ช๊อปปิ้งมอลล์, ตลาดมือสอง, ตลาดค้าส่ง, สินค้าประมูล, เปิดร้านค้าฟรี.!, สัมมนา E-Commerce, หางาน-หาคน ทั้งหมด>>

บ๊อก ภาวุธ

24-25/5/08 เดินทางไปอเมริกา..กันเถอะ..เพื่อเรียนที่ Kellogg School of management

    วันนี้ตื่นมาแต่เช้ามานั่งเตรียมงาน มาช่วงเช้ามาประชุมกับทีม TARADedu และต่อด้วยทีม TARAD หลังจากนั้นทางหนังสือ SME Thailand มาสัมภาษณ์ เรื่องการใช้งาน Printer Cannon โดย Cannon เลือกผมเป็น Testimonial ในหนังสือของเค้า คือว่ายุ่งมาก ไม่ได้กินข้าวเที่ยง ต้องมากินตอนบ่าย 2 ในห้องประชุม เหอะๆ ชีวิต... เอกสารมากมายให้เซนต์ เพราะต้องหายตัวไปจาก office 3 อาทิตย์ หลายๆ อย่างจึงต้องเตรียมไว้ดีๆ จำได้ว่าตั้งแต่เปิดบริษัทมา ผมหายไปจาก office นานสุดก็ตอนผมบวช ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบ 1 เดือนที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับงานที่ office เลยหลังจากนั้น ต้องรีบออกจาก office เพื่อไปที่ สุวรรณภูมิ นัดเพื่อนๆ ตอน 4.00 โมง เพราะทาง Tour Agent บอกว่า ให้ไปเร็ว เพราะ flight นี้คนเยอะมาก (ผมว่าน่าจะเกิดจากเหตุการณ์น้ำมันมีราคาแพง ทำให้สายการบินต่างๆ พากันลดเที่ยวบินลง เพื่อประหยัดต้นทุน ส่งผลให้คนมากระจุกกันมากขึ้น ในแต่ละเที่ยวบิน)

อ้อลืมบอกไปว่าผมจะไปไหน? ผมต้องที่อเมริกา เป็นเวลา 3 อาทิตย์ครับตั้งแต่วันพฤหัสที่ 24 กรกฏาคม - 14 สิงหาคม 08 โดยเป็นการไปเพื่อไปเรียนต่อในหลักสูตร ของ ศศินทร์ ร่วมกับทาง Kellogg School of management ที่อยู่ที่ Chicago โดยเราจะเรียนกันหนักมากทีนั้น แบบอัดทั้งวัน ทำงาน Assignment ต่อตอนกลางคืน ตลอดทั้ง 2 อาทิตย์ และหลังจากนั้น ผมและเพื่อนๆ จะเดินทางต่อไป New York เที่ยวนิดหน่อยอีก 3 วันก่อนบินกลับ นี้คือภาพคร่าวๆ ของการเดินทางครั้งนี้

    และวันนี้การเดินทางของผมก็มี พี่สันติ พี่ชายใหญ่ใจดี VP Big Boss ใหญ่จากบริษัท ABB บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์ของโลกเลย โฮ่ะๆๆ ตามมาด้วย พี่ เอเค (AK) Country Manager ของบริษัทด้านเครื่องมือขุดเจาะน้ำมัน Scomi และ Hiro - AVP จาก NTT Docomo บริษัทด้าน Telecommunication จากญี่ปุ่น น่าเสียดายที่ครั้งนี้ พี่ศิวะ ผู้บริหารจาก ณุศาสิริ บริษัทด้าน Real Estate ไม่สามารถไปร่วม Trip ครั้งนี้กลับเราได้เพราะติดงานใหญ่ที่กรุงเทพ และสุดท้ายก็คือผมเองครับ พวกเราสถาปนาตัวเองเป็น แก็งค์ "Dream Team" ทีมที่ไม่ค่อยเอาอ่าวเท่าไรในด้านการเรียน โด่งดังไปทั่วห้อง......

Hiro กับ พี่ เอเค

พี่สันติ หัวหน้าใหญ่

    พอรู้จักเพื่อนร่วม Trip ครั้งนี้ อย่าพอหอมปากหอมคอแล้ว กลับมาถึงเวลาที่เรานัดกันตอน 4 โมงที่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยครั้งนี้เราเลือกเดินทางด้วยสายการบินไทย โดยเดินทางจาก กรุงเทพ ไป LA ไป NewYork ไป Chicago (เปลี่ยนเครื่อง 2 รอบกว่าจะถึง) รวมเวลาการเดินทางเกือบ 30 ชั่วโมง คิดดูว่าวันกว่า อยู่บนเครืองบินตลอด จริงๆ แล้วเราต้องบินตรงไป NewYork และต่อไป Chicago เราจองกันไปแล้ว แต่อยู่ๆ ทางการบินไทย ก็ขอยกเลิกเที่ยวบินนี้ เพราะว่าด้วยภาระต้นทุนด้านน้ำมันที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เที่ยวบินนี้ต้องยกเลิกไป (ทำไมมาโดนตรงตูจะไปพอดีเลยฟะ) ซึ่งตรงนี้เองทำให้พี่สันติหัวหน้าพรรค Dream Team ของพวกเราไม่พอใจอย่างมาก และขอให้การบินไทย อัพเกรด และเปลี่ยนที่นั่งของเรา จาก Economy ไปเป็น Premium Economy แทน (เพิ่งเคยได้ยินเหมือนกัน Premium Economy) ซึ่งที่นั่งจะกว้างกว่า อาหารดีกว่า (มีให้เลือกได้ ปกติ Economy จะเลือกไม่ได้) ซึ่งทางการบินไทยตกลงยอม Upgrade ให้พวกเรา (Hip Hip Hurayyyyy) แต่จากการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินครั้งนี้ ทำให้การเดินทางของเราใช้เวลามากขึ้นกว่าเดินมาก....

    พวกเรามาถึงกันที่สนามบิน ผมมาถึงคนแรก เอ็มมาส่ง และตามมาด้วยพี่สันติ พี่เอเค และสุดท้าย Hiro ก็มา มาพร้อมกับ Yoko ภรรยาของ Hiro พวกเราไปแลกเงิน และเอ็มก็ให้ซื้อหนังสือไปอ่าน ซึ่งส่วนใหญ่เวลาผมเดินทางไปไหนไกล มักจะมีหนังสือไปอ่านด้วย แต่ครั้งนี้เตรียมไม่ทัน ก็เลยมาซื้อที่สนามบินแทน โดยเล่มที่เลือกมาครั้งนี้ ชื่อ " แผนลวงสะท้านโลก (Deception Point)" เล่มนี้เขียนโดย แดน บราวน์ ผู้เขียน "รหัสลับ ดาวินซี่ (Davince Code) ที่โด่งดังไปเมื่อปีที่ผ่านมา เล่มก่อนผมก็อ่านด้วยเช่นกัน โดยเล่มนี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ เรื่องราวลึกลับของ นาซ่าที่ขั่วโลกเหนือ เป็นการผสมผสานกันระหว่างนิยายวิทยาศาสตร์และเรื่องราวสืบสวนและหาสาเหตุ ตามสไตล์นาย บราวน์ เค้า ซึ่งต้องยอมรับว่าทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานข้อมูลจริงๆ (เหมือนกับ Davinci Code) มาดูกันว่าจะตื่นเต้นแค่ไหน และผมจะอ่านมันจบรึเปล่า ฮ่าๆๆ อันนี้สำคัญ

หนังสือ ของ Dan Brown


หลังจากนั้นพวกเราก็ผ่าน ส่วนตรวจคนเข้าเมืองไป และเข้าไปรอที่ เลาจน์ของการบินไทย Royal Silk Loung โดยพี่สันติพานำทีมเข้าไป ระหว่างทางที่ผมเข้าไปอัพเดทการเดินทางของผมเรื่อยๆ ใน Twitter.com และก็ถ่ายภาพบรรยกาศทั้งหมด Upload ขึ้นไปที่ Flickr.com ทันทีผ่านบริการของ Shozu.com ทันที ในเลาจน์ของการบินไทย มีอาหาร-เครื่องดื่มบริการฟรี อย่างไม่อั้น และยังมี WIFI Free อีกด้วย ผมก็เลยคว้า Laptop มาเปิด พรัอมกับเช็กเมล์รอบสุดท้ายก่อน พอมานั่งซักพักก็เจอ เจ๊ต่าย เพื่อนร่วม Class ที่ไปร่วมใน Flight นี้ด้วย ในระหว่างนี้ ผมก็ foward สายโทรศัพท์ของผมทั้งหมด ทั้งสองเครื่องไปที่น้องดาว เลขาคนเก่งของผม โดยผมมักใช้วิธีนี้ ทุกครั้งที่ไปต่างประเทศ และให้ดาวสรุปมาแต่วันส่งมาทาง E-Mail ว่า มีใครโทรมาหาผมบ้างในแต่ละวัน ซึ่งเป็นวิธีดีครับ เพราะจะได้เป็นการ screen เรื่องๆ สำคัญ และผมจะได้มาตลุยโทรกลับหาคนผ่าน Skype หรือ VOIP ในเรื่องที่เร่งด่วนในเวลาที่ผมมีโอกาส

เครื่องดิืม ฟรีไม่อั้นนนนน
เครืองดืมไม่อั้นที่ เลาจนืการบินไทย


    เรารอถึงประมาณเกือบ ทุ่มนึง ประตูก็เปิดแล้วก็เข้าไปนั่งในเครื่อง รอไปรอมาจนเครื่องออก... แต่ในระหว่างที่เครื่องกำลังเคลื่อนตัวไปที่รันเวย์ที่ Take off บินออกไปนั้น อยู่เครื่องก็เคลื่อนกลับมาที่เดิม แล้วเสียงกัปตันก็แจ้งบอกว่า ต้องขออภัย เพราะตรวจพบ อุปกรณ์ควบคุมแรงดันน้ำมันเสีย ต้องใช้เวลาเปลี่ยนประมาณ 30นาที - 1 ชั่วโมง ซึ่งก็ตองรอกันต่อไป แต่ที่น่าลุ้นคือ เราต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่ LA ซึ่งเรามีเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเพื่อเปลี่ยนเครือง แล้วเราจะไปทันเปลี่ยนเครื่องไป New York ทันไหมเนี่ย? มาลุ้นกัน ในระหว่างที่รอ ผมก็คว้า laptop มาเปิดและออนไลน์อีกผ่าน Air Card อีกครั้ง รออยู่ประมาณ 40 นาที กัปตันก็บอกว่าเราพร้อมออกเดินทางแล้ว นับว่าโชคดีที่เค้าตรวจพบก่อนว่า อุปกรณ์มันเสียตั้งแต่ก่อนบิน หากไปเจอกำลังบินอยู่บนอากาศไปแล้วผมว่า ท่ามันจะยุ่งกว่านี้นะ......

บรรยกาศบนเครื่องระหว่างรอ (ที่นั่ง Premium Economy)

    บนเครื่องเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานจริงๆ โชคดีที่ที่ทุกๆ ที่นั่งมีทีวีส่วนตัว สามารถเลือกชมหนังหรือเล่มเกมส์ ฟังเพลงส่วนตัวได้ ไม่ต้องรอดูพร้อมๆ ชาวบ้านเค้า... ส่วนผมก็กินๆ นอนๆ เปิด Laptop มาเช็กเมล์ (เก่า) ที่ยังไม่ได้อ่าน อย่าตกใจไปครับบนเครื่องไม่มี WIFI ครับ แต่โชคดีที่เค้ามีปลั๊กไฟ ให้ใต้ทุกๆ ที่นั่ง ทำให้ผมสามารถใช้ Laptop ได้สะดวกตลอดการเดินทาง (และในตอนที่เขียนตอนนี้ผมก็อยู่บนเครื่องนี้แหละ โดยขณะนี้เวลา 9.27 AM วันที่ 25/7/08) เรานั่งเครื่องมาได้ประมาณ  12 ชั่วโมงแล้ว นอนมาตลอดทาง อีกไม่กี่ชั่วโมงจะถึง LA แล้วละ

    ในที่สุดก็มาถึงสนามบิน LA อากาศที่นี่ไม่หนาวเท่าไร แต่เราค่อนข้างกังวล เพราะว่าเครื่องของเรา Delay ไป 2 ชั่วโมงซึ่งเราต้องมาต่อเครื่องของ United Airline อีกที ซึ่งปรากฏว่าพอมาถึงแล้ว สายการบิน United Airline ยกเลิกเที่ยวบินไปแล้ว ทำให้เราต้องดำเนินการ โดยออกจาก Teminal 7 (ที่ๆเราลง) ออกมา แล้วเดินทางไป Teminal 5 เพื่อไปที่ United Airline และทำการแจ้งว่าจะทำยังไง เพราะเราต้องเดินทางไปที่ NewYork และต่อเครื่องบินของสายการ Delta Airline อีกที เพื่อไปที่ Chicago ซึ่งหากพลาดการบินครั้งนี้ เท่ากับพลาดของอีกเที่ยวบินที่เราจะต้องไปด้วย .... คุยต่อรองต่ออยู่นาน เค้าก็บอกว่าให้ไปคุยกับ สายการบินไทยที่ผิด ที่ Delay เอง..! เราก็ต้องนั่งรถจาก Teminal 5 ไปอีก Terminal (จากTeminal หนึ่งไปอีกแห่งหนึ่งประมาณ 5 นาทีโดยรถบัส ที่มีวิ่งตลอด) แต่ของและกระเป๋าที่เราต้องแบกไปด้วย ตลอดโดยเฉพาะผม ญาติผมฝากของไปให้ญาติที่ NewYork ซึ่งผมต้องลากไปด้วย (ฝากมาเป็นกระเป๋าใหญ่มาก ทำให้ผมมี 2 กระเป๋าใหญ่ๆ)

เดินทางลากกระเป๋าไปมาระหว่าง teminal

    ไปถึงก็คุยกับสายการบินไทย เค้าก็ยอม ให้ที่พักเป็นโรงแรม Ramada 1 คืน 3 ห้อง และบอกว่าหากจะให้จัดการเรื่องเที่ยวบิน ต้องกลับไปที่สายการบิน United Airline เพราะเค้าเป็นคนยกเลิก Flight เอง เราก็ต้องนั่งรถกลับไปที่ Terminal 5 อีก แล้วกลับไปคุยกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเราอยู่ที่นั้นนานมาก เป็นชั่วโมงๆ ซึ่งเวลานั้นประมาณ ตี 2 กว่าแล้ว ในที่สุดเราก็ขอเค้าว่า เราไม่บินต่อเครื่องที่ NewYork เพื่อไป Chicago แล้ว (ใช้เวลาบินจาก LA ไป NewYork ประมาณ 6 ชั่วโมง และจาก New York ไป Chicago ประมาณ 2 ชั่วโมง) เราขอเปลี่ยนให้บินตรงจาก LA ไป Chicago เลย ซึ่งตกลงกันอยู่นาน กว่าจะได้ และก็เหมารถตู้มาที่โรงแรม Ramada ห่างจากสนามบินประมาณ 15 นาที

    มาถึงโรงแรม เราก็เอาของไปเก็บ พวกเราหิวมากๆ และก็เดินไปร้านอาหาร Denny ร้านอาหาร American Food ใกล้ๆ นั้น ผมสั่ง Double Cheese Burger ใหญ่มาก กินกันเสร็จก็กลับมาที่โรงแรม แล้วแยกย้ายกันเข้าห้อง ผมนอนกับ Hiro พี่สันติ นอนกับพี่ เอเค เจ๊ต่ายนอนอีกห้อง.....

Double Cheese Burger ใหญ่มากกก

โรงแรมที่เราพักคืนแรก ramada

สามารถดูภาพ และคำบรรยายภาพแบบเต็มๆ ได้ที่ http://www.flickr.com/photos/pawoot

บรรยกาศการทำงานสนุกๆ ที่ TARAD Dot Com ของชาว TARADr

07:38 PM, 2008-Jul-16 .. Posted in กิจกรรมชาว TARAD .. 0 comments .. Link
วันก่อนเปิดหน้าเว็บมา แล้วก็ตกใจ เพราะเห็นโฆษณาของ www.TARADjob.com เว็บไซต์หางาน น้องใหม่ไฉไลกว่าเดิม โดย Concept คือ "ลงประกาศงาน ฟรี.!"  ปกติชาวบ้านจะเสียเงินลง ประกาศงานในแต่ละตำแหน่ง แต่ของเรา ฟรี.!!!  แต่ที่มาพูดวันนี้ไม่ใ่ช่เรื่องอะไรหรอกครับ ที่ตกใจจากโฆษณา เพราะเห็นหน้าอันหล่อเหล่าของชาว TARADr ( TARADr = TARADer =  ชาว TARAD Dot Com) บนโฆษณาอันสวยงาม..... เห็นแล้วชอบจริงๆ

ต้องขอบคุณ เอ็ม ที่เลือก concept นี้ในการคัดเลือก ชาว TARADr หล่อ ๆ สวย ๆ มาเป็น Presenter ในโฆษณาต่างๆ ที่เรามี ผมชอบ Concept นี้มาก  ผมอยากให้พวกเราทุกคน มีส่วนร่วมในผลงานที่ชิ้นที่ออกมา สู่สายตาประชาชน โดยโฆษณาที่ออกมาเป็น สิ่งหนึ่ง และหากสังเกตุดูง่ายๆ คุณลองไปดูหนังสือของ TARADedu.com ทุกเล่ม ด้านหลังจะมี "รูปของชาว TARADr ทุกๆ คน" ในหนังสือทุกเล่ม ที่เราออก "เราทุกคน ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผลงาน ของ TARAD Dot Com"

ภาพ : โฆษณาสุดเทห์ของชาว TARADr (แอน-โรจน์-ติ๊ด)

       และเช่นกันครับ ช่วงนี้ มีการเ่ล่นเกมส์อะไรกัน สนุกๆ หลายอย่าง เ่ช่น ปกติ ผมไปออกงานที่ไหน หรือไปเป็นแขกรับเชิญที่ไหน มักจะได้ของขวัญ หรือของชำร่วยมา เต็มห้องไปหมด ผมจะเลือกใช้วิธีการ "แจกของ" น้องๆ TARADr ในรูปแบบที่แปลก และมันส์ครับ คือ ผมจะเอาของไป โชว์น้องๆ หน้าห้อง แล้วเริ่มประมูลของที่ผมได้มา โดยราคาเริ่มที่  "1" บาท ของบางชิ้น บ้างก็ขึ้นไปหลายร้อย บางก็จบที่ 5-6 บาท แต่เงินทั้งหมด จะเข้าสู่  "เงินกองกลางของ TARADr"

   แต่วันก่อน ผมเลือกวิธีที่ แยบยลกว่า  คือ นำของที่ผมได้มา ไปเปิดประมูลในเว็บไซต์ http://auction.TARAD.com แทน ซึ่งของในวันนี้คือ Thumb Drive 1 Gb ของ UPS (ดู Detail ได้ที่นี่)

ภาพ หน้าเว็บไซต์ที่ประมูลของกัน

ราคาเริ่มต้นประมูลที่ 1 บาท ผมเลือกประมูลไว้แค่ 2 วัน แต่ผลปรากฏว่า "คนที่ชนะเลิศ กลายเป็น ลูกค้าเราเอง คนทั่วไปไม่ใช่ ชาว TARADr อ้าว ซวยไป" ด้วยที่ราคา 135 บาท เล่นครั้งนี้ กะจะให้แค่น้อง ๆเล่นเท่านั้น ฮ่าๆๆ  แต่ก็ถือว่าเป็นการให้ชาว TARADr ทุกคนได้รู้จัก บริการของ TARAD ในส่วนการประมูลสินค้า

ภาพ : บรรยกาศน้องๆ กำลังรุมประมูลสินค้ากัน...


หลังจากนั้น ในวันเดียวกัน ทางคุณเอ็ม HR ก็จัดเคมเปญ แข่งประกวดแต่งตัว สวย น่ารัก แรด สุดใน TARAD  ซึ่งตอนแรกก็จะโหวตกันปกติ แต่ผมก็ขอให้คณเอ็ม ย้ายไปประกวด กันในเว็บไซต์ http://picpost.tarad.com แทน ซึ่งใครได้ผลโหวตสูงสุด ก็จะได้เป็นผู้ชนะแต่ในละรางวัล ซึ่งผู้ชนะจะได้รางวัล เงินสด (ดูเหมือนเยอะ)

ภาพ :  หน้าเว็บประกวด หนุ่มหล่อ สาวสวย ของชาว TARADr
 

นี้ก็คือเป็น อีกรูปแบบหนึ่งที่เป็น Culture ที่สนุกสนานของเราชาว TARAD Dot Com.....

We are TARAD Dot Com....



ผ่านไปแล้ว กับ 2 อาทิตย์อันโหดร้าย.. ยินดีต้อนรับกับ ช่วงเวลาการเรียน..

01:37 PM, 2008-Jul- 6 .. Posted in ชีวิตประจำวัน .. 1 comments .. Link
        2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมยุ่งฉิบเป๋งเลย... มีนัดออกไปสอนและสัมมนาเยอะมาก ในช่วงเวลา 2 อาทิตย์ผมมีต้องออกไปสอน 5 คร้ง โดยเฉพาะ อาทิตย์แรก มีสอน 4 ครั้ง โอ้วว แทบไม่ได้่อยู่ office เลย มีแต่คนเชิญไปสอน ไปพุดเสวนา... เฮ้ออ เหนื่อยจริงๆ และก็ได้รับโปรเจ็กเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งอีก... แล้วที่หนักไปกว่านั้นคือ ผมเริ่มเข้าสู่ภาวะ การเรียนปีที่ 2 ของที่ ศศินทร์  จุฬา ซึ่งการบ้านเริ่มเยอะแล้วครับ

   อาทิตย์ก่อน ทาง AIS ให้โทรศัพท์ Black Berry Pearl มา เพราะผมไปเป็น SMEs GURU ของทาง AIS  ซึ่งผมนำ Black Berry มาลองใช้อยู่ประมาณ 3-4 วัน ปรากฏหว่า "ไม่ work" แหะ เพราะ ไม่ support ไทยมากมาย (บางส่วนเท่านั้นที่ support) ต้องยอมรับว่าผมค่อนข้างปรับตัวเข้ากับ Windows Mobile ได้ดีแล้ว...

อิอิ ในที่สุดก็ไปถอย HTC Touch Diamond ใหม่มาแล้ว สรุปสั้นว่า "เร็วกว่า ดีกว่า บางกว่า" ผมประทับใจครับ คุ้มค่ากับการนำมาใช้ทำงานให้ประสิทธิภาพดีขึ้นครับ.. ซึ่งของที่เป็นเทคโนโลยี อย่าคิดมากครับ คิดว่าหากมันสามารถนำมาให้ประสิทธิภาพในการทำงานของคุณดีขึ้น คุ้มค่าก็พอแล้วครับ....

     โปรเจ็กช่วงนี้ที่ SASIN เป็น Group Assignment งานกลุ่มที่เรียน ซึ่งผมดันไปรับไว้หนึ่งงาน  และก็ยังมีหลายอัน ซึ่งต้องไปเรียนทุกวัน พุธเย็น และเสาร์ทั้งวัน ... อยากหาเวลาทำงานบริษัทตัวเองเยอะๆ จัง...... ไม่เป็นไรครับ "เราต้องคิดบวก Positive Thinking" หนักกว่านี้ผมก็เคยมาแล้ว แค่นี้จิ๋วๆ เดียวมันก็ผ่านไปแ้ล้วครับ "ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอแล้วครับ" ให้กำลังใจตัวเอง สร้างมุมมองที่ดีให้ตัวเอง ทุกอย่างก็จะเป็นเรื่องทีง่ายมากๆ เลยละ

Ads Network Model คืออะไร?

10:27 AM, 2008-Jul- 2 .. 0 comments .. Link
        วันนี้มีน้องมาถามเรื่อง Ad Network แล้วก็ส่งข้อมูลมาให้ดู  Ads Network แล้วถามว่ามันคืออะไร? ง่ายๆ ก็คือ ตัวแทนรับลงโฆษณา และดูแลโฆษณา ให้ในเว็บต่างๆ และไปหาโฆษณาจาก เจ้าของสินค้ามาลงให้ ง่ายๆ ก็คือ Agency อะแหละ แต่เค้าจะมีการสร้าง Network เป็นของเค้าเอง.....

ลองมาดูกันว่า Ad Network เค้าทำอะไรบ้างเด้อ (ตัวอย่างมาจาก Ads Network เจ้าหนึ่ง)

Ads Net Work model

•      IDEA รูปแบบความร่วมมือเข้าเป็น partner Ads net work โดย มีบริษัท Ads net work ช่วยเป็นตัวแทนขาย โฆษณา online ในรูปแบบ Ads  network ประเทศไทย
•      รายได้Partner จะได้รายได้การันตี ที่ 60% จากมูลค่าการจำหน่ายขายให้แก่ลูกค้าตามที่ขายได้จริง หลังหักค่า AGENCY Fee 15% ให้แก่ผู้ซื้อ
•      ด้านเทคโนโลยีจะรับผิดชอบ จัดเตรียมระบบ Ads Serving การขายโฆษณาที่ใช้ระบบ XXXXXX โดย ไม่ต้องลงทุนด้านเทคโนโลยี และ จะดำเนินการ Set up User name-Pass wordให้เพื่อเข้าไปดู Report แบบ online
•      การดูแลจัดการ
Ads net work = เมื่อ partner เข้าร่วม Ads net work จะรับผิดชอบดูแล บริการ ตั้งแต่ การขาย / การ set up ระบบ / การทำ Ads Stat Report / สรุปรายได้
Partner    = ดูแล web ตามปกติ / รอวางบิลเก็บเงินจากรายได้ทีเกิดขึ้น


Offer by Ad Network Provider

•      จะรับผิดชอบ จัดเตรียม ทีมงานขายโฆษณา จัดทีมงานเป็นตัวแทนในการขายโฆษณาในรูปแบบ Ads Net Work เหมือนเป็นทีมขายอีกทีมหนึ่ง ของ Partner
•      วางระบบการนับสถิติ โฆษณาออนไลน์ที่สามารถตรวจสอบแบบ online ได้ทุกที่ทุกเวลา
•      จัดทำระบบ online survey เพื่อจัดทำ Data Support การขาย โดยข้อมูลจะเป็นความลับเฉพาะ Synergy-E และ เจ้าของเว็บ
•      จัดทีมบริการดูแล banner ตั้งแต่เริ่ม campaign จนสิ้นสุด campaign
•      สรุปรายงานการขาย และ สรุปรายงานโฆษณา ให้ Partner และ ลูกค้าผู้ลงโฆษณา ทุกๆสิ้นเดือน
•      ร่วมให้คำปรึกษาด้านการตั้งราคาขายแบบ online CPM Rate
•      ร่วมปรึกษาด้านแผนงาน Online Marketing & Activities online

** ขอยังไม่เปิดเผย ชื่อบริษัทผู้ให้บริการละกันนะ

ทำไมต้องใช้ Ads Network? หรือ Agency?

- ทำเป็นแต่เว็บ ขายโฆษณาไม่เป็น
- คุณไม่มี Sale หรือ อยากได้คนมาช่วยขายโฆษณาเพิ่มมากขึ้น
- เค้าอาจจะขายได้ราคาดีกว่าคุณขาย?
- ไม่่ค่อยมี Network หรือ Connection กับบริษัทลงโฆษณาน้อย


สิ่งที่ต้องพึงสังเกตุสำหรับ Ads Network

- พื้นที่โฆษณาที่เค้าจะมาขอลงขายให้ Exclusive หรือไม่? (คือเค้าขายคนเดียว เราไม่มีสิทธิขาย)
- มีการการันตี รายได้ขั้นต่ำ หรือไม่ (ส่วนใหญ่การ การันตี จะใช้กับการ Exclusive)
- รายได้แบ่งกันยังไง % คนละเท่าไร?
- การจ่ายเงิน จ่ายยังไง ทุกเดือน หรือ ???
- Report ที่ใช้ น่าเชื่อถือได้ระดับไหน?
- การมีสัจจะ - เคยมีเคสเช่นนี้เกิดขึ้น เช่น บอกกับเว็บแบบหนึ่ง แล้วไปบอกกับลูกค้าที่ลงโฆษณาอีกแบบหนึ่ง


ฉะนั้น ลองดูครับ ว่าจะลงโฆษณากับ Ads Network หรือไม่อย่างไร ด้วยเหตผลและปัจจัยพวกนี้


15-18/6/08 สอนที่โคราชและบุกเมืองจีน

12:31 AM, 2008-Jun-19 .. Posted in TARAD Development .. 0 comments .. Link
15/6/08 - ไปสอนโคราช

     เมื่อวานตื่นแต่เช้าตั้งแต่ตี 5 ออกเดินทางไป จังหวัดโคราช ขับรถไป 3 ชั่วโมง เพื่อไปสอนที่ มหาวิทยาลัย สุรนารี คณะเทคโนโลยีสาระสนเทศ สาขา การตลาด วิชา E-Business อ.อ๋วน (ศทธิโชติ) อาจารย์ที่นั้นจัดคิวให้ผมไปสอนเป็นประจำทุกปีที่ มหาลัยนี้ และปีนี้ผมได้ขอให้จัดวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะติดงาน และครั้งนี้ อ.อ๋วน จัดให้ผมสอนวันอาทิตย์ทั้งวันเลย ไม่ต้องขับรถมาหลายๆ รอบ โดย ครั้งนี้ผมสอนตั้งแต่  9 โมงเช้าถึง 4.30 เย็นเลยทีเดียว อัดยาว สอนวันนี้สนุกมาก เพราะน้องๆ ให้ความสนใจเลยทีเดียว

ภาพบรรยกาศน้องๆ ภายในห้องเรียน

ง่วงก็นอนไปเหอะน้องเอ๊ย

    ขากลับก็ขับกลับ และตั้งใจจะแวะไปทานสเต็กที่ร้าน เร็กซ์สเต็กเฮาส์ ที่สระบุรี แต่ร้านปิด เลยต้องไปกินร้าน ครูต้อ แทนปกติผมสอนทั้งวันนี้ จะหมดแรงข้าวต้มเลย เพราะต้องพูดๆๆ อยู่คนเดียวทั้งวัน เอ็มขับรถมาถึงกรุงเทพตอน 2 ทุ่มกว่า ก็แวะไปบ้านพี่นุก (หัวหน้าเก่าเอ็ม) ผมขอไปอาบน้ำที่นั้น และก็ออกไปขึ้นเครื่องที่ สุวรรณภูมิ ตอน 5 ทุ่มครึ่ง มาถึงก็มาเจอกับทีมของ Software Park และบริษัทอื่นๆ ทั้งหมด 8 บริษัทที่ไปร่วมทริปนี้

สเต็กร้านครูต้อ

    ต้องเกริ่นถึง Trip นี้ก่อนครับว่ามันคืออะไร? ทริปนี้เป็นทริปทีทาง Software Park จัดร่วมกับ BOI จัดพากลุ่มบริษัท Software ในไทยไปดูงาน และพาไปดูแนวทางการลงทุนในประเทศจีน ซึ่งเมืองที่เราไปคือเมือง หางโจว เป็นเมืองที่มีการเจริญเติบโตด้าน software สูงมาก เมืองน่าอยู่ ทะเลสาบสวย (ผมเคยมีโอกาสมาเมืองนี้เมื่อ 2 ปีก่อน เมืองนี้สวยและน่าอยู่จริงๆ)  บริษัทที่มากับทริปนี้ด้วยมีหลายบริษัทได้แก่ 
  1. Adasoft (ทำ Software POS-พี่ต๊อก)
  2. Biz Frontier (ทำ SI-พี่นัทพงษ์)
  3. Wealth Management (ทำ Software ด้าน finance - พี่เล็ก)
  4. Grand Planet Enterprise (ReadyPlanet - Software ทำเว็บไซต์ - พี่บู้)
  5. Mobile Game Motion (ทำ Software Mobile - Palm)
  6. TCC Commercial Property Management (พี่มานิต, พี่สุรางค์ และ คุณชยาขวัญ)
  7. Trinity - (คุณพญาคิน)
  8. SOLARTEC - (ด้าน Solar Cell - พี่ชาตรี)
  9. TARAD.com (ผู้นำด้าน E-Commerce ของโลก โห๊ะๆๆ)

เรามาเจอกันและเริ่มออกเดินทางสู่ง เซี่ยงไฮ้ ด้วยสายการบิน Eastern China Airline เที่ยวบิน MU 548 ออกตอนตี 2 ต้องยอมรับว่าวันนี้เป็นวันที่เหนื่อยจริงๆ ของผม สอนทั้งวันอดนอนเดินทางไปจีนต่ออีก เฮ้อออ

******************************************************************************

16/6/08 - ถึงเมืองจีนแล้ว

    ตื่นมาอีกทีตอน 6 โมงกว่า (เวลาจีน เมืองจีนเวลาเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง) เที่ยวบินนี้ไม่เต็มครับ ผมเลยไปยึดที่ด้านหลังนอนยาวบนเก้าอี้ 4 ตัวไปเลย หลับไม่สบายเลย ตื่นมายังง่วง และเพลียสุดๆ และส่งหนึ่งที่ผมพบคือ บริการของแอร์โฮสเตส AIR Eastern Airline ห่วยมากไม่ดูแล อาหารก็ห่วย (ขนมปัง, KitKat อะไรอีกก็ไม่รู้) เห็นแล้วคิดถึงบริการของการบินไทยเลยครับ

    มาถึงสนามบิน ผู่ตง (เซี่ยงไฮ้) สนามบินใหญ่มาก มาถึงเราก็เดินทางสู่ง หางโจวเลย โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง มาถึงเราก็เข้าโรงแรม Lake View ริมทะเลสาบชีหู ทะเลสาบชื่อดังของหางโจว ตอนเที่ยง แล้วก็แยกไปเข้าห้อง เพราะต้องออกไป ESP ตอน 2 โมงครึ่ง 2 ชั่วโมงไม่ได้นอนเลยครับ ต่ออินเตอร์เน็ตในห้อง โดยมีสาย Lan ให้ โดยค่าเน็ตเค้า 30 RMB (Yuan) หรือประมาณ 150 บาท/วัน ก็เลยเปิดใช้ และต่อเน็ตทันที นั่งดูเมล์ตอบเมล์ไปเรื่อย

    หลังจากนั้นช่วงบ่าย 2 เราก็ลงมาเจอกันและเดินทางไปที่ ESP โดย ESP (East Software Park) ตั้งอยู่ที่เมืองหางโจว เป็นศูนย์กลางของบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่นี้เป็นมีบริษัทดังๆ หลายๆ แห่งเช่น Solideworks, ChinaHR.com, alibaba.com, Digital China เป้นต้น ซึ่งเค้าบอกว่าเค้าเป็น Slicon Valley ของเมืองจีนในฝั่งตะวันตก ที่นี้มีการร่วมกับ Singapore ในการพัฒนา Business Software ขึ้นมา โดยทีนี้ประกอบไปด้วยหลายๆ ส่วนได้แก่
  • Science and Technology Platform
  • Investment and Finance Platform
  • Man Power Resource Platform
  • International Intercommunication Cooperation Platform
  • Knight Service for Property Yeoman's Service

เค้าดูแลเราอย่างดี พาเดินดูบรรยกาศและออฟฟิสในระแวกนั้น ว่ามีอะไรบ้าง เค้าพาไปดู Panchi บริษัท โฆษณาออนไลน์ของ หางโจว มีพนักงาน 200 กว่าคน ขายโฆษณาออนไลน์ให้กับ บริษัทของจีน และก็ไปดูบริษัททำอุปกรณ์เชื่อมต่อกับ อุปกรณ์ต่างๆ เป็นระบบ network ใหม่ หรือ M2M (Machine to Machine) รูปแบบธุรกิจเค้าน่าสนใจมาก

บรรยกาศทำงานของบริษัท Internet จีน

พืนที่ต่อคนเล็กมาก พอดี 1 คน (เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดโทรหาลุกค้า)

    หลังจากนั้นเราก็ไปทานอาหารและเดินทางกลับโรงแรม ผมกะจะนอนทันทีเพราะเหนื่อยมาก เดินทางมาตลอด ไม่ได้พักเท่าไร แต่พอมาถึงที่ห้อง เปิด Internet เจอ E-Mail ก็นั่งตอบ E-mail โดยกว่าจะนอนได้ก็เกือบเที่ยงคืน หลับไปโดยแทบไม่รู้ตัว


ดูภาพบรรยกาศทริปนี้ทั้งหมดได้ที่ http://www.flickr.com/photos/pawoot/sets/72157605687614297/detail/

******************************************************************************

17/6/08 HEDA เมืองแห่งความสมบูรณ์ทางธุรกิจ

    วันนี้ตื่นมาแต่เช้า ขึ้นไปทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารชมวิวทะเลสาบของเมืองหางโจว และก็ลงมานั่งรอในรถบัส เปิด Notebook เจอ WIFI ของ China Telecom ซึ่งดีมากๆ เพราะเค้าปิด Port 80 เล่นเน็ตเปิดเว็บไม่ได้ แต่ลืมปิด Port อื่นก็เลยเช็กเมล์และใช้พวก IM ได้เช่น  MSN, Skype และก็ Twitter ได้ผ่าน Twhirl และก็นั่งรถไปสู่ HEDA

    HEDA คือ Hangzhou Economics and Development Area ง่ายๆ คือเหมือนพื้นที่หรือโซนสำหรับธุรกิจ โดยเฉพาะ ที่ลงดูแลโดยรัฐบาล ต่างจากเมื่อวานที่ ESP (East Software Park) ที่ไปเมื่อวาน ที่เป็นของเอกชนร่วมกับรัฐบาลมาร่วมกันเปิด แต่วันนี้ที่ HEDA เป็นลักษณะเหมือนกับเมืองๆ หนึ่งเลย ที่ใหญ๋มากๆ มีพื้นที่ความกว้าง 150 Km x 150 Km เกือบเป็นจังหวัดหนึ่งเลยทีเดียว ภายในมี มหาวิยาลัยด้วย (เค้าบอกว่า 14 แห่ง)  ผลิตนักศึกษาได้ 150,000 คนต่อปี (เป็นคนด้านไอทีและเทคโนโลยี) เมื่อเข้าไปในเมืองพบว่า เมืองนี้ถูกสร้างมาสำหรับด้านนี้โดยเฉพาะ มีโซนมหาลัย โซนที่พักอาศัย โซนทำงาน

บรรยกา่ศการประชุมกับ HEDA

บรรยาศส่วนหนึ่งของเมือง HEDA

    เรามาถึง HEDA เค้าก็ Brif ให้ฟังว่าการมาเริ่มธุรกิจในเมืองจีน จะต้องทำอย่างไรบ้าง ดูรายละเอียดได้ด้านล่าง

    หลังจากนั้นก็แวะไปทานอาหารที่ตึกๆ นึงภายใน HEDA ตึกสวยมาก และได้มีโอกาสพบกับทาง BOI ประเทศไทยประจำเมืองเซี่ยงไฮ้ หลังจากนั้นเราก็เริ่มงาน พบปะระหว่าง บริษัทไทยกับ บริษัทจีน ซึ่งทางฝั่งจีนมีมาเกือบ 40 คนเลยทีเดียว

ตึกที่ผมพูดถึงว่าสวยมาก

    เราเสร็จจากการพบปะประมาณ 5 โมงกว่า เค้าก็พอไปทานอาหารเย็น ห้องอาหารหรูมาก โดยหัวหน้า หรือประธานของ HEDA และหลังจากทานอาหารเสร็จเราก็กลับที่พักกัน โดยหลังจากเข้าห้องไปแล้ว เราก็นัดกันออกไปเดินเล่นกันข้างนอกและกับมานอนกัน


ดูภาพบรรยกาศทริปนี้ทั้งหมดได้ที่ http://www.flickr.com/photos/pawoot/sets/72157605687614297/detail/

HEDA Brift
**************************

HEDA Location
++++++++++++++++++++
- Near Sub-way station
- Near 1.30 hour shianghai
- New civilize city of Hangzhou
- They join with Asendas singapore

Why Hangzhou - China
**************************************
- Near Major City (Shianghai, Hangxhou)
- Convieniet transport
- Rich human resource
    - 36 institue
    - 380,000 new university/year
    - 247 program relate service outsourcing
- Industry straing
    - 1000 IT company
    - Microsoft, Moto, intel. NEC, infosys setup R&D in Hangxhou
- Favorable policy
- Beatutiful Environment

HEDA info
*************************************
- National Development
- 300,000 population
- International Standard & Facilities


Others support
- Connect University
- Training S/W
- Tax incentive
- Retal space

Business Lab - make business in China
- they have flow and process support till open office
    - My chinese web site
    - My China office
        - Dedicate facility (Office furniture, stationary, telephone number)
        - Share facility (Internet, Printer, Fax, Photo copy)
        - Test and monitor potential customer


Singapore-Hangzhou Scince Technology Park (Ascendas Company) by April Bian
*****************************************
- Provide Business Space 30 years
- Market in sout kora, china, india (Bangalor, China)
- Base in Singapore


Start company in HEDA - by Stephen
*********************************
Setup Compay
+++++++++++++++
- Cost of company registration in China 0.5% ที่จดทะเบียนเงินลงทุน
- ค่า Fee เก็บเงินโดยรัฐบาล
- Minimum register captital  30,000 RMB
- เปิด bank แล้วใส่เงินลงไป 15% ภายใน 3 ปี แต่ถ้าบริษัทเล็กต้องใส่ทั้งภายใน 6 เดือน
- Document in chinese
- 2 week to 1 month for register company in China
- we can own 100%
- 1 company 1 address (Can't shar address, but share office is ok)   


Human resource
+++++++++++++++
Cost
- 1,000 & 1,500 RMB  for Marketing
- 3,000 RMB for programer

- exclude wellfare
- well fare 350 head/month
- have pay 13 month exclude bonus
- 8 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่ออาทิตย์ครับ

การจ้างงาน
- Contract 3 times แล้วกลายเป็น Permanent
- pay compasatiopn depend on time that they work 1 ปี จ่าย 1 เดือน maximum 12 month


Apartment
++++++++++++++++++
20 Sqm
1500 RMB - no decorate
2500 RMB/Month Decorate


******************************************************************************

18/6/08 - ดูงานและเดินทางสู่ต้าเหลี่ยง


    วันนี้ตื่นเช้ามาทานอาหารเช้า ออกเดินทางมาบริษัท Sunyard บริษัทใหญ่มีพนักงาน + 2000 คน List ในตลาดหลักทรัพย์ เซี่ยงให้ ทำ BPO (Business Process Outsourcing), ITP (IT Outsourcing) เน้นทำ Application และ Service ให้ Bank เป็นหลักมีสาขาอยู่หลายประเทศทั่วโลก ผมไม่ค่อยได้ฟังเท่าไรเพราะอันนี้ไม่ค่อยเกี่ยวกับผมเท่าไร จะเกี่ยวกับธุรกิจ Banking Finance หรือพวก POS เป็นหลัก

ภาพหมู่คณะที่ไปร่วมชมงานของ sungard

    หลังจากนั้นเราก็เดินทางไปบริษัท Aladin ที่เมื่อวานไปที่งานพบปะที่ HEDA ด้วย โดยขับรถกลับมาแถวๆ HEDA เค้าอยู่สำนักงาน Software Park 3 ชั้น 16 เป็นบริษัททำแผนที่ 3D และ Local Search ซึ่งจริงๆ เค้าชวนผมมาดู office เมื่อวานนี้ แต่วันนี้เราดันมากันหมดทั้ง Group 13 คนทำให้ ทางเค้าต้องเตรียมตัวกันน่าดู เพราะ office เค้าไม่ได้มีห้องใหญ่ๆ ไว้รับรอง

    เราไปถึงเจ้าของ Alan (อายุแค่ 29 เอง เกิดปี 1979) แต่เป็น President หรือเจ้าของบริษัท อายุน้อยกว่าผมอีก แต่บริษัทนี้มีพนักงาน 450 คนเลยทีเดียว โดยเป็น Developer ซะส่วนใหญ่ หลังจากเค้าเล่าให้ฟังว่า บริษัทเค้าทำอะไรบ้าง ความเป็นมายังไง เค้าก็พาเดินดูรอบๆ office ของเค้า โดยเป็นพื้นที่ทั้งชั้น

Alan เจ้าของบริษัท Aladin


    โดยทีนี้มีพนักงานประมาณ 200 คน พอเดินไปดูพบว่าส่วนใหญ่พนักงานที่นี้อายุน่าจะประมาณ 23-26 ปีเท่านั้น เด็กกันจริงๆ  และบรรยกาศการนั่งทำงานที่นี่ค่อนข้างแน่นมากๆ พื้นที่ต่อ 1 คนคือกว้างแค่ 60-70 ซม. เท่านั้น เนื่องจากช่วงที่เราไปเป็นช่วงบ่ายพอดี พนักงานที่นั้นใช้วิธีการ นอนฟุบลงไปบนโต๊ะเลยเพื่อพักผ่อน บางส่วนก็นั่งเล่นเน็ตไปเรื่อยๆ แต่ผมสังเกตุเห็นหลายๆ คนกำลังละครทีวี ทางอินเทอร์เน็ตกัน

บรรยกาศการทำงานของบริษัท Aladin

    สิ่งที่สังเกตุได้จากหลายๆ บริษัทที่ได้ไปดูงานมาคือ เค้าจะมีการทำเอกสาร และอุปกรณ์ของบริษัทต่างๆ ไว้ดีมาก เช่นมี เอกสารแนะนำบริษัท 4 สี่อย่างดี แจกเป็นเล่มๆ (เมืองไทยเล่มนึงน่าจะหลายตั้งค์) มีแก้กระดาษเป็นโลโก้ของบริษัท, มีการตกแต่งบริษัทด้วย โลโก้ต่างๆ ซึ่งผมเข้าใจว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ที่ประเทศจีนราคาไม่น่าจะแพงเท่าไร

แก้วกระดาษ Aladin

    หลังจากดูงานเสร็จแล้วเราก็เดินทางไปทานอาหารกลางวันกัน ต้องบอกว่ามา ทริปนี้ไม่มีอาหารไทยครับ และก็ไม่มีหัวหน้าทัวร์ ไว้คอยบริการดูแลครับ ดูแลกันเอง และมีทีมงาน Software Park คอยดูแล และมี Guide ท้องถิ่นคอยดูแลอีกที (ชื่อบูรพา พูดเก่งชมัด ขำดี) ตลอดทริปเรากินอาหารจีนท้องถิ่นกันตลอด อาหารดูดีมาก ครับในแต่ละมื้อ

    หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จก็เป็นช่วงที่ว่างหลังจากดูงานกันมา 2 วันครึ่ง แต่เรามีเวลาน้อย ไกด์เลยพาไปไหว้ พระจี้กง และเดินทางไปซื้อผ้าไหม ซึ่งผมซื้อผ้าห่มผ้าไหมไปผืนนึง (โดนจนได้) หลังจากนั้นเราก็เดินทางมาที่สนามบิน หางโจว เพื่อที่จะเดินทางไปที่ ต้าเหลี่ยงกัน

วัดจื้อกง

    ในระหว่างทางที่นั่งเครื่องมาเมือง ต้าเหลี่ยง (เมืองแห่งธุรกิจซอฟต์แวร์) น่ากลัวมาก เครื่องสั่นและตกหลุ่มอากาศบ่อยๆ ให้คิดถึงข่าวที่เครื่องบินจีนตก หลายๆ ครั้ง ฮ่าๆ แต่อย่ากลัวไปเลย คนเราจะตายมันก็ตายแหละ ยิ่งไปกลัวมันจะยิ่งคิดมาก วางเฉยดีกว่า แต่นั่งไปก็หวั่นๆ เหมือนกัน ระหว่างนั่งก็เปิด GPS Track ตำแหน่งตัวเองไว้ด้วยว่าเราเดินทางเป็นยังไงบ้าง โดยเฉลี่ยจากหลายๆ ครั้งที่จับความเร็วระหว่างเครือ่งบินขึ้น (Take-off) เครื่องบินจะวิ่งให้ได้ความเร็วที่ 200-250 Km/Hrs แล้วถึงจะเริ่ม Take-off และในระหว่างทางเดินทางไปต้าเหลี่ยง เครื่องบินๆ ด้วยความเร็วเฉลี่ย 700-800 Km/Hrs Just for your information ที่นั่งบนเครื่องนี้แน่นมาก คนนั่งมาเต็มเครื่องเลยแหะ มาถึงเมืองต้าเหลี่ยน (Dalian) เวลาเกือบ 22.00 ก็นั่งรถเข้าโรงแรม Zhongshuan Hotel ราคาค่าต่อเน็ตที่นี้ เท่ากับที่ก่อนหน้านี้ 30 RMB (150 baht/day) นั่งเช็กเมล์สลัลกับพี่บู้ ReadyPlanet รู้สึกหิวๆ เลยลงไปหาบะหมี่กล่องกิน กลับมาทำงานต่อ นอน คร่อกกกก



ดูภาพบรรยกาศทริปนี้ทั้งหมดได้ที่ http://www.flickr.com/photos/pawoot/sets/72157605687614297/detail/


ใช้เทคโนโลยีในการเดินทาง.. ไปจีนกันดีกว่า

03:26 PM, 2008-Jun-14 .. Posted in ชีวิตประจำวัน .. 0 comments .. Link
         วันจันทร์นี้ ผมมี Trip ไปเมืองจีน ไปหางโจว กับทาง software park ต้องบอกว่าทริปนี้ แทบจะเตรียมตัวเองไม่ทันเลย เพราะกระทันหันจริงๆ

แต่วันนี้ผมเตรียมหลายอย่าง โดยได้ไป download software Dictionary ภาษาจีนมาของโดยแหล่งที่ผมเข้าไปค้นหา คำแนะนำว่าจะไปค้นหา software อะไรดี ก็ที่แรก www.MrPalm.com ของพี่นัทหมีใหญ่ใจดีครับ และอีกเว็บก็ www.Smart-Mobile.com ของพี่วิโรจน์ กูรู Gadget ที่เก่งกาจ โดยเข้าไปค้นหาในเว็บบอร์ด โดยใช้ระบบ Search ค้นหา Software ที่ต้องการ โดยในที่สุดก็เจอ

 www.hnhsoft.com/dictec  เป็น talking dict และก็ไปโหลดโปรแกรมที่พูดภาษาจีนเป็นประโยคเป็น phrase books ชื่อ china2go จาก www.hnhsoft.com/ctgpbook ซึ่งเมืองจีนหากพูดจีนเลยก็คงใช้ชีวิตลำบากครับ นับว่าเป็นโปรแกรมที่น่าสนใจเลยทีเดียว ซึ่ง software เหล่านี้จะช่วยทำให้ การคุยกับคนจีนเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น คือกดปุ๊ปมีเสียง การพูดออกมาเลยว่าเราต้องการอะไร เจ๋งดีแหะ ....

งงอยู่นานว่า เมืองจีน (หางโจว) ใช้ภาษาจีนอะไร เพราะมันมี แมนดาริน กับแคนโตนิส ซึ่งโทรไปถามกุ้งเฉื่อย มันบอกว่า ใช้แมนดาริน ส่วน แคนโตนิสส่วนใหญ่ใช้ที่ ฮ่องกง

และก็ไปโหลดแผนที่เมืองจีนสำหรับ Gamin ใน PDA ผมซึ่งไปโหลดมาที่ http://garminmapsearch.com ครั้งก่อนผมไป ญี่ปุ่นก็ไปโหลดแผนที่ฟรี ได้ที่นี่สะดวกมากๆ โหลดมาลงไว้ใน PDA ก่อนแล้วพอไปถึงก็เปิดนำทางได้เลยครับ สำหรับคนที่สนใจ จะโหลดแผนที่ลงระบบนำทางของ Garmin ใน PDA ของคุณดูวิธีการเพิ่มเติมได้ที่

www.pdamobiz.com/forum/PDAforum_posts.asp?TID=101096&PN=2&TPN=3

เอาละพร้อมเดินทางแล้ว  แต่เดียวผมต้องออกไปถ่ายรายการ SME ชี้ช่องรวย สุดสัปดาห์ และ พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้าไปสอนที่ ม.สุรนารี ทั้งวัน และกลับมาก็ต้องมาขึ้นเครื่องไป จีนแล้ว เหนื่อยจริงๆเล้ยย เฮ้ออ...

ปล. ขอบคุณ ดาว เลขาคนเก่ง ที่ช่วยเตรียมเอกสารเป็นภาษาจีนครับ และจัดนัดหมายทั้งหมดให้ด้วยความรวดเร็วครับ :)

คุณใช้โทรศัพท์คุ้มแค่ไหน? HTC Touch Daimond น่ากลัวมาก..!

12:28 AM, 2008-Jun-10 .. Posted in ชีวิตประจำวัน .. 0 comments .. Link
       ตอนนี้ผมใช้โทรศัพท์ PDA Phone ยี่ห้อ Dopod P800w ซึ่งผมชื่นชอบและ "ลงตัว" กับการทำงานของโทรศัพท์รุ่นนี้มากๆ เพราะผมใช้แทบทุก Function ของโทรศัพท์รุ่นนี้เกือบทั้งหมด ใช้มาเป็นปีๆ แล้วละถ้าจำไม่ผิด

  • Call : อันนี้ปกติ มีโทรศัพท์ก็ใช้โทรครับ
  • นัดหมาย, contact : sync กับนัดหมายที่มีมากมายในแต่ละวัน
  • Note : จดทุกอย่างที่คิดได้ และมีไอเดียในบัดดล
  • Track : เปิด GPS นำทางไปยังสถานที่ต่างทั้งในกรุงเทพ, ต่างจังหวัดหรือแม้แต่เมืองนอก
  • Photo : ผมเอาไว้ถ่ายภาพ และยิ่งตอนนี้เพิ่งได้โปรแกรมมาใหม่ที่ Shozu ที่จะช่วยทำให้ภาพที่ผมถ่ายสามารถ upload ไปที่ www.Flickr.com (อัลบัมรูปออนไลน์ได้ทันที)
  • Online : ช่วงหลังผมออนไลน์ผ่าน PDA บ่อยมาก โดยหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาผมบ้าเล่น Twitter.com มาก

โอ้วเครื่องเดียว ครบครับ และมั่นใจว่าใช้ครบทุก Function และใช้เป็นประจำด้วย และยิ่งช่วงหลังผมออนไลน์บ่อยมาก เลยเพิ่งไปปรับ Package GPRS ของ AIS มาเป็นเดือนนึง จ่าย 200 บาทออนไลน์ได้ 50 ชั่วโมง (มั้งถ้าจำไม่ผิด)

Dopod P800w


ช่วงนี้เห็นคนใช้ iphone เยอะมาก มันก็กระตุ้นผมเหมือนกันว่า "น่าใช้" แต่ยังลังเลอยู่เพราะรุ่น 3G กำลังจะออกมาแล้ว แต่วันนี้นึกอะไรก็ไม่รู้ เข้าไปที่เว็บ www.MrPalm.com เว็บของพี่นัท อยากไปดูว่าตอนนี้มี PDA อะไรใหม่ๆบ้าง โอ้ว ผมได้มีโอกาสอ่าน Review ของ HTC Touch Dimond ต้องว่าน่าสนใจมากครับ ตัวเล็ก กระทัดรัด CPU เร็วกว่าตัวที่ผมใช้อยู่ มี Function ทุก Fuction ที่ผมใช้เป็นประจำ (แน่นอน GPS) Storage มี 4 Gb เหลือเฝือ และรุ่นนี้มี Internet Browser เป็น Opera เค้าบอกว่าคล้ายๆ iphone เลย โอ้วน่าใช้มาก หากสนใจไปอ่าน Review เพิ่มเติมได้ที่
http://www.mrpalm.com/getcontent3.php?tid=418

HTC Touch Daimond

แต่ที่ชอบมากที่สุดคือ "มันเล็กมาก เล็กกว่า iphone ซะอีก"

และที่เจ๋งไปกว่านั้นผมลองไป search ดูใน http://search.tarad.com ระบบค้นหาสินค้าอัจฉริยะ พบว่ามีคนนำเข้ามาขายแล้วครับ (แต่จริงๆ จะเริ่มขายในไทยวันที่ 10/7/08) โห ทำไมเอามาขายกันเร็วแบบนี้เนี่ย ลองกดที่นี่เพื่อดูผลลัพย์การค้นหา htc touch diamond

และก็ลองไป ค้นดูว่ารุ่นเก่าของผม Dopod P800W ราคาตอนนี้เท่าไร? ลองกดไปดูกันเองครับ ... Dopod p800w กดที่นี่เลยครับ




เทคนิคการนำ blog ของคุณไปแสดงไว้ที่อื่น

05:48 PM, 2008-Jun- 9 .. Posted in TARAD Development .. 0 comments .. Link
    วันนี้คุณสามารถนำ blog ที่คุณเขียนไว้ที่ blog.tarad.com ไปแสดงไว้ที่อื่นได้แล้ว เพียงแค่นำ code นี้ไปวางเอาไว้ และปรับแก้ไข ข้อมูลบางส่วนใน code เพื่อให้ code นี้ไปดึงข้อมูลมาจาก blog ของคุณได้

วิธีการนำไปใส่ในเว็บอื่นๆ 

******************************************************************



  height = ความสูง ของหน้าที่แสดง blog ในหน้าที่ไปวาง
  width  = ความกว้าง ของหน้าที่แสดง blog ในหน้าที่ไปวาง

  count = จำนวนหัวข้อที่ต้องการแสดง (default 2)  
  length = ความยาวตัวอักษรที่ต้องการตัดคำ (default 200)
  USER = user ที่ต้องการดึง blog ไปแสดง



ลองดูตัวอย่างได้ที่ www.pawoot.com ในส่วนด้านบน "Pawoot Diary Blog" ของที่เว็บผมผมกำหนดเป็น
*****************************************************************************************************************



* ขอบคุณน้องป๊อป อนุสรณ์ ที่ทำให้นะครับ

เมื่อยักษใหญ่ E-Commerce อย่าง Amazon เว็บดาวน์

01:21 AM, 2008-Jun- 7 .. Posted in แนวความคิด .. 1 comments .. Link
    วันนี้วันที่  7 มิถุนายน 2008 เวลา 1:35 AM เว็บไซต์ E-Commerce ยักษ์ใหญ๋อย่าง www.Amazon.com เว็บ Down ครับ เมื่อกดเข้าไปแล้วพบกับหน้าจอดังด้านล่างครับ ยังไม่รู้สาเหตุครับ แต่เอามาใหัดู ว่าขนาดยักษ์ใหญ่ยังล่มได้ โอ้ว......




การให้บริการด้วยใจ...... ประสบการณ์ตรงจาก AIS Call Center

12:45 AM, 2008-Jun- 4 .. Posted in แนวความคิด .. 3 comments .. Link
    เมื่อปีที่แล้ว (2007) ผมได้มีโอกาสรับเลือกเป็นเป็น Serenade GURU Line โดยเป็นบริการผู้ช่วยตอบคำถามสำหรับ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ PDA หรือ เทคโนโลยี Internet  และในครั้งนั้นผมได้รับโอกาสในการ Upgrade เป็นสมาชิก Seranade เป็น Plantinum Member และในบริการนี้เอง ผมได้รับบริการ "ผู้ช่วยส่วนตัว หรือ Personal Assistant" ซึ่งจะมีคนเอาไว้ดูแลผมโดยเฉพาะ ฟังๆ ดูตอนแรกก็งงๆ ว่าทำไมต้องมีคนดูแลโดยเฉพาะเลยเหรอ??? จะจำเป็นเหอร??? ก็ไม่ได้คิดอะไร และก็คิดว่าคงไม่ได้ค่อยได้ใช้บริการนี้แน่ๆ

    แต่แล้วหลังจากบริการ Serenade Platinum เปิดไปได้ไม่นาน ก็มีคนโทรมาหาผม บอกว่าเค้าชื่อ คุณ... เออ จำชื่อไม่ได้ โทรมาแนะนำตัว ว่าเป็นคนคอยดูแลผมโดยเฉพาะ และหากมีปัญหาอะไร ก็โทรมาติดต่อได้เลย โดยทุกครั้งที่ผมโทรเข้า Call Center ของ AIS ผมจะถูกส่งเข้าไปที่ทีมนี้เลย ตอนนั้นก็รับปากไปงั้นๆ เพราะคิดไว้ว่คงไม่ได้ใช้หรอก แต่ก็อดแอบชมในใจเล็กๆว่า อืม บริการนี้ดีจัง ดูแล้วมัน Personal Touch จริงๆ

    แต่อยู่มาวันหนึ่งผมก็มีความจำเป็นต้องใช้บริการขึ้นมา คือผมจะทำ SIM Card เพิ่ม เพราะใส่ให้กับโทรศัพท์อีกเครื่อง ผมก็ไปที่หน้าร้านของ AIS ปรากฏว่า ผมไม่สามารถทำได้ เพราะติดอะไรบางอย่างนี้แหละ... ก็เลยอด แง๊ๆๆ  แต่วันนั้นจังหวะดีมากครับ ทาง Personal Assistant โทรมาหาผมพอดีเลย ว่ามีอะไรให้รับใช้ไหม.. ผมก็เลยแจ้งไปว่าผมอยากทำ SIM ใหม่เพิ่ม เท่านั้นละครับ เค้าก็กดเช็กๆ กุ๊กกั๊กๆ แล้วก็บอกว่า "ได้ค่ะ เดียวจะส่ง SIM ไปให้ที่ Office เลยค่ะ" โอ้วแม่เจ้าาาาาา เพียงไม่ถึง ชั่วโมงก็มี SIM มาวางไว้บนโต๊ะทำงานผมแล้ว... ไม่เสียค่าบริการอีกต่างหาก... ให้มันได้อย่างนี้สิ บริการนี้..! ผมประทับใจกับบริการของ Personal Assiatant ของ Seranade Call Center มากครับ.....

บรรยกาศ Call Center ของ AIS

    เหตุการณ์ความประทับใจไม่ได้มีเพียงแค่นี้ วันนึงเลขาผม ทำโทรศัพท์พัง ซิมก็พังไปหด้วย (ซิม one-2-call) ผมเองก็ลำบากไปด้วยเพราะติดต่อไม่ได้ ก็คิดว่าทำไงดี อยู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ ก็เลยโทรไปสอบถามข้อมูลกับทาง Personal Call Center ก็ได้พบกับเจ้าหน้าที่ท่านเดิม และให้คำแนะนำที่ดีมากๆ  ผมชื่นชอบกับการตอบคำถาม และให้ข้อมูลอย่างเต็มใจ และยินดีช่วยเต็มที่ ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ แต่เป็นทุกๆ ครั้งที่ผมโทรเข้ามาสอบถามหรือแม้แต่โทรมาหาผม... อันนี้ขอชมเลยครับ ว่าบริการของ Call Center ทีมนี้ทำงานดีมากๆ ครับ อันนี้ไม่ได้จะเขียนเพื่อเชียร์หรือโปรโมทนะครับ เพราะประทับใจจริงๆ


    ก็เลยแอบคิดไปว่า การที่เจ้าหน้าที่ของ Call Center ของทีมนี้ทำงานได้ดีขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเกิดจากนิสัยส่วนตัวหรือ การฝึกอบรมที่ดีของทางบริษัท ซึ่งผมก็มีข้อมูลมา Support ครับว่า น่าจะเกิดการอบรมที่ดีและการสร้าง attitude ที่ดีต่อการทำงาน ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคน (ที่โทรมาหาผม) มีใจในการให้บริการอย่างเต็มที่ เพราะครั้งหลังๆ ก็มีเจ้าหน้าที่คนอื่น ในทีมโทรมาหาผม และให้บริการได้ประทับใจเช่นเดียวกัน

เบื้องหลังความอารมณ์ดีของเจ้าหน้าที่ call Center ของ AIS  คือกระจกที่บอกให้ "ยิ้ม" อยู่เสมอ

    และวันนี้เอง (3/6/08) ผมได้มีโอกาสไปถ่ายภาพ PR ที่ Call Center ของ AIS เนื่องจากทาง AIS ได้เลือกผมไปเป็น SME Guru ตอบสายผู้ที่สอบถามเข้ามาได้ทาง Call Center ของ AIS SMEs (เคยเป็น Serenade GURU Line ตอนนั้นตอบเรื่อง Pocket PC + New technology) แต่วันนี้เรื่องการทำธุรกิจของ SME โดยวันนี้ก็นัดไปถ่ายภาพทำข่าว PR ที่ Call Center ชั้น 30 ของอาคาร พหลโยธินเพลส (ติด  Shin 1)

บรรยกาศการถ่ายภาพข่าว PR

    และก็นึกได้ครับว่า ทีม Call Center ทีมนี้น่าจะอยู่ชั้นนี้ เพราะผมเคยถามเค้าไว้นานแล้ว.. ผมก็เลยลองโทรหา Call Center ของผมดู ปรากฏว่าในขณะที่ผมยืนโทรสอบถามเค้าอยู่นั้น คุยไปคุยมา ก็พบว่าผมยืนอยู่หน้าห้องของทีมงานที่คอยให้ความช่วยเหลือและ Support ผมพอดี ก็เลยได้มีโอกาสเดินเข้าไปทักและพูดคุยด้วย แหมไม่น่าเชื่อครับว่าจะมีโอกาสได้มาสัมผัสบรรยกาศการทำงานของทีมที่คอยช่วยเหลือผม ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเคยคุยกันแค่ทางโทรศัพท์ ทุกคนดูยิ้มแย้มมากครับ... แหมดีใจจริงๆ ต้องขอขอบคุณอีกทีครับสำหรับบริการดีๆ แบบนี้จากเจ้าหน้าที่ทุกท่านและทาง AIS Call Center ครับ

ภาพของทีมงาน Call Center ที่ดูแลผม

PS. มีคนนึงในทีม จำเอ็มและผมได้ ตอนที่ไปขอแต่งงานออนไลน์ด้วย.. 


จิบกาแฟคนทำเว็บ และ T-Shirt Festival

วันนี้ช่วงบ่ายมีงาน จิบกาแฟคนทำเว็บ ครั้งที่ 7 เป็นงานนัดพูดคุยกันง่ายๆ ในบรรดากลุ่มคนทำเว็บไซต์ โดยหัวข้อความนี้ คือ "Web 2.0" โดยมี Boy Macro Art และ เจซ MaliMali เป็นคนนำความนี้  และพี่เอ๋อ จาก Sanook เอาภาพบรรยกาศของงาน Web 2.0 ที่ USA พร้อม บรรยกาศการทำงานใน Googleplex มาให้ดูครับ ดูภาพและบรรยากาศงานนี้ได้ที่ Gallery ด้านล่างครับ

มีการเปิด Facebook Group : Jibcafe




ดูภาพทั้งหมดงานจิบกาแฟที่นี่

ดูไฟล์วีดีโอ ว่า มือถือจะกลายเป็นช่องทางใหม่ของเทคโนโลยี Internet ที่คุยกันในงาน


หลังจากนั้น ก็ไปงาน T-Shirt Festival ที่เมืองทองธานี เป็นงานขายเสื้อ T-Shrit อย่างเดียว มีร้านขายเสื้อประมาณ 300 ร้านค้า และมี Concert ในงานด้วย น้องชายผมก็ไปออกขายเสื้องานนนี้ด้วย และย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน ทีม TARAD ก็เคยรวมตัวกันไปขายเสื้อที่นี่ด้วย... สนุกมั่กๆ ดูภาพบรรยกาศด้านล่างเด้อ

 
ดูภาพทั้งหมดได้ที่นี่..


ที่มาของการ ออกกำลังกายประจำเดือนของ TARAD.com

10:07 PM, 2008-May-29 .. Posted in กิจกรรมชาว TARAD .. 0 comments .. Link
   ที่ TARAD Dot Com พวกเรามีกิจกรรมประจำเดือนทีพวกเราต้องถือปฏิบัติทำกันทุกๆ เดือนร่วมกัน เราเรียกกิจกรรมนี้ว่า "ออกกำลังกายประจำเดือน"  ต้องบอกว่านี้คือ วัฒนธรรม (Culture) ของ ชาว TARADr (TARADer) ซึ่งถ้าจำไม่ผิดวํฒนธรรมนี้ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2003 หรือประมาณเกือบ 6 ปีแล้ว (บริษัทตั้งปี 2001 เว็บเปิด 1999) จำได้ว่าผมได้รับอิทธิพลนี้มาจาก ตอนที่ผมเคยทำงานที่ AD Venture (กลุ่ม Shin Corp) ตั้งแต่ปี 1998 และมีอยู่วันหนึ่ง พวกที่ทำงานนัดกันไป ทานอาหารกลางวันที่ "สวนรถไฟ" ที่ข้างๆ ตึก ปตท. ตรงกันข้ามกับ เซนทรัลลาดพร้าว นั้นคือครั้งแรกที่ผมได้รู้จักที่นี่

บรรยกาศสวนรถไฟตอนเย็น มีการเต้นแอโรบิคกันในลานใหญ่

น้องๆ มาออกกำลังกาย (นะ-นัท-ฟ้า-ปู-คุณเอ็ม-จักรยาน)

ผมเองนั่ง chill ทำงานไปมองฟ้ากว้าง (ไม่ได้เอากางเกงมาเลยอดวิ่งวันนี้)

        ผ่านมาอีกไม่กี่ปี ผมได้ย้ายออฟฟิสจากตึก Cemix Tower (อโศก) มาอยู่ 4 แยกลาดพร้าว-รัชดา จำได้ตอนนั้นมีพนักงาน 10 กว่าคน ก็เริ่มมีไอเดีย ว่า "ไอ้พวกทำคอมพิวเตอร์นาน ๆ นี้มันไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าไร"ก็เลยมีดำริ (อิอิ) ว่าพวกเราน่าจะไปออกกำลังกายกันนะ โดยน่าจะเป็นกิจกรรมร่วมกันในทีม (Team Building) ซึ่งผมเองได้แนวความคิดนี้จาก พี่นิดหัวหน้าผมตอนทำงานที่ Hutch (หัวหน้าต้นแบบของผมเลย) การทำงานเราคงไม่ได้มีแค่การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน เราควรสร้างทีม สร้างความสัมพันธ์ของคนในทีม นอกเหนือจากติดต่อสื่อสารเรืองการทำงาน โดยการทำ Team Building นี้ถือเป็น Culture ที่ TARAD ยึดกันมาตั้งแต่เริ่มเปิดบริษัทมาตั้งแต่แรกๆ เลย  (ขอบคุณพี่นิดมากๆ ครับ)

    ก็นึกอยู่นานว่าจะไปออกกำลังกายที่ไหนดี ในที่สุดก็นึกปิ๊งไอเดียได้ว่า ที่ office นี้ใกล้กับ "สวนรถไฟ" มากเลยยกขบวนไปออกกำลังกายที่ สวนรถไฟกันทั้งบริษัท นี้คือจุดเริ่มต้นของการออกำลังกายของชาว TARADr  ตอนแรกกำหนดไว้ เดือนละ 2 ครั้ง แต่ไปๆ มาๆ น้องๆ ก็เริ่มอิดออด ไปกันบ้างไม่ไปบ้างจนในที่สุด เราก็ลดเหลือ เดือนละครั้ง


เราทำอะไรกันบ้างตอนไปออกกำลังกาย

    ในวันออกกำลังกายประจำเดือนจะมีการแจ้งล่วงหน้าก่อน และในวันนั้นเราอนุญาติให้น้องๆ สามารถแต่งตัวสบาย กางเกงขาสั้นมาทำงานกันได้เลย  (ปกติที่นี่ก็ไม่ค่อย Strick เรื่องการแต่งกายเท่าไร เพราะพวกเราไม่ค่อยได้เจอลูกค้ากันเท่าไรจึงไม่จำเป็นที่จะต้องแต่งตัวดีเท่าไร ใครแต่งตัว สุภาพมา ถือว่าไม่ให้เกียรติบริษัท อิอิ ผมได้รับ culture นี้มาจากพวกบริษัท internet ฝรั่ง ผมก็คิดว่าการแต่งกายมันไม่เห็นเกี่ยวกับ การทำงานตรงไหน มันอยู่ที่สมองของพวกเรามากกว่า ลูกค้าก็ไม่ได้เจอ ดังนั้นจึงแต่งกายอย่างไรก็ได้ ยกเว้นทุกวันพุธ ที่จะต้องขอให้ใส่เสื้อของบริษัทวันนึง)

    วันนี้เราจะให้น้องๆ เลิกทำงานกันเร็วปกติเราเลิกงานตอน 6 โมง แต่วันนี้ เราจะให้เลิกตอน 4.30 - 5 โมง เพื่อเริ่มออกเดินไปสวนรถไฟ เพราะหากออกกันช้า เราจะไปถึงนั้นเย็นเกินไป และฟ้าจะมืด ทำให้เรามีเวลาออกกำลังกายกันน้อย โดยส่วนใหญ่ตอนไปก็รวมตัวกันไป และบางกลุ่มก็แยกย้ายกันไป แล้วไปเจอกันที่นั้น ไปถึงบางคนก็ไปเช่าจักรยานมาขี