| ช๊อปปิ้งมอลล์, ตลาดมือสอง, ตลาดค้าส่ง, สินค้าประมูล, เปิดร้านค้าฟรี.!, สัมมนา E-Commerce, หางาน-หาคน ทั้งหมด>> |
บ๊อก ภาวุธ | |
อะไรๆ ก็สำเร็จได้..... ถ้าคุณสร้างโอกาสให้กับตัวเอง.! <-- โคตรชอบเลยบทความนี้.!ผมชอบบทความนี้มากครับ ต้องขอบคุณ คุณเอ ยศสันต์ ที่ให้หนังสือ "กฏแห่งความโชคดี" ของคุณ บัณฑิต อึ้งรังษี ผมเปิดอ่านแล้วชอบ เนื้อหาขอเล่มนี้มาก มันตรงกับการทำงาน และการใช้ชีวิตของผม ซะหลายๆ อย่างซะทีเดียว ลองอ่านดูครับ ผมว่าน่าจะเป็น "หลักที่คุณสามารถนำไปใช้กับชีวิตคุณได้"Pawoot P. ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ เพิ่มโอกาสโดยการ “สร้างโอกาส” Make Opportunities (จากหนังสือ กฎแห่งความโชคดี) บัณฑิต อึ้งรังษี กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 08 มกราคม พ.ศ. 2552 ถ้าคุณหางานประจำที่เหมาะไม่ได้ทางออกที่ดีที่สุดคือ “สร้างงาน” หรือสร้างธุรกิจแบบที่ชอบ บิลเกตส์ และ สตีฟ จอบส์ ก็ไม่มีงานประจำ พวกเขาล้วนสร้างงาน! “People are always blaming their circumstances for what they are. I don’t believe in circumstances. The people who get on in this world are the people who get up and look for the circumstances they want, and if they can’t find them, make them.” -- George Bernard Shaw “คนเรามักจะโทษ ‘สถานการณ์’ในการกำหนดสิ่งที่เขาเป็น ผมไม่เชื่อเช่นนั้น คนที่ประสบความสำเร็จในโลกนี้ คือคนที่ลุกขึ้นไปหาสถานการณ์ที่เขาต้องการ และถ้าหาไม่เจอ ก็สร้างมันขึ้นมา” -- ยอร์ช เบอร์นาร์ด ชอว์ (ค.ศ. 1856 - 1950, นักเขียนบทละครชื่อดัง) “The best way to predict your future is to create it.” -- Tom Peters “วิธีที่ดีที่สุดในการทำนายอนาคต คือ สร้างอนาคตขึ้นมาเอง” -- ทอม ปีเตอร์ส (ค.ศ. 1942 - ปัจจุบัน , นักเขียนชาวอเมริกัน) "Anyone who does not know how to make the most of his luck has no right to complain if it passes him by." -- Cervantes, great author of Don Quixote คนที่ไม่รู้จักเอาประโยชน์จากโชค ก็ไม่มีสิทธิ์บ่น ถ้าโชคนั้นผ่านเขาไป -- เซอร์วานเตส (ค.ศ. 1547-1616, นักประพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวสเปน ผู้เขียนเรื่องดอน คีโฮเต้) มีคนเป็นจำนวนมากที่เก่งแต่บ่น เมื่อโอกาสไม่มาถึง ก็บ่นว่าไม่มีโชคกับเขาเลย ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้หรอกว่า คนอื่นที่ดูเผิน ๆ นึกว่าเขา “โชคดี” นั้น เขาทำงานหนักแค่ไหน หรือ เขาสร้างโอกาสให้ตัวเขาเองอย่างไร หรือเขามีความคิดที่ดีกว่าอย่างไร (การคิดมีผลต่ออนาคต) แน่นอน บางคนมีข้อได้เปรียบตั้งแต่เกิด เช่น เกิดมาในตระกูลร่ำรวย มีชาติตระกูล มีเส้นสาย หน้าตาหล่อ สวย ฯลฯ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เราจะ “บ่น” และก็ไม่ทำอะไร ถ้าโอกาสไม่วิ่งเข้ามาหา ก็ไป “สร้างโอกาส” เองเสียเลย ถ้าคุณหางานไม่ได้.. ก็.. สร้างงานเองเสียเลย ตอนผมอายุ 20 ปี ผมได้ไปประเทศออสเตรเลียเป็นครั้งแรก เพื่อไปศึกษาการเป็นวาทยกรอย่างเป็นกิจจะลักษณะในระดับปริญญาตรี แต่ปรากฏว่าคณะดนตรีที่มหาวิทยาลัยนั้นไม่มีวงออร์เคสตราให้ผมคอนดักท์ มีวงประจำเมืองอยู่วงหนึ่งชื่อว่า Wollongong Symphony Orchestra ซึ่งมีคอนดักเตอร์ประจำอยู่แล้ว และก็ไม่มีเหตุผลที่จะให้เด็กหนุ่มอายุ 20 ปี เป็นใครมาจากไหนไม่รู้ ให้มาคอนดักท์ ในเมื่อไม่มีใครหยิบยื่นโอกาสมาให้ ผมจึงคิดว่าต้อง “สร้างโอกาส” เอง ขั้นแรก ผมเริ่มไปดูการซ้อมทุกครั้งของวง Wollongong Symphony Orchestra พยายามเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับวงการ ขั้นที่สอง ผมเริ่มผูกมิตรกับคนทุกคนในวง เพราะรู้ว่าสักวันหนึ่งอาจต้องขอความช่วยเหลือจากเขา ขั้นที่สาม ผมเริ่มวางแผนจัดคอนเสิร์ตเอง ที่ทำให้ทุกฝ่ายได้ผลประโยชน์ (คอนเสิร์ตการกุศล นักดนตรียอมเล่นฟรี ค่าใช้จ่ายเช่น ค่าหอ ฯลฯ ขอความร่วมมือจากมหาวิทยาลัย ซึ่งได้ประโยชน์ในการโชว์ผลงานนักศึกษาของตนเอง ฯลฯ) เหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่ก็คุ้มค่า เพราะคอนเสิร์ตได้รับการตอบรับที่ดีมาก ครั้งนั้นเป็นครั้งเดียวที่ผมต้องจัดคอนเสิร์ตเอง เพราะหลังจากนั้นก็มีการเชิญหลั่งไหลเข้ามา เพราะเราได้แสดงผลงานให้เขาเห็นแล้ว ถ้าไม่ออกไป “สร้างโอกาส” ครั้งนั้น ผมอาจ “ไม่ได้เกิด” หรือเกิดก็ช้ามาก คนทั่วไปส่วนใหญ่ รวมทั้งตัวผมเอง ได้ถูกหล่อหลอมความคิดให้ไป “สมัครงาน” อาจจะเป็นเพราะระบบการศึกษาส่วนใหญ่ (ทั่วโลก) ไม่ได้สอนคนให้คิด “สร้างงาน” แต่ถ้าคุณหางานประจำที่เหมาะกับคุณไม่ได้เลย ทางออกที่ดีที่สุดทางหนึ่ง คือ “สร้างงาน” หรือสร้างธุรกิจแบบที่คุณชอบ คนเก่ง ๆ หลายท่านไม่มีงานประจำทำ บิลเกตส์ ไม่มีงานประจำ สตีฟ จอบส์ ไม่มีงานประจำ เขาสร้างงาน! มันไม่ใช่เรื่องยากนัก ถ้าคุณศึกษาและเตรียมการมา ก่อนที่จะก้าวออกไปสู่มิติใหม่ของการ “สร้างงาน” สรุป 5 หลุมพราง ของ CEO1. ต้อง focus ที่ สถานภาพ บริษัท ไม่ใช่สถานภาพตัวเอง
การสนใจสถานภาพตัวเองมากกว่ ไม่ทุ่มเทกับงานทำให้ 2. ต้องควบคุมให้ลูกน้องทำหน้าที่ ความต้องการที่ให้ ควบคุมดูแลลูกน้องให้มีความรั 3. ตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่จำกั แก้นิสัยการกลัวที่จะตัดสินใจผิ ตัดสินใจดีกว่าไม่ตัดสินใจ 4. ความต้องการที่ให้มีแต่
CEO บางคนกลัวความขัดแย้ง กลัวการเสนอความคิดที่จะมีคนโต้ ทำให้ไม่ได้ใช้ประโยขน์ 5. ต้องกล้าที่จะถูก วิพากษ์ วิจารณ์ เป็นเรื่องของการไว้ใจ ซื้อใจ และสร้างศรัทธา ก่อนที่ใครจะไว้ใจคุณ คุณต้องไว้ใจพวกเขาก่อน คุณต้องกล้าที่จะถูกเขาวิพากษ์ ขอบคุณ คุณเอ ยศสันต์ ที่แนะนำมาด้วยนะครับ.. เป็นสิ่งที่ดีจริงๆ ครับ ส่วนตัวต้องยอมรับ ผมยังขาดหลายๆ ข้อครับ ความสุขของเราอยู่ไหนกันเนี่ย? มาดูเทคนิคหามันกัน..!วันนี้ผมขับรถกลับมาบ้าน ระหว่างขับรถกลับมา มันก็มีอยู่ในอารมณ์ที่มีสติกับตัว อย่างมากเลย และบังเอิญได้เห็นคน Tweet ข้อความนึงมาว่า "อยากไปเที่ยวทะเล อยากมีความสุข" ผมก็เลยเกิดความรู้สึกขึ้นมาทันทีว่า "เฮ้ย จริงๆ แล้วไม่เห็นต้องไปทะเลเลย ตอนนี้ผมก็มีความสุขนี้หว่า" ผมก็เลย Tweet ข้อความความรู้สึกของผมออกไปตอนนั้นเลยว่า"ความสุขอยู่รอบตัว เราน่ะแหละ ไม่ต้องไปหาที่ไหน ถ้าใจเรามันสุข อยู่ไหนมันก็สุข ถ้าใจเรามันทุกข์ ไปอยู่ริมทะเลแสนสวย เราก็ทุกข์อยู่ดี" "จงชื่นชมกับทุกวินาที ที่มันผ่านไป"
จงอยู่กับ "ปัจจุบัน" เมื่อเราอยู่กับ "ปัจจุบัน" เราก็จะมีความสุข จริงๆ รู้ไหม ทำไมคุณเครียด หรือไม่มีความสุข เพราะคุณกำลังคิดถึง "อดีต" หรือกังวลกับ "อนาคต" ที่ยังไม่เกิด นี้แหละตัวทุกข์เลยละ ดังนั้นพอเครียดหรือทุกข์ปุ๊ป จับตัวเองให้ได้ว่าเราทุกข์แล้ว แล้ว "อยู่กับปัจจุบัน" คุณจะหมดทุกข์ทันที (เลิกคิดอดีต อนาคต) โคตรได้ผลเลยวิธีนี้ แล้วคุณจะเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกเลยนะจ๊ะ อยากแบ่งปันเทคนิคนี้ ให้คุณมีความสุขอย่างผมตอนนี้ ท่องเอาไว้ อยู่กับปัจจุบัน "ความสุข ไม่ต้องไปหาที่ไหน หรือ หาจากใคร
มันอยู่ในตัวเราเองแหละ จริง ล้าน%" จำคำผมเอาไว้เลยนะ..... โครงการช่วยชาติช่วยเศรษฐกิจไทยด้วยอินเทอร์เน็ต (National Online Campaign)ทุกท่านครับในช่วงนี้ เศรษฐกิจประเทศไทย ค่อนข้างยำแย่มากๆครับ ทุกคนรู้ข้อนี้ดีครับ ผมเชื่อว่าทุก อยากช่วยประเทศครับ แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยได้อย่างไร ผมมีไอเดียนี้ ตอนที่เกิดเหตุการณ์ม๊อบของชุดแดง ว่าเราในฐานะของคนออนไลน์ จะช่วยชาติเราได้ยังไง อ่านที่มาได้ที่นี่ครับ และในที่สุดผมว่า มันถึงแล้วละครับ ที่โครงการนี้ น่าจะถูกพลักดันอย่างจริงๆ จัง เพราะมันสามารถให้คนไทยทุกคนช่วยได้ไม่อยากเลยครับ ตอนนี้ผมได้ปรึกษานายกสมาคม E-Commerce เกี่ยวกับการ พลักดันเรื่องนี้ ออกไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลัก ซึ่งก็คือ "การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย" ซึ่งต้องดูว่าเราจะประสานกับทาง การท่องเที่ยวได้ระดับไหนครับ ผมเชื่อว่า ด้วยโครงการนี้ "เรา" ผู้ใช้ Internet ทุกคน "จะมีส่วนช่วย เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจของชาติได้ครับ" ผมร่างโครงการไว้แล้วครับ โดยสามารถดูได้ที่ http://docs.google.com/Doc?id=dfwq97mf_42c7m29vp6 หากท่านมีอะไรเพิ่มเติมสามารถ ช่วยผมปรับ แก้ไข เพิ่มเติมลงไปในเอกสารออนไลน์ได้เลยนะครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง Pawoot P. แผนช่วยชาติ ด้วย National Online Marketing Campaign คุณเองก็ช่วยได้.!เห็นข่าวชาติไทยตอนนี้มันน่าหดหู่นัก แต่ผมคนนึงละคงไม่หดหู่ไปกับข่าวนี้ด้วย ผมเริ่มคิดแล้วว่า ตัวผมเอง ด้วยความรู้ ความสามารถที่มี "จะช่วยชาติเราได้ยังไง" ผมคงไม่คิดจะไปหยุดยั้งการรบราของทั้งสีแดง-สีเหลืองอะไรหรอก แต่เพียงแต่ว่าหลังจากเหตุการณ์ทุกอย่างยุติแล้ว ผมคิดว่า "เรา" ในฐานะคนที่ทำงานด้านออนไลน์ จะช่วยอะไรชาติได้บ้าง?"คุณ" เองก็ช่วยได้ชาติได้ แม้อยู่หน้าคอม **************************************** "คุณเองนั้นแหละ ที่มีอำนาจอยู่ปลายนิ้วของคุณ" ทำไมไม่ใช้มันให้เกิดประโยชน์กับประเทศบ้าง ในการกระจายสิ่งดีๆ ของประเทศไทย ออกไปสู่สายตาชาวโลก ผ่านอินเทอร์เน็ต เพราะสื่อนี้แหละ ไปได้เร็วกว่าสำนักข่าวระดับโลกไมว่าจะเป็น CNN ซินหัว หรือ อัลจาซีร่า ดังนั้นคุณเองก็มีส่วนช่วยได้ไม่ยากเลย คิดเองแบบง่ายๆ ครับ National Online Campaign *************************************************** คือทำแผนการตลาดออนไลน์ ให้คนทั่วโลกรู้จักประเทศไทย ในสิ่งที่สวยงาม แหล่งท่องเที่ยว วัฒนะธรรม และหลายอย่างอีกมากมาย ผมเชื่อว่า ยังมีอีกหลายๆ คนที่ยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ในประเทศไทย ดังนั้นการดึงคนกลุ่มนี้มา จึงเป็นเรื่องที่ไม่ยาก แผนการทำง่ายๆ นะ ********************************************* ทำ Landing Page หรือ Micro Site ที่จะแนะนำแหล่งท่องเที่ยวของไทย แยกภาษาเอาไว้ ภายในมีข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดคน มีโรงแรมที่พักราคาพิเศษจองได้ทันที รวมเป็นแพ็กพร้อมเอาไว้จองได้ทันที (ต้องระวังเรื่องการผูกขาดของการขายโรงแรม ทางการท่องเที่ยวน่าจะช่วยได้) วางแผนออนไลน์แคมเปญ โดยใช้อินเทอร์เน็ต ********************************************** เราก็ระดมคนที่ทำงานด้าน Online ทั้งเซียนและเทพทั้งหมาย รวมถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาช่วยกันทำให้แคมเปญนี้ มันกลายเป็นจริงๆ โดยแบ่งงานออกไปเป็นหลาย ๆ ส่วน ได้แก่
คนใช้เน็ตคนไทยทั่วไปช่วยอะไรกันได้บ้าง? ************************************************* พวกเราที่ใช้เน็ต กันก็ช่วย Add link, ส่งต่อ, Tweet, ส่งเมล์ กระจายข้อความในตามรูปแบบต่างๆ ออกไปยังเพื่อนๆ ของคุณทั้งในไทยและต่างประเทศ อาศัยช่องทางอินเทอร์เน็ต เป็นการสร้างสิ่งดีๆ ให้กับประเทศไทย Step ง่ายๆ ในการทำ ********************************
คิดไว้แบบให้สามารถทำได้จริงๆ ผมละอยากพลักดันมากๆ เลย เพราะจะช่วยประเทศชาติได้ ถึงแม้ เราจะอยู่หน้าคอมพิวเตอร์แบบนี้ก็ตาม ใครมีไอเดียอะไรต่อ เสนอมาได้เลยครับ Pawoot P. 11/4/09 ปล. เขียนหลังเหตุการณ์ กลุ่มเสื้อแดงบุกโรงแรม ที่มีประชุม Asian เป็นไอดอลมันเป็นยังงี้นี้เองงงงงงง.... (ทำเสียงแบบ คนพากย์ TV Champian ด้วยนะ)วัีนนี้ตื่นมา เจอกับข้อความใน Skype ในห้องของสมาคมเว็บฯ ที่ปกติเราจะคุย-ประชุมกันรวม ในห้องนี้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ขึ้นอยุ่กับว่า เวลาไหน ใครจะสะดวก ก็เข้ามาคุย แต่มาสะดุดกับข้อความที่ พี่บัง (www.mambohub.com) ส่งมาให้ผม "http://canopybanj.blogaraidee.com/node/5 มีคนฝากมาให้ภาวุธ" ผมก็กดเข้าไปดู... มันเป็นเว็บไซต์ของน้องคนนึง.. ชื่อน้อง ตั้ง ผมได้มีโอกาสเจอน้องคนนี้ 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรก (ตามที่น้องเค้าบอก คือ ตอนผมไปสอนที่ net design มานานแล้ว) ครั้งที่สองนี้จำได้ เพราะทาง มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ คณะ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม สาขา การจัดการธุรกิจไซเบอร์ มาเชิญผมไปเป็น guest speaker ซึ่งวันนั้นผมไปพูดกับหนุ่ย Show No Limit.หลังจากพูดจบ ก็กำลังจะกลับ ก็มีน้องคนนึง วิ่งมาหาผม แล้วก็บอกว่า "จะขอรายเซ็นต์ผม" และเค้าก็บอกว่า ผมเป็นไอดอล หรือเป็น ต้นแบบของการที่เค้ามาเรียนที่ คณะแห่งนี้ ผมฟังแล้ว ผมก็รู้สึกว่า "ผมเนี่ยนะ?" สามารถสร้างบันดาลใจให้กับเด็กคนนึงได้.... ผมก็เซ็นต์ ลายเซ็นต์ให้กับเค้าไป ลงไปในนามบัตรของผม และภาพทุกอย่างก็จบลง ผ่านมาอีกหลายเดือน อยู่ๆ ก็มี message ส่งเข้ามาที่ www.i-GreenSpace.com (เว็บของทาง Hineken Beer) บอกว่า เค้าทำ นามบัตรพร้อมลายเซ็นต์ผมหาย ผมก็นึกในใจว่า ถ้าเจอ เดียวผมจะให้น้องเค้าใหม่อีกรอบ.... แต่มาวันนี้ มาเจอน้องเค้าเขียน ถึงผมแบบนี้ ในบล๊อกของเค้า ผมรู้สึกประทับใจน้องเค้ามากครับ... ผมก็ไม่รุ้หรอกว่า สิ่งที่ผมทำไป มันจะช่วยสร้างบันดาลใจให้น้องคนหนึ่งได้.. แต่ผมก็อยากให้น้องคนนี้เค้าประสบความสำเร็จ และมีความตั้งมั่น ตั้งใจ อย่างนี้ตลอดไป เพราะมันคือ "ปัจจัยหนึ่ง" ของความสำเร็จของชีิวิตเลย คือ "ความตั้งมั่น ความตั้งใจ โฟกัส อย่างเต็มที่" แต่สิ่งหนึ่งที่ผม ใช้กับชีวิตตัวเอง นอกเหนือจากนั้น มันคือ "ความสนุก ที่เราต้องมีไปพร้อมกับมัน ความพร้อม และการยอมรับกับสิ่งที่ "บางครั้ง" มันอาจจะล้มเหลว หรือไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราตั้งใจไว้" ผมเป็นประจำครับ บางครั้งมันอาจจะมีปัจจัยอีกอันหนึ่งที่ "เราควบคุมมันไม่ได้" เลย ก็คือ "โอกาส (opportunity)" ที่มันจะเข้ามาเมื่อไรก็ไม่รู้ แต่เชื่อไหมครับ บางที ชีวิตเรา "เราก็สามารถสร้างโอกาสให้กับตัวเราเองได้" แต่เราสร้างมันรึเปล่า? สรุปที่ผมเขียนข้อความนี้ขึ้นมา เพื่อ "ต้องการให้กับกำลังใจ น้อง ตั้ง" ให้ทำในสิ่งที่ตนต้องการให้ได้ ท้อได้ แต่อย่างยอมแพ้ สนุกไปกับมัน ขำให้ขี้แตกขี้แตนไปกับสิ่งที่เราทำและสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่ แล้วเราก็สนุก และมันก็ดีเองแหละ อย่าไปซีเรียสมันมาก...... ผมเองก็ต้ัองลุยอะไรอีกเยอะ แต่อยากจะบอกว่า ลุยตามมาได้เลยน้อง... พี่อยู่ข้างหน้า และพร้อมจะให้คำปรึกษาได้ตลอดเวลาครับ.! สู้เค้าไอ้น้อง.. (และอีกหลายๆ คนที่บังเอิญอ่านมาถึงตรงนี้..!) PS. เนื่องจากน้องเค้านามบัตรผมหาย ผมก็คงหาโอกาสเจอน้องเค้ายาก ผมก็เลย เซ้นต์ลงในนามบัตรผม แล้ว ส่งเป็น file ไปให้น้องเค้าทาง email แล้วละกันนะน้องตั้ม เป็นไฟล์นี้ดีนะ มันไม่หายไปจากกระเป๋าตั้งแล้วละ ฮ่าๆๆ และโอกาสทอง นอกจากลายเซ้นต์ผมแล้ว ยังได้ลายเซนต์เมียผมไปด้วย (เอ็ม) แถมไปอีกหนึ่ง.. (เอาเข้าไป.. ก๊ากกก) ถึงแม้อาจจะดูเป็นอะไรขำๆ และสนุกๆ แต่ผมเชื่อว่า มันน่าจะเ็ป็นสิ่งที่ำให้น้องเค้ามีกำลังใจมากขึ้นได้.. นำชีวิตขึ้นสื่อ Internet ....ช่วงนี้ ผมกำลังพยายามลดการใช้ MS outlook อยู่ เพราะคิดว่าสาเหตุส่วนหนึ่งที่ Laptop ผมช้าน่าจะมาจากการที่ผมต้องเปิด outlook ไว้ตลอดเวลา จริงๆ มันก็ต้องเปิดตลอดเวลาแหละ เพราะมันมีทั้ง e-mail, เบอร์โทรศัพท์ (Contact), นัดหมาย (Calendar) นี้คือตัวหลักๆ ที่ผมใช้ รวมถึงการ Sync เข้าที่ PDA ของผม แต่ profile email ใน outlook ของผมที่เก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ มันช่างใหญ่เหลือเกินประมาณ 1 Gb กว่า ๆทำให้การเปิดและใช้งาน Outlook มันช้าและดึงประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องช้าลงอย่างมาก และช่วงนี้ส่วนตัวผมก็เริ่มใช้งานพวก Google App และ Online Service มามากพอสมควร เมื่อวานนี้เลยดีเดย์ จะลองค่อยๆ ลดการใช้งาน Outlook ลงและ จะหันไปใช้ google app มากขึ้นในการจัดการงานและข้อมูล ผมจะเริ่มใช้ Google Calendar ในการเก็บนัดหมายมากขึ้น และส่วน E-mail คงไปใช้ Gmail มากขึ้นเช่นกัน ซึ่ง Calendar ของ Gmail สามารถ Sync ลงมากับ Outlook ได้ดังนั้นผมก็สามารถ Sync กับ PDA ผมได้เหมือนเดิม แต่ยังติดปัญหาในส่วนของ Contact ที่ยังไม่มีตัว Sync เข้ากับ google ได้ ก็ถือว่าเป็นก้าวแรกละกัน เพราะอย่างน้อย เครื่อง Laptop ผมจะได้ทำงานเร็วขึ้น และทุกอย่างก็จะเริ่มย้ายตัวเองเข้าสู่ Internet แล้วละครับ นี้คงเป็น Trend ที่เริ่มส่อให้เห็นกันแล้วครับ สำหรับในอนาคตข้างหน้า.... และสำหรับผม ก็คงเหมือนกับการเริ่มนำชีวิตตัวเองเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตมากขึ้นครับเมื่อยักษใหญ่ E-Commerce อย่าง Amazon เว็บดาวน์วันนี้วันที่ 7 มิถุนายน 2008 เวลา 1:35 AM เว็บไซต์ E-Commerce ยักษ์ใหญ๋อย่าง www.Amazon.com เว็บ Down ครับ เมื่อกดเข้าไปแล้วพบกับหน้าจอดังด้านล่างครับ ยังไม่รู้สาเหตุครับ แต่เอามาใหัดู ว่าขนาดยักษ์ใหญ่ยังล่มได้ โอ้ว......
การให้บริการด้วยใจ...... ประสบการณ์ตรงจาก AIS Call Centerเมื่อปีที่แล้ว (2007) ผมได้มีโอกาสรับเลือกเป็นเป็น Serenade GURU Line โดยเป็นบริการผู้ช่วยตอบคำถามสำหรับ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ PDA หรือ เทคโนโลยี Internet และในครั้งนั้นผมได้รับโอกาสในการ Upgrade เป็นสมาชิก Seranade เป็น Plantinum Member และในบริการนี้เอง ผมได้รับบริการ "ผู้ช่วยส่วนตัว หรือ Personal Assistant" ซึ่งจะมีคนเอาไว้ดูแลผมโดยเฉพาะ ฟังๆ ดูตอนแรกก็งงๆ ว่าทำไมต้องมีคนดูแลโดยเฉพาะเลยเหรอ??? จะจำเป็นเหอร??? ก็ไม่ได้คิดอะไร และก็คิดว่าคงไม่ได้ค่อยได้ใช้บริการนี้แน่ๆแต่แล้วหลังจากบริการ Serenade Platinum เปิดไปได้ไม่นาน ก็มีคนโทรมาหาผม บอกว่าเค้าชื่อ คุณ... เออ จำชื่อไม่ได้ โทรมาแนะนำตัว ว่าเป็นคนคอยดูแลผมโดยเฉพาะ และหากมีปัญหาอะไร ก็โทรมาติดต่อได้เลย โดยทุกครั้งที่ผมโทรเข้า Call Center ของ AIS ผมจะถูกส่งเข้าไปที่ทีมนี้เลย ตอนนั้นก็รับปากไปงั้นๆ เพราะคิดไว้ว่คงไม่ได้ใช้หรอก แต่ก็อดแอบชมในใจเล็กๆว่า อืม บริการนี้ดีจัง ดูแล้วมัน Personal Touch จริงๆ แต่อยู่มาวันหนึ่งผมก็มีความจำเป็นต้องใช้บริการขึ้นมา คือผมจะทำ SIM Card เพิ่ม เพราะใส่ให้กับโทรศัพท์อีกเครื่อง ผมก็ไปที่หน้าร้านของ AIS ปรากฏว่า ผมไม่สามารถทำได้ เพราะติดอะไรบางอย่างนี้แหละ... ก็เลยอด แง๊ๆๆ แต่วันนั้นจังหวะดีมากครับ ทาง Personal Assistant โทรมาหาผมพอดีเลย ว่ามีอะไรให้รับใช้ไหม.. ผมก็เลยแจ้งไปว่าผมอยากทำ SIM ใหม่เพิ่ม เท่านั้นละครับ เค้าก็กดเช็กๆ กุ๊กกั๊กๆ แล้วก็บอกว่า "ได้ค่ะ เดียวจะส่ง SIM ไปให้ที่ Office เลยค่ะ" โอ้วแม่เจ้าาาาาา เพียงไม่ถึง ชั่วโมงก็มี SIM มาวางไว้บนโต๊ะทำงานผมแล้ว... ไม่เสียค่าบริการอีกต่างหาก... ให้มันได้อย่างนี้สิ บริการนี้..! ผมประทับใจกับบริการของ Personal Assiatant ของ Seranade Call Center มากครับ..... บรรยกาศ Call Center ของ AISเหตุการณ์ความประทับใจไม่ได้มีเพียงแค่นี้ วันนึงเลขาผม ทำโทรศัพท์พัง ซิมก็พังไปหด้วย (ซิม one-2-call) ผมเองก็ลำบากไปด้วยเพราะติดต่อไม่ได้ ก็คิดว่าทำไงดี อยู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ ก็เลยโทรไปสอบถามข้อมูลกับทาง Personal Call Center ก็ได้พบกับเจ้าหน้าที่ท่านเดิม และให้คำแนะนำที่ดีมากๆ ผมชื่นชอบกับการตอบคำถาม และให้ข้อมูลอย่างเต็มใจ และยินดีช่วยเต็มที่ ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ แต่เป็นทุกๆ ครั้งที่ผมโทรเข้ามาสอบถามหรือแม้แต่โทรมาหาผม... อันนี้ขอชมเลยครับ ว่าบริการของ Call Center ทีมนี้ทำงานดีมากๆ ครับ อันนี้ไม่ได้จะเขียนเพื่อเชียร์หรือโปรโมทนะครับ เพราะประทับใจจริงๆ ก็เลยแอบคิดไปว่า การที่เจ้าหน้าที่ของ Call Center ของทีมนี้ทำงานได้ดีขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเกิดจากนิสัยส่วนตัวหรือ การฝึกอบรมที่ดีของทางบริษัท ซึ่งผมก็มีข้อมูลมา Support ครับว่า น่าจะเกิดการอบรมที่ดีและการสร้าง attitude ที่ดีต่อการทำงาน ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคน (ที่โทรมาหาผม) มีใจในการให้บริการอย่างเต็มที่ เพราะครั้งหลังๆ ก็มีเจ้าหน้าที่คนอื่น ในทีมโทรมาหาผม และให้บริการได้ประทับใจเช่นเดียวกัน เบื้องหลังความอารมณ์ดีของเจ้าหน้าที่ call Center ของ AIS คือกระจกที่บอกให้ "ยิ้ม" อยู่เสมอและวันนี้เอง (3/6/08) ผมได้มีโอกาสไปถ่ายภาพ PR ที่ Call Center ของ AIS เนื่องจากทาง AIS ได้เลือกผมไปเป็น SME Guru ตอบสายผู้ที่สอบถามเข้ามาได้ทาง Call Center ของ AIS SMEs (เคยเป็น Serenade GURU Line ตอนนั้นตอบเรื่อง Pocket PC + New technology) แต่วันนี้เรื่องการทำธุรกิจของ SME โดยวันนี้ก็นัดไปถ่ายภาพทำข่าว PR ที่ Call Center ชั้น 30 ของอาคาร พหลโยธินเพลส (ติด Shin 1) บรรยกาศการถ่ายภาพข่าว PRและก็นึกได้ครับว่า ทีม Call Center ทีมนี้น่าจะอยู่ชั้นนี้ เพราะผมเคยถามเค้าไว้นานแล้ว.. ผมก็เลยลองโทรหา Call Center ของผมดู ปรากฏว่าในขณะที่ผมยืนโทรสอบถามเค้าอยู่นั้น คุยไปคุยมา ก็พบว่าผมยืนอยู่หน้าห้องของทีมงานที่คอยให้ความช่วยเหลือและ Support ผมพอดี ก็เลยได้มีโอกาสเดินเข้าไปทักและพูดคุยด้วย แหมไม่น่าเชื่อครับว่าจะมีโอกาสได้มาสัมผัสบรรยกาศการทำงานของทีมที่คอยช่วยเหลือผม ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเคยคุยกันแค่ทางโทรศัพท์ ทุกคนดูยิ้มแย้มมากครับ... แหมดีใจจริงๆ ต้องขอขอบคุณอีกทีครับสำหรับบริการดีๆ แบบนี้จากเจ้าหน้าที่ทุกท่านและทาง AIS Call Center ครับ ภาพของทีมงาน Call Center ที่ดูแลผมPS. มีคนนึงในทีม จำเอ็มและผมได้ ตอนที่ไปขอแต่งงานออนไลน์ด้วย..
งานสัมมนานอกกรอบ กับ MashCamp Bangkokเมื่อเดือนก่อนนู้น ได้มีโอกาสไปร่วมงาน จิบกาแฟคนทำเว็บ ที่ True Coffee ทองหล่อ และก็ได้มีแนวทางการจัดงาน MashCamp Bangkok ขึ้น ซึ่งจะเป็นงานเกี่ยวกับการทำ API และการกระจาย แบ่ง collaborate ข้อมูลของเว็บไซต์ไปให้คนอื่น ได้ร่วมใช้มากขึ้น ซึ่งแนวทางนี้ ถือเป็นแนวทางที่ช่วยพัฒนาเว็บให้มีการเติบโต อย่างต่อเนื่องอย่างมาก โดยนักพัฒนาอื่นๆ สามารถนำ ข้อมูล หรือบริการของเว็บนั้นๆ ไปใช้สร้างความต่อเนื่องได้.....แต่.. เว็บไทย มีพวกนี้น้อยมาก..... ดังนั้น Camp นี้จึงเป็น Camp ที่จะเิชิญชวน นักพัฒนามาร่วมกัน พูดคุย เปิดกบาล รับไอเดียใหม่ๆ กัน ดูข้อมุลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.webmaster.or.th/project/mashcamp/mashcamp-bangkok PS. เสารนี้ (วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2551 ที่บริษัทอินเทอร์เน็ท ประเทศไทย (INET) ชั้นที่ 13 (ชั้น IT) ตึกไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ถนนเพชรบุรีตัด) จะมีงาน DrupalCamp Bangkok หากใครสนใจก็ไปกันได้นะ (แต่มันเต็มแล้วอะสิ) ต้องทำเนียนโก๊ะเข้าไปครับ http://www.barcampbangkok.org/drupalcamp-overview แบสอบถามการใช้งาน blog.TARAD.com
07:46 AM, 2008-May-16
.. Posted in แนวความคิด
.. Link
กำลังใจ คือสิ่งที่เราต้องให้กับตัวเอง..วันนี้ผมได้มีโอกาสนั่งคุยกับ อ้วน Sale ของทีม TARADb2b.com แล้วบังเอิญไปเห็นหน้าจอของ อ้วนครับ พบว่าอ้วนเป็นคนที่น่าสนใจมากครับ ในการเรื่องการจัดระบบข้อมูลการทำงาน คือ อ้วนได้มีการพัฒนา Microsoft Access ขึ้นมาในการเก็บข้อมูลและติดตามลูกค้า ว่าการโทรติดต่อ ติดตาม ไปลูกค้าแต่ละคนเป็นยังไงบ้าง หรือเราจะเรียกระบบนี้ง่ายๆ ว่า CRM (Customer Relation Management) ซึ่ง อ้วนสามารถติดตาม ลูกค้าทุกคน ได้ว่าเป็นใคร โทรไปเมื่อไร แล้วที่ผ่านมาได้คุยอะไรกับลูกค้าคนนั้นไปแล้วบ้าง คือง่ายๆ ทราบหมดแต่จุดที่ผมสนใจในสิ่งที่อ้วนได้ทำไว้คือ บนหน้าจอระบบ CRM ของอ้วน มีคำพูดที่สร้างพลัง กำลังใจ แสดงไว้บนหน้าจอของเค้า ซึ่งผมถือว่านี้คือสิ่งที่ดีมากๆ เพราะในระหว่างการทำงาน คุณจะมีอารมณ์ความรู้สึก ร้อยแปดพันเก้า บ้างครั้งอาจจะไม่มี "สติ" เกิดอารมณ์ท้อแท้ ซึ่งคำพูดหรือประโยค เหล่านี้จะช่วย สร้างและดึงสติของเราให้กลับมาได้ คิดดูสิครับ หากคุณกำลังคุยกับลูกค้า แล้วลูกค้าด่าหรือไม่ซื้อ ซึ่งแน่นอนครับ เราจะอยู่ในสภาวะหมดกำลังใจ หรือท้อแท้ การที่มี ประโยคแบบนี้ ผ่านตา สำหรับผม มันช่วยให้กำลังใจดีมาก ซึ่งเป็นแนวทางที่น่าสนใจ ที่ใครที่สนใจนำไปปฏิบัติได้นะครับ ทุกอย่างมันอยู่ที่เราเองครับ จะเศร้า ดีใจ เสียใจ ขอให้คุณมีสติ ผมว่าทุกอย่างมันก็จะผ่านไปได้เองครับ.... สำหรับหน้าจอของอ้วน นอกจากประโยค สร้างพลังแล้ว ยังมีภาพ พระและธรรมะดีๆ สอนอีกด้วย ... อ้วน ขอบคุณครับสำหรับ สิ่งที่คุณทำให้ผมเห็นวันนี้ครับ...! หน้าจอของ อ้วนครับ..!งานสัมมนาที่ต้องไป....เดือนนี้เดือนหน้าจะมีงานสัมมนาด้าน E-Marketing ใหญ่ 2 งานที่จะต้องไปร่วมงานแรกจัดโดย นิตยสาร Marketeer ชืองาน Digital Marketing แสวงหาลูกค้าใหม่ โอกาสใหม่ ในวันอังคารที่ 27 และ วันพุธที่ 28 พฤษภาคม 2551 ณ โรงแรมแพนแปซิฟิคhttp://www.marketeer.co.th/marketeertoday_detail.php?marketeertoday_id=354 งานที่สอง จัดโดย ค่าย ARIP ชื่องาน M-Marketing Think Out of The Box 5 มิถุนายน 51 ที่ โรงแรมแอมบาซเดอร์ http://www.arip.co.th/seminar/mmarket/ โน๊ตไว้เพื่อใครอยากไปฟังเด้อ...... แจ้งตำแหน่งของคุณให้โลกรู้ด้วย Trackr.euวันนี้เล่น Twitter อยู่ดีๆ พี่น้ำ PocketPCThai.com ก็ส่ง Twitter ตำแหน่งตัวเองมา ผมก็เลยงงๆ พอกดดูก็เจอกับเว็บ Trackr.eu ซึ่งเป็นเว็บที่สามารถระบุตำแหน่งของคุณได้ผ่านเว็บไซต์ วิธีการใช้ มันเป็นโปรแกรมที่ต้องลงกับโทรศัพท์ที่มี GPS และพอเปิดโปรแกรม โปรแกรมจะรัน GPS ขึ้นมาแล้ว เปิด EDGE หรือ GPRS โดยจะส่งข้อมุล Lat+Long ไปที่ Trackr.eu แล้ว plot ลง Google Map จะเห้นตำแหน่งเราทันทีว่าเรากำลังวิ่งอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ (เห็นเลยว่าวิ่งกันจะๆ) เจ่งมากและระบบนี้จะสามารถเชือ่มกับ www.shozu.com ซึ่งเป็น app ที่จะช่วยให้สามารถ upload ภาพจากมือถือเข้าพวก บริการออนไลน์หลายๆ ที่ เช่น flickr, Wordpress, youtube.com ลองแล้วสะดวกมาก แต่ที่เจ๋งคือ ในระหว่างที่เราเดินทางไป จะเห็นเราวิ่งเลยบนเว็บในแผนที่ของ Google Map ว่าเราอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ (แต่ที่น้นต้องมี Edge หรือ Internet) และเมื่อถ่ายภาพ ภาพก็ถูก upload ขึ้นเว้บทันที และจะผูกกับตำแหน่งที่เราถ่ายภาพไปเก็บไว้ (GIS Location) และที่สำคัญ แผนที่ี่ที่เห็นตำแหน่งเรา มีแบบ iframe เ อาไปแปะเว็บเราได้เลย share ่และสามารถ add เพื่อนเรา และเห็นตำแหน่งเพื่อนเราในแผนที่ได้เลย ทันที มันเป็น collaborate date ระหว่าง application หลายตัวเลย Tackr.eu + Google Map + shozu.com + Twitter + Flickr ได้หมด ผมว่านี้คือปรากฏการณ์ของ Internet ยุคใหม่เลยนะ มันจะ share & Collaborate จนกลายเป็น app ขนาดใหญ่ ที่มีการเชือมโยงกันผ่าน Web App + API (Web Service) นี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของการเริ่มต้นเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ตยุคใหม่แล้วครับ ในยุคที่ทุกอย่าง share และ collaborate กันอย่างง่าย ดายขนาดนี้ ทำไม Blog.TARAD.com?ในที่สุด Blog.TARAD.com ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้น มาด้วยความร่วมมือกันระหว่าง นายหนึ่ง กับ นายวัตร ผมคงต้อง move ตัวเองมาเขียน blog ในนี้แล้วละ เพราะหาก TARAD มี blog แล้วตัวไม่มาเขียนที่นี้ (แล้วใครจะมาเขียนที่นี้ว้า..) ช่วงแรกนี้ อาจจะยังค่อยๆ ปรับๆ แต่งๆ กันหน่อยให้มันมีรูปร่างหน้าตาที่ค่อยๆ ดีมากขึ้น และหลังจากเสร็จแล้ว จึงจะค่อยๆ พัฒนาอะไรเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อยๆแต่หลาย ๆ คงงง ว่าทำไม? TARAD.com ผู้ให้บริการ E-Commerce อยู่ๆ มาเปิดบริการ Blog อืม ต้องบอกก่อนว่า Blog มันคือพื้นที่ส่วนตัวของคนในโลกอินเทอร์เน็ต และเช่นเดียวกัน สมาขิกของ TARAD หลายๆ คนก็เป็นคนที่ใช้อินเทอร์เน็ต แต่อาจจะมีบางกลุ่ม ทีเป็นผู้ประกอบการ SME และไม่ค่อยได้มีโอกาสได้รู้จัก หรือใช้เทคโนโลยี เหล่านี้เท่าไร เราจึงอยากนำเสนอ บริการหรือการใช้ชีวิตในโลกออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ผ่านบริการเหล่านี้ นอกเหนือจากการค้าขายเท่านั้น และเช่นเดียวกัน การเขียน blog หรือ สร้าง blog ก็สามารถ ทำเป็นรุปแบบของการ ตลาด หรือการเพิ่มยอดขาย ให้กับธุรกิจได้เช่นกัน ซึ่งก็ต้องมาดูกันว่า เราชาว TARAD จะได้มากน้อยแค่ไหน ก็ต้องขอให้กำลังใจทีมงานทีพํฒนาระบบนี้นะครับ.... เมื่อ TARAD จะโตแบบก้าวกระโดดดดดเมื่อ TARAD.com รุกหนัก ตั้งเป้าขึ้นอันดับ Top 10 ของ Truehits.net ในปีนี้ และติดอันดับหนึ่งใน หมวด Shopping ภายใน 3 เดือนนับจากนี้.... โดยเป้าหมายนี้ มีทีมงาน เพื่อนผอง พี่น้อง ชาวตลาด ดอท คอม ร่วมอกร่วมใจ สร้างบริการใหม่ๆ เอาใจคอ พ่อค้า แม่ค้าอย่างเมามันส์ โดยตั้งเป้ามีบริการใหม่ เปิดใหม่อย่างต่อเนื่องตลอด ทั้งปี รอดูกันว่าจะมีอะไรเด็ดๆ ออกมาบ้าง เอ้า ลุ้ยยยยย พวกเราาาาเปิดศักราช Blog ของ TARAD.comในที่สุด TARAD.com ก็มีระบบ Blog เหมือนกับชาวบ้านชาวช่องกับเค้าเหมือนกัน โห่ๆ ได้นายหนึ่ง PizzaGreezi มาช่วยปั่นให้เกิดขึ้นจริง ๆ บวกกับระบบ Member SOA ที่เชื่อมเข้ากับระบบ สมาชิกกลางของ TARAD.com ได้เยี่ยมไปเล้ยยยยย |
About MeMy Profile Archives Friends My Photo Album LinksCategoriesTARAD Developmentกิจกรรมชาว TARAD ชีวิตประจำวัน เที่ยว เที่ยว เที่ยว แนวความคิด Recent Entriesอะไรๆ ก็สำเร็จได้..... ถ้าคุณสร้างโอกาสให้กับตัวเอง.! <-- โคตรชอบเลยบทความนี้.!สรุป 5 หลุมพราง ของ CEO สนุกจัง BarCampBangkok 3 ความสุขของเราอยู่ไหนกันเนี่ย? มาดูเทคนิคหามันกัน..! โครงการช่วยชาติช่วยเศรษฐกิจไทยด้วยอินเทอร์เน็ต (National Online Campaign) Friendskornkamonpizzagreezi poosechuan My Photosจองโรงแรม เว็บบอร์ด E-Commerce คืออะไร สินค้า ฮอตฮิต |