ก็ชื่นใจ มีพลังทำงานต่อแล้วค่ะ ......


ฉะนั้น ดื่มกาแฟที่วางอยู่ตรงหน้าคุณ และ มีความสุขกับรสชาติของมัน..ตอนที่ยังร้อนอยู่..นะคะ


เอ....แล้วในโลกของความรักล่ะ...กาแฟมันมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเปล่านะ...ลองอ่านต่อ blog ต่อไปเลยค่ะ ^_^



LOVE & COFFEE

Posted by poosechuan
03:29, 2008-Sep-13 .. Posted in ไดอารี่ .. 1 comments .. 0 trackbacks .. Link

ต่อจาก blog ดื่มกาแฟ...ตอนที่มันยังร้อนอยู่ คลิกที่นี่

ในโลกกาแฟ

เอสเพรสโซ มักจะหมายถึง หัวกาแฟเข้มข้น ที่ได้จากการชงเมล็ดกาแฟผสม แบบเอสเพรสโซ ด้วยเครื่องชงเฉพาะที่มีแรงดันที่เรียกว่า เครื่องเอสเพรสโซ จะได้น้ำกาแฟเพียงแค่แก้วเล็ก ๆ


อเมริกาโน”เครื่องดื่มชื่อนี้ มีไว้เพื่อตอบสนองคนที่ชอบทานกาแฟดำ  เหมาะกับคนที่อาจจะมีเวลามากหน่อย ชอบที่จะเติมนม เติมน้ำตาลสักนิด


ลาเต้” เครื่องดื่มกาแฟชนิดนี้ มีไว้สำหรับคนที่ชอบดื่มกาแฟใส่นม รสชาติที่ได้ก็จะเป็นกาแฟที่ใส่นมแล้ว ไม่เข้มข้นมากเหมือนกับเอสเพรสโซ หรืออเมริกาโน เสน่ห์ความอร่อยของลาเต้ ก็จะอยู่ตรงที่อุณหภูมิของนมที่เหมาะสม พร้อมทั้งฟองนมร้อน ที่ควรจะได้รับการตีให้ขึ้นฟองสวยและเนียน


คาปูชิโน” กาแฟคาปูชิโนนี้ จะมีส่วนผสมเช่นเดียวกับกาแฟลาเต้ข้างต้น นั่นก็คือ ชอตเอสเพรสโซ นมร้อน และฟองนม แต่ความแตกต่างจะอยู่ตรงที่กาแฟคาปูชิโน มักจะมีปริมาณของฟองนมที่มากกว่าลาเต้ หากสั่งกาแฟคาปูชิโน สิ่งที่คุณจะได้รับแน่ ๆ คือ รสชาติของกาแฟที่เข้มกว่าลาเต้


มอคค่า”เหมาะกับคนที่ชอบดื่มกาแฟที่มีความหอม หวานมัน ของช็อกโกแลตผสมอยู่ด้วย และมักจะปิดหน้าด้วยวิปครีมนุ่มมัน


ในโลกความรัก

กาแฟอเมริกาโนแทนความรักที่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวาน ไม่ขมหนัก ใช้เวลาซึมซับทำความรู้จักเพื่อปรับเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

กาแฟลาเต้แสดงถึงความรักแบบอ่อนหวาน นุ่มนวล  โรแมนติก เป็นความรักในอุดมคติของผู้หญิง

ส่วนคนที่ชอบดื่มกาแฟคาปูชิโนมักนิยมความรักแบบผู้ใหญ่ หวาน สุขุม ใช้ความเข้าใจซึ่งกันและกัน

กาแฟมอคค่าเป็นความรักแบบวัยรุ่น หวามไหวเพียงชั่ววูบ แต่ก็ให้ความสุขล้นในหัวใจ

และสุดท้ายคนที่ชอบดื่มกาแฟเอสเพรสโซ่มักเป็นคนที่ติดกับรักแรกในความทรงจำ หวานปนเศร้า แต่ก็ยังคงรักเช่นเดิมอยู่อย่างนั้น...


Have a nice day ka ^_^



จาก inch club ถึง ห้องซาวน่า


หลังจากที่สู้อดทนหอบหิ้วร่างกาย พร้อมสมองที่มึนงงเพราะฤทธิ์ไข้ไปทำงาน 2 วันแรกของสัปดาห์ เนื่องจากมีงานต้องสะสาง และ มีนัดกับลูกค้าคนสำคัญ...

พอมาถึงวันนี้ วันพุธ เลยตัดสินใจลาป่วย เนื่องจากเล็งเห็นแล้วว่า หากไปโดนแอร์อีกฉันคงไม่หายแน่
อีกทั้งจะกลายเป็นตัวแพร่เชื้อโรคให้น้องๆ ที่ออฟฟิคด้วย (ที่แน่ๆ น้องฟอร์ด ที่นั่งข้างๆเรา เหมือนจะโดนเล่นงานไปแล้ว ขอโทษนะฟอร์ด T_T)


ปกติเราเป็นคนที่ไม่ค่อยจะป่วยไข้นะ เนื่องจากค่อนข้างดูแลตัวเอง(ป่วยล่าสุดเมื่อ 5 ปีที่แล้วด้วยอาการไข้หวัด) แต่ป่วยครั้งนี้มันเริ่มจาก...


เมื่อคืนวันศุกร์ที่แล้วเราไป inch club (อยู่หลังเอสพลานาด รัชดา) ตามคำชวนของเพื่อนสาว เนื่องจากพวกเธอไปเปิดเหล้าไว้ และต้องการไปเก็บ เราเองซึ่งไม่ทานเหล้า แต่เห็นเพื่อนชวนหลายครั้งแล้ว ก็เลย อ่ะ โอเค นานๆที ...ขอเบียร์สิงห์ 2 ขวดนะ    (เพื่อนบอก ดีมาก ไม่เปลือง mixer เพราะ mixer ที่นี่แพง 55 บาท)


ไปถึง inch club สี่ทุ่มครึ่ง คนเต็มร้านแล้ว ที่นี่แบ่งเป็น 2 โซนนะคะ  คือ dance zone  กับ hip-hop zone เราอยู่ dance zone คนมาเที่ยวลักษณะเป็นคนทำงาน ไม่ค่อยแต่งตัวมาก มองหาสาวสายเดี่ยวแทบไม่มีเลย และที่เราชอบคือ ห้ามสูบบุหรี่ใน club ด้วยค่ะ


บรรยากาศของร้านเราให้ 4 ดาวนะ ดีเจเปิดเพลงสนุก วงดนตรีแสดงสดบนเวทีก็มันส์ใช้ได้  การใช้แสง สี เสียง กำลังพอดีไม่มากไป ส่วนหน้าตาของหนุ่มๆที่มาเที่ยวน่ะเหรอ...มองมะเห็นอ่ะ มันมืดดดด


กลับถึงห้องพักตีสาม อาบน้ำแล้วหลับเป็นตายถึงเก้าโมงเช้าวันเสาร์  แล้วเราก็จามทั้งวัน ฮัดเช้ยๆ อยู่นั่นแหล่ะ จนเรานึกว่าห้องเราฝุ่นเยอะหรือเปล่า เลยลุกขึ้นมาเก็บกวาด เช็ดถูห้องทุกซอกทุกมุม  เอ...ก็ยังไม่หายฮัดเช้ยจนถึงวันอาทิตย์ (นี่เป็นสัญญาณเตือนของร่างกายน่ะค่ะ ว่ามีเชื้อโรคแปลกปลอมเข้ามาและมันพยายามกำจัดออกไป)


พอถึงวันจันทร์ เชื้อโรคที่บ่มเพาะในร่างกายได้ที่ ก็สำแดงฤทธิ์ออกมา เรามีอาการ คอแห้ง แสบคอ ปวดหัว มึนงง มีไข้ ตัวร้อน ยิ่งโดนแอร์นี่จะหนาวจนเจ็บไปทั้งตัวเลย....


ไปเจอข้อมูลเกี่ยวกับไข้หวัด มาฝากเพื่อนๆค่ะ เพื่อจะได้ดูแลตัวเองก่อนที่จะถูกไข้หวัดเล่นงานนะคะ
คลิกดูข้อมูลโรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่


ส่วนห้องซาวน่า ตามหัวข้อ blog หมายถึง ห้องพักของเรานี่แหล่ะค่ะ เนื่องจากมีพี่แนะนำว่า หากต้องการหายไข้เร็วๆ แม้แต่พัดลมก็ห้ามเปิดนะ  ตอนนี้ เราเลยนั่งเหงื่อหยดติ๋งๆ เขียน blog อยู่ในห้อง รู้สึกเหมือนอบซาวน่าเลยอ่ะ...


Better soon na ... me  ^_^



Wall-E... Poppy Love ของหุ่นจิ๋วหัวใจเกินร้อย

Posted by poosechuan
02:41, 2008-Aug-17 .. Posted in บันทึกความคิด .. 3 comments .. 0 trackbacks .. Link

Wall-E... Puppy Love ของหุ่นจิ๋วหัวใจเกินร้อย


อาทิตย์ที่แล้วเราไปดูภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง Wall-E มาค่ะ หลังจากที่เฝ้ารอหนังเรื่องนี้มานาน..
ต้องขอบคุณเพื่อนที่น่ารักคนหนึ่ง ที่ปากบอกว่าง่วงนอน ก็ยังยอมให้เราลากไปนั่งดูหนังเป็นเพื่อน...


หนังเรื่องนี้ผู้ชมต้องเป็นคนใช้จินตนาการเก่งหน่อยนะคะ เนื่องจากตัวแสดงเป็นหุ่นยนต์ ไม่มีบทพูด ทั้งเรื่องมีแต่คำว่า
วอลล์อี     -ชื่อหุ่นยนต์พระเอก
อีฟวา       -ชื่อหุ่นยนต์นางเอก
ไดเร็คทีฟ - ภารกิจที่นางเอกถูกโปรแกรมไว้


Wall-E กล่าวถึงเรื่องราวความรักของหุ่นยนต์ตัวหนึ่ง  เป็นความรักแบบ Puppy love  ...


Puppy love คือ ความรักแบบเด็กๆ ใสซื่อ สะอาดบริสุทธิ์เหมือน ลูกหมา ที่แสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ
เชื่อว่าเกือบทุกคนคงเคยมี Puppy love เกิดขึ้นอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต

Puppy love ของเรา เกิดขึ้นในวันเปิดเรียนม.4 วันแรก กับสถานที่เรียนใหม่ เพื่อนร่วมห้องหน้าใหม่
ขณะที่เรานั่งอยู่ในห้องเรียน รอเพื่อนๆคนอื่น และ อาจารย์ที่ปรึกษาที่จะมาปฐมนิเทศ
มีเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องเรียน
เขาเป็นผู้ชายตัวกลมๆ ออกแนว อวบระยะสุดท้าย  ผิวขาวอมชมพู หน้าตายิ้มแย้ม ดูใจดี
โครมมมมม !!!!!!...
สงสัยมัวแต่ยิ้ม บวกกับพื้นห้องเรียนเป็นพื้นไม้ขัดมัน คุณชายเธอก็เลยลื่นล้ม เสียงดังสนั่น (ดีนะ ที่เพื่อนๆยังมากันไม่เยอะ)
ใบหน้าสีชมพูนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงแปร๊ดดด ด้วยความอาย


...........น่ารักจัง   .........เราคิด

คงเหมือนเจ้า wall-E ตอนที่เห็น อีฟ ครั้งแรก...

Wall-E  แอบมอง Eve ที่ถูกส่งมายังโลกครั้งแรก


หลังจากนั้น เราก็จะเฝ้าแอบมอง Puppy love ของเรา จากซอกมุมต่างๆ(ตามสไตล์คนแอ๊บ(แอบ)ชอบ)
 มุมตึก ห้องสมุด หลังห้องเรียน โรงยิม ริมสนามฟุตบอล ฯลฯ  แอบมองหน้าเค้า แล้วก็เอามานั่งฝันหวาน
(ช่วงนั้นจะซาบซึ้งกับเพลง แนว แอ๊บๆ เช่น หนึ่งมิตรชิดใกล้ , รักล้นใจ ,ก้อนหินละเมอ)


ฉากหนึ่งในภาพยนตร์ เจ้า wall-E เก็บความรู้สึกที่มีต่ออีฟไว้ไม่ไหว ก็เลย สลักชื่ออีฟ ล้อมกรอบด้วย
รูปหัวใจ ลงบนตู้ไปรษณีย์เก่าๆ


วันดีคืนดี บนโต๊ะเรียนของเราก็มีใครไม่รู้มาสลักไว้ว่า  "..<ชื่อเรา>.. ห้อง 4/5 น่ารัก"
อ่า..ตัวเราก็อาจจะเป็น Puppy love ของใครสักคนเช่นเดียวกัน


เป็นความรู้สึกดีๆ น่ะค่ะ  ที่นึกถึงทีไรก็อดยิ้มไม่ได้ เพราะ Puppy love นั้นเป็นความรักที่ บริสุทธิ์ เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า อยากจะมอบความรู้สึกดีๆ ให้ ...


ท่ามกลางสังคมทุกวันนี้  ที่เต็มไปด้วย ความรักแบบคิดคำนวณ ฉันต้องได้อะไร ฉันเสียอะไร  ความรักที่ไม่จริงใจ เสแสร้งแกล้งว่ารัก  การแสดงความรักแบบหวือหวาแต่สุดท้ายก็วาย....

Wall-E สอนให้เรารู้จักความรักที่เรียบง่ายและทึ่ม แต่เต็มไปด้วยความจริงใจ

ว่าแต่ Puppy love ของคุณเป็นแบบไหนเอ่ย...


Have a nice day ka ^_^



แม่มี๊ ลูกมี๊ พ่อหมา 110808

Posted by m
02:12, 11 August 2008 .. 4 comments .. Link

[9:31:50] มี๊ says: ยังออนอยู่มั้ย
[9:32:27] มี๊ says: โหลๆๆๆๆๆๆ
[9:46:11] Pawoot.com says: มาแล้วๆ
[9:51:22] มี๊ says: บู้บี้
[9:51:41] Pawoot.com says: จ๋าาาาาาาาาาา
[9:51:45] มี๊ says: มี๊
[9:52:05] Pawoot.com says: ไง
[9:52:10] มี๊ says: ท้อง
[9:52:20] Pawoot.com says: จิงอะ....
[9:52:23] Pawoot.com says: รู้ได้ไงอะ
[9:52:29] Pawoot.com says: วัดแล้วเหรอ
[9:52:30] มี๊ says: ไปตรวจมา
[9:52:35] Pawoot.com says: เฮ็ยจิงอะ
[9:52:39] Pawoot.com says: ตรงที่ไหน
[9:52:48] มี๊ says: ตรงไหน
[9:53:14] Pawoot.com says: ตรวจที่ไหน
[9:53:34] มี๊ says: เจ้าพระยา
[9:54:19] Pawoot.com says: อยู่โต๊ะเปล่าอะ
[9:55:29] มี๊ sent file "IMG_0208.jpg" to members of this chat

[9:55:39] มี๊ says: มันขึ้นขีด มี๊เลยไปตรวจ
[9:55:55] มี๊ says: รับสิเฟ้ย
[10:01:46] Pawoot.com says: มาแล้วๆๆ
[10:01:51] Pawoot.com says: เป็นไงต่อ
[10:02:00] Pawoot.com says: รู้ได้ไงอะว่าท้อง ไปตรวจมาวันไหน
[10:02:20] Pawoot.com says: ไปตรวจมาวันไหนอะ
[10:02:32] มี๊ says: รับไฟล์สิ
[10:02:45] Pawoot.com says: ยังไม่ขึั้นให้รับ
[10:02:47] Pawoot.com says: รอ่กนอ
[10:02:54] มี๊ sent file "IMG_0208.jpg" to members of this chat

[10:02:57] Pawoot.com says: ไปตรวจมาัวันไหนอะ
[10:03:04] มี๊ says: วันเสาร์
[10:03:43] Pawoot.com says: ไปกับใครอะ
[10:03:48] มี๊ says: คนเดียว
[10:03:52] มี๊ says: ทำไม
[10:03:55] Pawoot.com says: ที่เจ้าพระยาเหอร
[10:03:58] มี๊ says: ใช่
[10:04:04] มี๊ says: ทำไม
[10:04:05] Pawoot.com says: เป็นห่วง เย้ๆๆๆๆ
[10:04:13] Pawoot.com says: เย้ๆๆๆๆๆ
[10:04:16] Pawoot.com says: ผลออกเลยเหอร
[10:04:20] มี๊ says: หมอบอก
[10:04:28] Pawoot.com says: วันนั้นเลยเหอร
[10:04:33] มี๊ says: ใช่
[10:04:47] Pawoot.com says: เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
[10:04:49] Pawoot.com says: รู้แล้วเป็นไงบ้าง
[10:05:04] Pawoot.com says: บอกพ่อยัง
[10:05:05] มี๊ says: เธอล่ะ รู้แล้วเป็นงัย
[10:05:14] มี๊ says: ไปเที่ยวผู้หญิงมารึเปล่า
[10:05:15] Pawoot.com says: ดีใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เย้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
[10:05:21] Pawoot.com says: ดีใจดีที่สุดเลยนะ
[10:05:24] Pawoot.com says: งง ไปเลย
[10:05:37] Pawoot.com says: ตกใจอะ ความร้สึกพ่อคนมันเป็นแบบนี้เอง
[10:05:50] มี๊ says: ไปมั่วซั่วมารึเปล่า
[10:05:58] Pawoot.com says: ไม่ได้ไปเที่ยวผู้หญิง ไปเที่ยวกับบอยกับญาติเรา
[10:06:05] มี๊ says: แน่นะ
[10:06:12] Pawoot.com says: แ่น่ิสิ
[10:06:19] Pawoot.com says: มี๊ดีใจไหมอะ
[10:06:23] มี๊ says: รู้ทีหลัง มี๊หนีไปนะ
[10:06:38] Pawoot.com says: ไอ้บ้าไม่มีเ้ว้ย
[10:06:40] Pawoot.com says: มี๊ดีใจไหม
[10:06:43] มี๊ says: ดีใจ
[10:06:47] Pawoot.com says: เย้ๆๆๆ
[10:06:52] Pawoot.com says: บอกพ่อยัง
[10:06:57] มี๊ says: แล้วเป็นไงอีก
[10:07:18] Pawoot.com says: ดีใจๆๆ ๆๆๆ
[10:07:33] Pawoot.com says: นึกถึงตอน ไป ขอนแ่ก่นกันอะ ที่ ไปเซียมซีอะ
[10:07:45] Pawoot.com says: เค้าบอกเราได้ลูกแน่ แต่ลูกสาวนะ
[10:07:46] มี๊ says: แล้ว
[10:08:04] Pawoot.com says: ยอดเยียมที่สุด.... เย้ๆๆๆๆ
[10:08:06] Pawoot.com says: ดีใจๆๆๆๆ
[10:08:16] Pawoot.com says: จรงิงๆ เลยอยากคุยด้วยเลยโทรไปหาน่ะ
[10:08:20] มี๊ says: พูดจา ไม่จริงใจ ไม่ดีใจจริงๆ นี่นา
[10:08:30] มี๊ says: |-(
[10:08:31] Pawoot.com says: อ้าว จะวัดยังไง กับการพิมพือะ
[10:08:32] Pawoot.com says: บอกพ่อไปยั
[10:08:39] Pawoot.com says: ยัง
[10:08:43] มี๊ says: บอกแล้ว
[10:08:47] Pawoot.com says: พ่อว่าไง
[10:08:49] Pawoot.com says: แย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
[10:08:52] Pawoot.com says: เย๊สๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
[10:08:53] Pawoot.com says: ดีใจๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
[10:09:10] Pawoot.com says: มีลูกแล้ววววววววววว :)
[10:09:14] Pawoot.com says: เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
[10:09:35] Pawoot.com says: จิงๆ นะ ยิ้มไม่หุบเลย
[10:09:41] Pawoot.com says: พี่สันติ กับบอย เค้าก็ดีใจด้วย
[10:09:43] Pawoot.com says: เย้ๆๆๆๆๆๆ
[10:10:01] มี๊ says: แม่มี๊อยู่เพียงลำพัง พ่อมี๊ไปเที่ยว
[10:10:10] Pawoot.com says: ต้องเริ่มฝากท้องแล้ว
[10:10:22] มี๊ says: ทิ้งแม่มี๊ท้องแก่ไว้ ให้หากินลำพัง
[10:10:31] Pawoot.com says: โหหห พ่อไปเรียนนนน ไปหาความรู้ มาเสริมให้ครอบครัว
[10:10:38] Pawoot.com says: ดีใจจัง
[10:10:43] Pawoot.com says: รู้สึกเปลี่ยนสถานุ ทันที
[10:11:01] มี๊ says: ทำไม จะไปเที่ยวกลางคืนกันใช่มะ
[10:11:29] Pawoot.com says: บ้า ไม่ได้ไป ญาติเรา อาโก พาพวกเราไปกินข้าวเย็นกันมา
[10:11:36] Pawoot.com says: เพิ่งกลับมาเอง
[10:11:47] Pawoot.com says: ดีใจๆๆๆ
[10:12:34] Pawoot.com says: ค่อยๆ เดินนะ
[10:12:34] Pawoot.com says: ต้องระวังแล้วนะช่วงนี้
[10:12:45] Pawoot.com says: ระวังตัว อย่าทำงานหนัก คิดหนัก
[10:13:03] Pawoot.com says: กินปลาร้า ให้น้อยลงด้วยยย
[10:13:09] Pawoot.com says: เดียวลูกเน่าในท้อง
[10:13:40] มี๊ says: มี๊เพิ่งกินปลาร้าไป เมื่อวันศุกร์
[10:13:53] Pawoot.com says: อ้าว ต้องงด
[10:13:57] Pawoot.com says: เดียวลูกเน่า อิอิ
[10:14:56] มี๊ says: ยังไม่ได้บอกใครที่นี่เลย
[10:14:59] มี๊ says: กะไม่บอก
[10:15:09] Pawoot.com says: อ้าวเหรอ ฉิบ ประกาศลงไปใน Twitter แล้ว
[10:15:10] มี๊ says: ที่บริษัท
[10:15:12] Pawoot.com says: ดีใจเกิน
[10:15:16] มี๊ says: อ่าว
[10:15:19] Pawoot.com says: ดีใจไปหน่อยยย
[10:15:21] Pawoot.com says: ดีใจๆๆๆ
[10:15:32] มี๊ says: เร็วไป
[10:15:35] มี๊ says: หรือเปล่า
[10:15:49] Pawoot.com says: ถ้าหมอยืนยัน ก้ OK แล้วว
[10:15:51] Pawoot.com says: กี่ % อะ
[10:15:59] มี๊ says: เราจะไม่ดีใจ จนกว่าวันที่ลูกออก
[10:16:05] มี๊ says: กี่ % ไร
[10:16:15] Pawoot.com says: มีลูกอะ กี่ %
[10:16:19] มี๊ says: ไม่เข้าใจ
[10:16:35] Pawoot.com says: โอกาสทีมัลูกน่ะ 100% ใช่ไหมจากการตรวจ
[10:16:40] มี๊ says: ใช่
[10:16:55] Pawoot.com says: เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
[10:18:14] Pawoot.com says: ดีใจๆๆๆ
[10:18:41] มี๊ says: มากมะ
[10:19:03] Pawoot.com says: มั่กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
[10:19:05] Pawoot.com says: มีลูกนะ ไมใช่ขีั้ออก ดีใจมากๆ สิ
[10:19:26] Pawoot.com says: เย้ๆๆๆ
[10:19:51] Pawoot.com says: โทรบอกป๊า-แม่เราหน่อยสิ
[10:19:54] มี๊ says: ยังอะ
[10:19:58] มี๊ says: อย่าเพิ่ง
[10:20:02] Pawoot.com says: ทำไมอะ
[10:20:04] Pawoot.com says: น่าดีใจออก
[10:20:10] Pawoot.com says: บอกช้าเดียวเค้างอนนะ
[10:20:14] มี๊ says: ให้เิํธอมาบอกเอง
[10:20:19] มี๊ says: ขี้เกีจย
[10:20:24] Pawoot.com says: เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
[10:20:25] Pawoot.com says: เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
[10:20:26] มี๊ says: ก็บอกว่าเพิ่งรู้สิ
[10:20:34] Pawoot.com says: เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
[10:20:34] Pawoot.com says: เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
[10:20:43] Pawoot.com says: ดีใจจนเนื่้อเต้นเลยอะ
[10:20:45] Pawoot.com says: ดีใจๆๆๆๆ
[10:20:58] Pawoot.com says: ลูกของเราสองคนะมี๊
[10:21:02] Pawoot.com says: ลูกของมี๊กับบี้
[10:21:50] Pawoot.com says: เราต้องหาคนมาทำงานแทนเธอแล้วละ
[10:22:36] Pawoot.com says: เดียวเธอท้องช่วงนึงจะให้หยุดงานแล้วนะ
[10:22:45] Pawoot.com says: ไม่ให้ทำงาน
[10:22:47] Pawoot.com says: หยุด เราเลี้ยงเอง
[10:22:48] Pawoot.com says: หน้าที่เรา
[10:23:04] มี๊ says: แหมๆๆๆๆ
[10:23:14] มี๊ says: ทำไมดาวรู้แล้ว
[10:23:23] Pawoot.com says: มันอ่าน twitter แน่เลย
[10:23:27] Pawoot.com says: มันมาทักเหรอ
[10:23:32] มี๊ says: ใช่
[10:23:48] Pawoot.com says: ใน Twitter คงรู้หลายคนแล้วละ
[10:24:07] Pawoot.com says: ดีใจอะ หยุดไม่อยู่
[10:24:10] Pawoot.com says: ดีใจๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
[10:24:16] มี๊ says: |-(
[10:24:35] Pawoot.com says: พี่ดา เพ็ยศรี ก็ทักมาแล้ว โก๋ (อ.ศุภเดชก็ทักมา)
[10:25:07] Pawoot.com says: ดีใจๆๆๆๆ
[10:25:13] Pawoot.com says: ทักมาทาง Twitter
[10:25:17] Pawoot.com says: โทษทีนะ
[10:25:34] Pawoot.com says: ดีใจไปหน่อย แต่มันก็คือเรือ่งทีน่าดีใจนะ :)
[10:27:26] มี๊ says: มี๊ไม่เห็นแพ้ท้องเลย
[10:27:54] Pawoot.com says: อย่างเพิ่งสิ เพิ่งท้องได้ไม่ดี่วันเอง
[10:27:57] Pawoot.com says: กี่วันแล้วอะ
[10:28:06] มี๊ says: 3 อาทิตย์
[10:28:20] มี๊ says: อาทิตย์ที่ 4 แล้ว
[10:29:06] มี๊ says: มี๊ เน่า
[10:29:14] มี๊ says: ไม่ได้สระผม
[10:29:19] มี๊ says: ห้องน้ำเสีย
[10:29:20] Pawoot.com says: อ้าว ทำไมอะ
[10:29:27] มี๊ says: เป็นรูโบ๋ๆๆๆๆๆ
[10:29:32] Pawoot.com says: ขอดูหน้าเมียที่รักหน่อยสิ
[10:29:35] มี๊ says: ไม่
[10:29:55] Pawoot.com says: กดรับ แล้วดูแค่หน้าก็พอ
[10:29:58] มี๊ says: ไม่
[10:30:10] Pawoot.com says: มี๊อะ
[10:30:15] Pawoot.com says: ดูหน่อยๆ
[10:30:32] Pawoot.com says: ใจร้าย
[10:32:39] มี๊ says: น้องๆ พูดกันใหญ่แล้ว
[10:32:49] มี๊ says: มี๊อายอะ
[10:33:44] Pawoot.com says: อ้าว บอกไปแ้ล้วรเหอ
[10:33:51] Pawoot.com says: มีลุกไม่เห็นน่าอายเลยอะ
[10:33:52] มี๊ says: เธอน่ะแหละ
[10:33:55] Pawoot.com says: น่าดีใจนะ
[10:34:07] Pawoot.com says: อ้าว พ่อแม่ที่ไหนมีลูกแล้วนั่งเงียบบ้าง
[10:34:09] มี๊ says: น้องๆ เิปิดหน้า twitter เธอกันใหญ่เลย
[10:34:28] Pawoot.com says: สิ่งที่น่าดีใจทีสุดในชีวิตของพ่อแม่คนเลยนะ
[10:34:44] มี๊ says: มี๊บอกพ่อแม่มี๊ก็พอ
[10:35:29] Pawoot.com says: เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
[10:36:11] มี๊ says: สนุกมั้ย มีลูก
[10:36:26] Pawoot.com says: ดีใจ ดีใจ
[10:36:36] Pawoot.com says: สนุกตอนได้เห็นเค้าโตขึ้นมาน่ะ
[10:37:27] มี๊ says: ยังไม่ได้ออกเลย
[10:37:29] มี๊ says: จะโตแล้วเหรอ
[10:37:38] Pawoot.com says: ฮ่าๆๆๆ ดีใจน่ะ
[10:37:47] มี๊ says: แม่มี๊ กะลูกมี๊
[10:37:58] มี๊ says: พ่อหมา
[10:39:07] Pawoot.com says: ฮ่าๆ พ่อแม่เธอว่ายังไงบ้าง
[10:39:22] มี๊ says: ไกป์สมาคม พูดกันแล้วอะ
[10:39:30] มี๊ says: พ่อเฉยๆ แม่ดีใจ
[10:39:44] Pawoot.com says: พ่อเฉยๆ จริงร้อ
[10:39:53] Pawoot.com says: แอบดีใจแน่ๆ คงไปบอกคนอื่นๆ แล้วละป่านี้
[10:39:58] Pawoot.com says: เดาพ่อเธอออก
[10:40:01] มี๊ says: พ่อถามว่า ไปหาหมอตรวจ กี่บาท
[10:40:07] Pawoot.com says: ฮ่าๆๆๆๆ
[10:40:11] มี๊ says: เราบอกว่า 500 พ่อบอกว่า ให้พ่อตรวจให้ ฟรี
[10:40:16] Pawoot.com says: ฮ่าๆๆๆ
[10:40:32] Pawoot.com says: พ่อเธอน่ะเราว่าดีใจมาก
[10:40:52] มี๊ says: แล้วพ่อก็บอกว่า เนี่ย ต้นทุนค่าตรวจนะ 11 บาทเอง
[10:41:24] Pawoot.com says: ตื่นเต้น ทนไม่ไหวอะสี้ รีบออกไปเลยเหอร พอมันขึ้นมาอะ
[10:41:39] มี๊ says: อะไร
[10:41:59] Pawoot.com says: พอตรวจฉี่ออกมาแล้วน่ะ อิอิ กลัวไม่ชัวร์ เลยออกไปตรวจเลยใช่ปะ
[10:42:03] มี๊ says: ใช่
[10:42:17] Pawoot.com says: พอเห็น ที่ตรวจแล้วเป็นไงบ้าง
[10:42:43] มี๊ says: มี๊ตรวจ 2 รอบ รอบแระตอนต้นอาทิตย์ มันไม่มีไรขึ้น
[10:43:03] มี๊ says: แล้วพอวันศุกร์ มี๊ไปกินข้าวกะพี่นุ้ก กะเตย ขวัญ
[10:43:13] มี๊ says: แล้วเค้าจะไปเที่ยว มี๊ไม่สบาย
[10:43:15] มี๊ says: เลยกลับบ้าน
[10:43:22] มี๊ says: เตยทักว่า ท้องหรือเปล่า
[10:43:28] มี๊ says: วันเสาร์เลยตรวจ
[10:43:32] Pawoot.com says: ท้องเลย
[10:43:36] Pawoot.com says: พี่นุ๊กรู้ยัง
[10:43:40] มี๊ says: มี๊ท้อง ท้องมี๊
[10:43:43] มี๊ says: รู้แล้ว
[10:44:30] Pawoot.com says: เหอะๆๆ อดเที่ยว แล้วววว
[10:44:39] Pawoot.com says: ห้ามเที่ยว รักษาสุขภาพ
[10:44:46] Pawoot.com says: งดกินปลาร้า
[10:44:59] Pawoot.com says: กดกินอะไรเน่าๆ
[10:45:01] มี๊ says: เซ็งเลย อดกินตำป่า
[10:45:08] Pawoot.com says: อุๆๆ
[10:45:10] มี๊ says: อดกินปูดองด้วย
[10:45:16] Pawoot.com says: อิอิ
[10:45:31] Pawoot.com says: มี๊ทำได้
[10:45:34] มี๊ says: มี๊ไม่เห็น morning sick เลย
[10:45:38] มี๊ says: ผิดปกติแน่ๆ
[10:45:43] Pawoot.com says: คืออะไรอะ
[10:45:50] Pawoot.com says: morning sick
[10:45:51] มี๊ says: อ้วกงัย
[10:46:00] มี๊ says: มี๊ เน่า
[10:46:04] Pawoot.com says: แพ้ท้องเรหอ
[10:46:10] Pawoot.com says: มี๊เน่า ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
[10:46:22] มี๊ says: เค้าบอกว่า ช่วงเดือนแรก เด็กกำลังสร้างระบบประสาท
[10:46:28] มี๊ says: และอวัยวะสำคัญ
[10:46:33] มี๊ says: มี๊อะ กินแต่ปล่ร้า
[10:46:33] Pawoot.com says: เดียวต้องหาหนังสือมาอ่านๆๆๆๆ
[10:46:40] Pawoot.com says: หาเพลงมาให้ลูกฟัง
[10:46:50] มี๊ says: ลูกสร้างอวัยวะสำคัญ จากปลาร้า
[10:46:51] Pawoot.com says: เดียวจะเล่านิทานให้ฟัง
[10:46:58] Pawoot.com says: อวัยวะเน่า
[10:47:04] มี๊ says: สมองปลา
[10:47:10] Pawoot.com says: ยี้ๆๆๆๆๆๆๆๆ
[10:47:20] มี๊ says: แต่ตอนนี้ มี๊จะกินนม
[10:47:26] Pawoot.com says: ดีๆ
[10:47:29] Pawoot.com says: ฝากท้องไหนอะ
[10:47:33] มี๊ says: แล้วตอนกลางวัน มี๊จะไปซื้อวิตามินมากิน
[10:47:37] มี๊ says: ทดแทนปลาร้า
[10:47:38] Pawoot.com says: พญาไทไหม กับ หมอ ครรชิต
[10:47:43] มี๊ says: คงงั้ง
[10:47:45] มี๊ says: งั้น
[10:47:48] มี๊ says: ให้ไปคนเดียวเหรอ
[10:47:57] Pawoot.com says: ดีๆๆ ๆต้องรักษาตัวเองใ้ห้ดี
[10:48:08] Pawoot.com says: ต้องทาครีมด้วย เดียวเมียเราท้องลาย
[10:48:18] มี๊ says: ไม่ใช่หอยนะ จะได้ัลาย
[10:48:26] Pawoot.com says: อ้าว เหรอ อิอิ
[10:55:37] มี๊ says: หายไปไหน
[10:56:08] Pawoot.com says: อยู่ นั่งดูโปรแกรมบอยแนะนำมา
[10:56:18] มี๊ says: |-(
[10:56:47] Pawoot.com says: น้องๆ รู้แล้วละ อย่างนัน้
[10:56:53] Pawoot.com says: ต้องบอกป๊ากับแม่แล้วละ
[10:57:17] มี๊ says: ไม่ ให้มาตรวจที่พญาไทอีกทีก่อน เอาให้แน่
[10:57:19] มี๊ says: ถึงบอก
[10:57:42] Pawoot.com says: เอางั้นเหอ
[10:58:13] มี๊ says: ใช่
[10:59:13] Pawoot.com says: โอเคๆๆ
[11:01:39] Pawoot.com says: อาบน้ำก่อนนะ
[11:45:08] Pawoot.com says: มี๋จ๋าาาา
[11:45:19] Pawoot.com says: เดียวเรานอนก่อนนะ จุ๊บๆ
[11:45:38] Pawoot.com says: คิดถึง แม่มี๊ และลูกมี๊ด้วย จุ๊บๆ



แม่...ผู้หล่อหลอมหัวใจลูก

Posted by poosechuan
07:47, 2008-Aug- 4 .. Posted in บันทึกความคิด .. 0 comments .. 0 trackbacks .. Link

แม่..เป็นผู้หลอมหัวใจลูก 

เหตุการณ์หนึ่งที่เกี่ยวกับความรู้สึกที่มีต่อแม่ของเรา เกิดขึ้นเมื่อเราอายุประมาณ 7-8 ขวบ วันนั้นจำไม่ได้ว่าเพราะอะไร แม่เราจึงใช้ให้เราไปซักผ้าซึ่งแช่ไว้ในกะละมัง ตรงบ่อโยกหลังบ้าน...
เราเองตอนนั้นเกิดมาไม่เคยต้องซักผ้าเลย เคยแต่ไปนั่งดูแม่ตอนซักผ้า ก็เลยพอรู้ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ถือว่าเป็นการซักผ้าครั้งแรกในชีวิต ในใจก็รู้สึกขัดขืนไม่อยากทำ ตามประสาเด็กที่อยากออกไปเล่นกับเพื่อนมากกว่า


เรายกผ้าเปียกน้ำที่หนักอึ้งขี้นมา ขยี้ๆ บิดๆ เทน้ำทิ้ง โยกน้ำใส่กะละมัง (สมัยนั้นยังใช้น้ำจากการขุดดินลงไปจนเจอตาน้ำ แล้วทำเป็นบ่อโยก เวลาจะใช้น้ำก็ออกแรงโยกคันเหล็ก)  ตอนนั้น เรารู้สึกเหนื่อยมากกับผ้า 1 กะละมังนี้(ทั้งที่มีผ้าอยู่ไม่กี่ชิ้น)แขนเล็กๆ ของเราตอนนั้น ก็เมื่อยล้าไปหมด ทำไมแม่ให้เราทำงานที่หนักหนาอย่างนี้นะ เราคิด แต่ก็กัดฟันทำจนเสร็จ นำผ้าไปตาก แล้วเราก็มานอนทอดกายอยู่บนเตียงในบ้าน น้ำตาซึมๆ...


แม่เราเดินผ่านมา เห็นเรานอนน้ำตาซึมอยู่ ก็เลยลงมานอนข้างๆ
"เป็นอะไรไปลูก"
เราพยายามกลั้นสะอื้น
"ก็แม่อ่ะ ให้หนูซักผ้า  หนู..เหนื่อยยยยยยยย"
ว่าแล้วเราก็ปล่อยโฮออกมาเต็มที่

(มาคิดถึงตอนนี้แล้วอายจัง ทำไมขี้แยอย่างงี้นะตัวฉัน)
จำได้ว่า แม่ดึงเราไปกอด แล้วพูดว่า
"โอ๋ๆ ลูกไม่ต้องร้องไห้นะ ต่อไปแม่จะไม่ให้หนูซักผ้าอีกแล้ว..."


เราจำไม่ได้หรอก ว่าแม่เราไม่ให้เราช่วยซักผ้าอีกเลยรึเปล่า แต่เราจดจำความรู้สึกตอนนั้นได้ จำความอบอุ่น อ่อนโยนของแม่ที่ปลอบเรา ตอนที่เรายังเป็นเด็ก  อ่อนแอ เอาแต่ใจ และยังไม่รู้จักคำว่า "ความอดทน"  ดีพอ


ต่อมาเมื่อเราเติบโตขึ้น ก็มีการ ปะทะ ฉะ พะบู๊กับแม่ ตามประสา คุณแม่ขี้บ่น-คุณลูกสาวขี้เบื่อ มีอาการหงุดหงิด รำคาญ โวยวาย งอน ร้องไห้ร้องห่มใส่กัน แต่ทุกครั้งที่เรานึกถึงเหตุการณ์ที่เล่าให้ฟังข้างต้น หัวใจเราก็อ่อนลง ระลึกได้ว่า แม่รักเราแค่ไหน


แม่เป็นผู้ที่ใกล้ชิดลูกตั้งแต่วันที่ลูก ปฏิสนธิภายในครรภ์ของตนแล้ว ในขณะที่พ่อต้องออกไปข้างนอก เพื่อจัดหา จัดเตรียมสารพัดทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตของลูก ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย อาหาร เครื่องนุ่งห่ม อื่นๆ รวมทั้งถ่ายทอด ความรู้ ความคิด อันเกิดจากประสบการณ์ทีตนได้เจอมาให้กับลูก


ผู้ชายเป็นนักก่อสร้าง ผู้หญิงเป็นนักตบแต่ง
พ่อ เป็นผู้สร้างร่างกาย แม่เป็นคนหล่อหลอมหัวใจลูก


แม่..เป็นผู้ที่มักจะได้อยู่กับลูก ทำให้ลูกรู้สึกว่าเขาไม่ได้อยู่เพียงคนเดียวในโลกอันกว้างใหญ่ ใบนี้  คอยปลอบโยน และ หล่อเลี้ยงหัวใจของลูกให้อบอุ่นอยู่เสมอ


แม่..เป็นผู้หล่อหลอม หัวใจของลูก คำพูดของแม่ที่เคยบอกลูกไว้ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนมันก็ยังอยู่ และเมื่อถึงเวลาหนึ่ง ลูกจะรำลึกถึงคำพูดนั้นๆ ได้ชัดเจน  รวมทั้งความรู้สึกที่เคยได้รับจากแม่เมื่อวัยเยาว์ ลูกจะถ่ายทอดความรู้สึกนั้นต่อตนเอง และ ผู้อื่น โดยไม่รู้ตัว

ลองอ่านข้อมูลนี้นะคะ... แล้วจะรู้ว่าแม่มีอิทธิพลแค่ไหน (จาก http://jaisamarn.org/1/article/default.asp?s_articleno=286&PageNo=2)


ในปี ค.ศ.1900 มิสเตอร์วินสัน ได้ทำการสืบค้นและวิจัย ผู้เป็นคุณแม่ 2 คนคนแรกก็คือ นางซาราห์ เอ็ดเวิร์ด ซึ่งเป็นภรรยาศิษยาภิบาลในศตวรรษที่ 18 ซาราห์มีบุตรชายหญิงทั้งหมด 11 คนเธอเป็นผู้มีหลักการชีวิตที่เข้มงวดในการอบรมสั่งสอนลูกๆของเธอ เธอเอาใจใส่เขาด้วยความรักและความยำเกรงในพระเจ้า จากการสำรวจพบว่า บุตรหลานในตระกูลของเธอจำนวน 1,400 คนในจำนวนนี้มี 14 คนเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัย 100 คนเป็นคณบดี 65 คน เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย 100 คนเป็นทนายความ 1 คนเป็นคณบดีคณะนิติศาสตร์ 30 คน เป็นผู้พิพากษาที่มีตำแหน่งสูง 60 คน เป็นนายแพทย์ 1 คน เป็นคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ และ 80 คน เป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูง รวมทั้งรัฐมนตรีคลัง และรองประธานาธิบดี


ส่วนคุณแม่คนที่สอง ที่เขาสำรวจ คือ นางไอดา ทาเค ในปี ค.ศ.1740 นางเป็นหญิงที่ปล่อยตัว ทำอะไรตามใจชอบและตายด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง ไม่ค่อยใส่ใจอบรมลูกหลาน เธอมีผู้สืบสกุล 700 คน ในจำนวนนี้มี 100 คน เป็นลูกนอกสมรส 181 คน เป็นหญิงโสเภณี 142 คน เป็นขอทาน 46 คน เข้ารับการดัดสันดาน และ อีก 76 คนเป็นอาชญากร


สำหรับคุณผู้ชาย : โปรดระลึกไว้ว่า ที่คุณแข็งแกร่ง เฉลียวฉลาด และมีวันนี้ได้ เพราะการพร่ำสอนและความรักจากคุณแม่ อย่ามัวแต่สร้างโลก จนลืมเค้าไว้นานเกินไปนะคะ กลับไปหาท่านบ้าง


สำหรับคุณผู้หญิง : โปรดระลึกไว้ว่า คุณเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อโลกใบนี้นะคะ  และก็ขอให้ขอบคุณความรักจากแม่ ที่หล่อหลอมให้คุณเป็นคุณในวันนี้ได้

Happy Mother's Day ka ^_^



เจ้าสัวในเมืองไทย

Posted by poosechuan
12:45, 2008-Jul-30 .. Posted in ไดอารี่ .. 0 comments .. 0 trackbacks .. Link

ต่อจาก blog ที่แล้ว ==>  คำคมประจำวัน

12 กรกฏาคม 2003
กลับจากเรียนมาถึงร้านบ่ายสาม แตะมือเปลี่ยนตัวกะเด็กเฝ้าร้าน แล้วเราก็นั่งพิมพ์งานที่ลูกค้าเอามาทิ้งไว้ให้ เป็นเรื่องของเจ้าสัวในเมืองไทย พิมพ์ไปก็อ่านไปด้วย ได้ความรู้ดีเหมือนกัน เช่น


1. ในการทำธุรกิจ ไม่ควรจะมอบอำนาจให้กับคนๆ เดียว (เช่นธุรกิจแบบครอบครัว) เพราะถ้าคนนั้นหายไป ทุกสิ่งจะหายไปด้วย โดยเฉพาะเครดิตการเงิน


2. การทำธุรกิจจะชักช้าไม่ได้ เช่น เจ้าสัวบุญชัย (DTAC) ไปจดสัมปะทานช้ากว่าทักษิณ (GSM) ทำให้เขาได้คลื่นความถี่ที่ไม่ใช่ดีที่สุด ในการใช้มือถือ


3. ถึงเราจะรู้ว่าเสียเปรียบ ก็จงอย่าหยุดที่จะอุดข้อด้อยของเรา และพยายามดึงข้อเด่นขึ้นมาสู้กับคนอื่นให้ได้ ( นี่แหล่ะนะที่เขาว่าธุรกิจคือ หยุดนิ่งไม่ได้)


4. คนที่รู้จังหวะ มองการณ์ไกล จะประสบความสำเร็จในธุรกิจ


5. อันนี้ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ แต่ตอนที่บิดาของเจ้าสัวบุญชัยเสีย และทำให้เครดิตการเงินเสียไปด้วย บุญชัยนำของขวัญปีใหม่ไปให้นายแบงค์คนหนึ่ง นายแบงค์คนนั้นกลับปฏิเสธของขวัญ และไม่ยอมแม้จะเชิญเข้าบ้าน  (ซึ่งเราว่าเป็นมารยาทที่ทรามมาก นึกถึงคำว่า คนล้มอย่าข้าม ขึ้นมาเลย)


คำคมประจำวัน : ไม้ล้มข้ามได้  คนล้มอย่าข้าม

Have a nice day ka ^_^



คำคมประจำวัน...

Posted by poosechuan
07:43, 2008-Jul-27 .. Posted in ไดอารี่ .. 0 comments .. 0 trackbacks .. Link

เมื่อวันเสาร์ กลับไปบ้านค้นๆ สมบัติเก่าของเรา ไปเจอสมุดปกสีชมพูแปร๋นเล่มหนึ่ง เปิดดูข้างใน เอ...ลายมือคุ้นตา  ลายมือเรานี่หว่า และแล้วก็ระลึกได้ว่า เราเคยเขียนบันทึก เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนั้น เรียนโทที่เกษตรอยู่ พร้อมทั้งเปิดร้านเน็ต-เกมส์ ด้วย บันทึกเล่มนั้นก็เขียนไม่ได้เยอะ และก็ไม่ได้เขียนทุกวัน  โดยในแต่ละวันที่เขียน จะลงท้ายด้วยคำคม (ที่จำๆ เค้ามา) ตามสถานการณ์วันนั้น  ว่าไปเจออะไรมาบ้าง


 1 มกราคม 2003  วันปีใหม่ เด็กเข้าร้านเล่นเกมส์ทั้งวันทั้งคืน เงินเข้าเป็นกอบเป็นกำ แต่ไม่มีเวลาออกไปซื้อข้าวข้างนอก หิวสุดๆ ต้องกินข้าวคลุกพริกน้ำปลาในครัว หลังร้าน

คำคมประจำวัน :  เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิของจริง T_T  (ดำรัสในหลวง)


 2 มกราคม 2003


คำคมประจำวัน : บางครั้งเราก็ต้องใจแข็ง เพื่อรักษาความรักและมิตรภาพไว้ เพราะทั้งสองอย่างมีความหมายกับชีวิตเรา


27 มกราคม 2003  เด็กในร้านทะเลาะกัน เมื่อเจ้าหนี้เล่มเกมส์จนตังส์หมด แล้วไปทวงตังส์จากลูกหนี้  ลูกหนี้ก็ไม่ยอม อ้างว่า เจ้าหนี้เคยบอกว่ายกหนี้ให้แล้ว เถียงกันไปมาจนเกือบจะวางมวย แต่เจ้าหนี้ตัวใหญ่กว่า ลูกหนี้จึงต้องยอมจ่าย (จำไว้ว่า อย่าไปรับของใครฟรี เดี๋ยวเขาขอคืนแล้วจะเจ็บใจ และเป็นหนี้ก็ใช้เค้าซะ)


คำคมประจำวัน :โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรี !!!


 03 พฤษภาคม 2003 จากหนังสือ Molly Moon เล่ม 1  ตอนที่ตัวเอกของเรื่องขอโทษเพื่อนตนเองที่เขาทำสิ่งไม่ดีลงไป และเพื่อนของเขาตอบกลับมาว่า

"เธอคงสับสน และ ทำอะไรที่ผิดพลาดลงไปบ้างเท่านั้น แต่เธอยังเป็นคนที่ดีที่สุดที่ฉันเคยรู้จัก ถ้าสมมติเรามีของมีค่าชิ้นเดียวในชีวิตเรา เราคงไม่โยนมันทิ้ง หากมันจะมีตำหนิบ้างเล็กน้อย ใช่มั้ย??"


คำคมประจำวัน :  เพื่อนแท้คือสิ่งที่มีค่าที่สุด


 17 กรกฏาคม 2003 : หลานสาวอายุ 8 ขวบ มาท่องกลอนให้ฟัง บอกว่า อาจารย์ที่โรงเรียนสอนมา

น้ำอื่นไม่ชื่นชุ่มฉ่ำ              เหมือนน้ำคำเปี่ยมด้วยเมตตา

งามใดไม่เท่ากิริยา                  แช่มช้อยโสภา นุ่มนวลชวนชม

รสอื่นไม่เย็นชื่นฉ่ำ                 เหมือนรสพระธรรมดับทุกข์ตรอมตรม

เกียรติใดก็ไม่น่านิยม             เท่าชนะอารมณ์ของตนได้เอย...


คำคมประจำวัน : เกียรติใดก็ไม่น่านิยมเท่าชนะอารมณ์ของตนได้เอย...


 Have a nice day ka ^_^



{ Last Page } { Page 1 of 4 } { Next Page }

About Me

Home
My Profile
Archives
Friends
My Photo Album

Links


Categories

TARAD Development
กิจกรรมชาว TARAD
ชีวิตประจำวัน
เที่ยว เที่ยว เที่ยว
แนวความคิด

Recent Entries

อะไรๆ ก็สำเร็จได้..... ถ้าคุณสร้างโอกาสให้กับตัวเอง.! <-- โคตรชอบเลยบทความนี้.!
สรุป 5 หลุมพราง ของ CEO
สนุกจัง BarCampBangkok 3
ความสุขของเราอยู่ไหนกันเนี่ย? มาดูเทคนิคหามันกัน..!
โครงการช่วยชาติช่วยเศรษฐกิจไทยด้วยอินเทอร์เน็ต (National Online Campaign)

Friends

kornkamon
pizzagreezi
poosechuan



follow pawoot at http://twitter.com





จองโรงแรม เว็บบอร์ด E-Commerce คืออะไร สินค้า ฮอตฮิต
Blog powered by TARAD.com