| ช๊อปปิ้งมอลล์, ตลาดมือสอง, ตลาดค้าส่ง, สินค้าประมูล, เปิดร้านค้าฟรี.!, สัมมนา E-Commerce, หางาน-หาคน ทั้งหมด>> |
บ๊อก ภาวุธ | ||
อะไรๆ ก็สำเร็จได้..... ถ้าคุณสร้างโอกาสให้กับตัวเอง.! <-- โคตรชอบเลยบทความนี้.!ผมชอบบทความนี้มากครับ ต้องขอบคุณ คุณเอ ยศสันต์ ที่ให้หนังสือ "กฏแห่งความโชคดี" ของคุณ บัณฑิต อึ้งรังษี ผมเปิดอ่านแล้วชอบ เนื้อหาขอเล่มนี้มาก มันตรงกับการทำงาน และการใช้ชีวิตของผม ซะหลายๆ อย่างซะทีเดียว ลองอ่านดูครับ ผมว่าน่าจะเป็น "หลักที่คุณสามารถนำไปใช้กับชีวิตคุณได้"Pawoot P. ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ เพิ่มโอกาสโดยการ “สร้างโอกาส” Make Opportunities (จากหนังสือ กฎแห่งความโชคดี) บัณฑิต อึ้งรังษี กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 08 มกราคม พ.ศ. 2552 ถ้าคุณหางานประจำที่เหมาะไม่ได้ทางออกที่ดีที่สุดคือ “สร้างงาน” หรือสร้างธุรกิจแบบที่ชอบ บิลเกตส์ และ สตีฟ จอบส์ ก็ไม่มีงานประจำ พวกเขาล้วนสร้างงาน! “People are always blaming their circumstances for what they are. I don’t believe in circumstances. The people who get on in this world are the people who get up and look for the circumstances they want, and if they can’t find them, make them.” -- George Bernard Shaw “คนเรามักจะโทษ ‘สถานการณ์’ในการกำหนดสิ่งที่เขาเป็น ผมไม่เชื่อเช่นนั้น คนที่ประสบความสำเร็จในโลกนี้ คือคนที่ลุกขึ้นไปหาสถานการณ์ที่เขาต้องการ และถ้าหาไม่เจอ ก็สร้างมันขึ้นมา” -- ยอร์ช เบอร์นาร์ด ชอว์ (ค.ศ. 1856 - 1950, นักเขียนบทละครชื่อดัง) “The best way to predict your future is to create it.” -- Tom Peters “วิธีที่ดีที่สุดในการทำนายอนาคต คือ สร้างอนาคตขึ้นมาเอง” -- ทอม ปีเตอร์ส (ค.ศ. 1942 - ปัจจุบัน , นักเขียนชาวอเมริกัน) "Anyone who does not know how to make the most of his luck has no right to complain if it passes him by." -- Cervantes, great author of Don Quixote คนที่ไม่รู้จักเอาประโยชน์จากโชค ก็ไม่มีสิทธิ์บ่น ถ้าโชคนั้นผ่านเขาไป -- เซอร์วานเตส (ค.ศ. 1547-1616, นักประพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวสเปน ผู้เขียนเรื่องดอน คีโฮเต้) มีคนเป็นจำนวนมากที่เก่งแต่บ่น เมื่อโอกาสไม่มาถึง ก็บ่นว่าไม่มีโชคกับเขาเลย ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้หรอกว่า คนอื่นที่ดูเผิน ๆ นึกว่าเขา “โชคดี” นั้น เขาทำงานหนักแค่ไหน หรือ เขาสร้างโอกาสให้ตัวเขาเองอย่างไร หรือเขามีความคิดที่ดีกว่าอย่างไร (การคิดมีผลต่ออนาคต) แน่นอน บางคนมีข้อได้เปรียบตั้งแต่เกิด เช่น เกิดมาในตระกูลร่ำรวย มีชาติตระกูล มีเส้นสาย หน้าตาหล่อ สวย ฯลฯ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เราจะ “บ่น” และก็ไม่ทำอะไร ถ้าโอกาสไม่วิ่งเข้ามาหา ก็ไป “สร้างโอกาส” เองเสียเลย ถ้าคุณหางานไม่ได้.. ก็.. สร้างงานเองเสียเลย ตอนผมอายุ 20 ปี ผมได้ไปประเทศออสเตรเลียเป็นครั้งแรก เพื่อไปศึกษาการเป็นวาทยกรอย่างเป็นกิจจะลักษณะในระดับปริญญาตรี แต่ปรากฏว่าคณะดนตรีที่มหาวิทยาลัยนั้นไม่มีวงออร์เคสตราให้ผมคอนดักท์ มีวงประจำเมืองอยู่วงหนึ่งชื่อว่า Wollongong Symphony Orchestra ซึ่งมีคอนดักเตอร์ประจำอยู่แล้ว และก็ไม่มีเหตุผลที่จะให้เด็กหนุ่มอายุ 20 ปี เป็นใครมาจากไหนไม่รู้ ให้มาคอนดักท์ ในเมื่อไม่มีใครหยิบยื่นโอกาสมาให้ ผมจึงคิดว่าต้อง “สร้างโอกาส” เอง ขั้นแรก ผมเริ่มไปดูการซ้อมทุกครั้งของวง Wollongong Symphony Orchestra พยายามเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับวงการ ขั้นที่สอง ผมเริ่มผูกมิตรกับคนทุกคนในวง เพราะรู้ว่าสักวันหนึ่งอาจต้องขอความช่วยเหลือจากเขา ขั้นที่สาม ผมเริ่มวางแผนจัดคอนเสิร์ตเอง ที่ทำให้ทุกฝ่ายได้ผลประโยชน์ (คอนเสิร์ตการกุศล นักดนตรียอมเล่นฟรี ค่าใช้จ่ายเช่น ค่าหอ ฯลฯ ขอความร่วมมือจากมหาวิทยาลัย ซึ่งได้ประโยชน์ในการโชว์ผลงานนักศึกษาของตนเอง ฯลฯ) เหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่ก็คุ้มค่า เพราะคอนเสิร์ตได้รับการตอบรับที่ดีมาก ครั้งนั้นเป็นครั้งเดียวที่ผมต้องจัดคอนเสิร์ตเอง เพราะหลังจากนั้นก็มีการเชิญหลั่งไหลเข้ามา เพราะเราได้แสดงผลงานให้เขาเห็นแล้ว ถ้าไม่ออกไป “สร้างโอกาส” ครั้งนั้น ผมอาจ “ไม่ได้เกิด” หรือเกิดก็ช้ามาก คนทั่วไปส่วนใหญ่ รวมทั้งตัวผมเอง ได้ถูกหล่อหลอมความคิดให้ไป “สมัครงาน” อาจจะเป็นเพราะระบบการศึกษาส่วนใหญ่ (ทั่วโลก) ไม่ได้สอนคนให้คิด “สร้างงาน” แต่ถ้าคุณหางานประจำที่เหมาะกับคุณไม่ได้เลย ทางออกที่ดีที่สุดทางหนึ่ง คือ “สร้างงาน” หรือสร้างธุรกิจแบบที่คุณชอบ คนเก่ง ๆ หลายท่านไม่มีงานประจำทำ บิลเกตส์ ไม่มีงานประจำ สตีฟ จอบส์ ไม่มีงานประจำ เขาสร้างงาน! มันไม่ใช่เรื่องยากนัก ถ้าคุณศึกษาและเตรียมการมา ก่อนที่จะก้าวออกไปสู่มิติใหม่ของการ “สร้างงาน” สรุป 5 หลุมพราง ของ CEO1. ต้อง focus ที่ สถานภาพ บริษัท ไม่ใช่สถานภาพตัวเอง
การสนใจสถานภาพตัวเองมากกว่ ไม่ทุ่มเทกับงานทำให้ 2. ต้องควบคุมให้ลูกน้องทำหน้าที่ ความต้องการที่ให้ ควบคุมดูแลลูกน้องให้มีความรั 3. ตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่จำกั แก้นิสัยการกลัวที่จะตัดสินใจผิ ตัดสินใจดีกว่าไม่ตัดสินใจ 4. ความต้องการที่ให้มีแต่
CEO บางคนกลัวความขัดแย้ง กลัวการเสนอความคิดที่จะมีคนโต้ ทำให้ไม่ได้ใช้ประโยขน์ 5. ต้องกล้าที่จะถูก วิพากษ์ วิจารณ์ เป็นเรื่องของการไว้ใจ ซื้อใจ และสร้างศรัทธา ก่อนที่ใครจะไว้ใจคุณ คุณต้องไว้ใจพวกเขาก่อน คุณต้องกล้าที่จะถูกเขาวิพากษ์ ขอบคุณ คุณเอ ยศสันต์ ที่แนะนำมาด้วยนะครับ.. เป็นสิ่งที่ดีจริงๆ ครับ ส่วนตัวต้องยอมรับ ผมยังขาดหลายๆ ข้อครับ สนุกจัง BarCampBangkok 3เสาร์อาทิตย์ผมไปงาน BarCampBangkok ครั้งที่ 3 มา งานนี้จัดที่ ม.ศรีปทุม บางเขน งานนี้ผมได้มีโอกาสไปร่วมกับประชุมกับทีมจัดงานอยู่ 2 ครั้งก็พอรู้ว่างานจะเป็นยังไงบ้าง ในงานนี้ผมเตรียม Slide ไปพูด ซึ่งปรากฏว่าได้พูดทั้งสองหัวข้อเลยคือ
นอกจากนี้ยังมี session ที่ได้ไปขึ้นช่วย @knightbaron เป็น Host ซึ่งเป็นหัวข้อล่อเป้ามากก็คือ "Let's have a heat discussion about Windows VS Mac" สรุปง่ายๆ ก็คือเอาชาว Mac กับ Windows มาตีกันครับ แต่ผลสรุปออกมา ผมกลับชอบ session นี้ที่สุดเลย (ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ session ของตัวเองเล้ยยย) ทุกคนเป็นกันเอง และก็กัดกันไป กัดกันมา ด้วยความสนุกสนาน และสุดท้ายผมก็ได้ฝาก ทิปการทำให้การพิมพ์คุยกันเรื่อง PC กับ Mac เป็นกันเองมากขึ้น โดยเติม "อุๆ อะๆ" ลงไป เช่น "ราคา Mac แพงแบบไร้เหตุผล อุๆ" <-- เห็นไหม ดูกันเองขึ้นมาทันที (คิดเอาเองเปล่าวะกรู) ![]() ใน Camp นี้ผมก็ได้นอนค้างคืนด้วย โดยกิจกรรมตอนกลางคืนถือว่าสนุกมาก ไปๆ มากลายเป็น MC โดยไม่ได้รับเชิญกับ @jetboat @pongrat @macroart @rimilla กันอย่างสนุกสนานตลอดทั้งคืนและวันที่สอง โดยในช่วงกลางคืนมี หลายกิจกรรมใหญ่ได้แก่
สำหรับ Session ที่เข้าไปแล้วชอบ มีหลายอันมาก
ดูตารางของกา่รคุยวันที่สองได้ที่ http://spreadsheets.google.com/ccc?key=rMymRvBt6dhyHFRQG_BpdEg ดูภาพบรรยากาศจากกล้องผมได้ที่ http://www.flickr.com/photos/pawoot/sets/72157618646850349/ ความสุขของเราอยู่ไหนกันเนี่ย? มาดูเทคนิคหามันกัน..!วันนี้ผมขับรถกลับมาบ้าน ระหว่างขับรถกลับมา มันก็มีอยู่ในอารมณ์ที่มีสติกับตัว อย่างมากเลย และบังเอิญได้เห็นคน Tweet ข้อความนึงมาว่า "อยากไปเที่ยวทะเล อยากมีความสุข" ผมก็เลยเกิดความรู้สึกขึ้นมาทันทีว่า "เฮ้ย จริงๆ แล้วไม่เห็นต้องไปทะเลเลย ตอนนี้ผมก็มีความสุขนี้หว่า" ผมก็เลย Tweet ข้อความความรู้สึกของผมออกไปตอนนั้นเลยว่า"ความสุขอยู่รอบตัว เราน่ะแหละ ไม่ต้องไปหาที่ไหน ถ้าใจเรามันสุข อยู่ไหนมันก็สุข ถ้าใจเรามันทุกข์ ไปอยู่ริมทะเลแสนสวย เราก็ทุกข์อยู่ดี" "จงชื่นชมกับทุกวินาที ที่มันผ่านไป"
จงอยู่กับ "ปัจจุบัน" เมื่อเราอยู่กับ "ปัจจุบัน" เราก็จะมีความสุข จริงๆ รู้ไหม ทำไมคุณเครียด หรือไม่มีความสุข เพราะคุณกำลังคิดถึง "อดีต" หรือกังวลกับ "อนาคต" ที่ยังไม่เกิด นี้แหละตัวทุกข์เลยละ ดังนั้นพอเครียดหรือทุกข์ปุ๊ป จับตัวเองให้ได้ว่าเราทุกข์แล้ว แล้ว "อยู่กับปัจจุบัน" คุณจะหมดทุกข์ทันที (เลิกคิดอดีต อนาคต) โคตรได้ผลเลยวิธีนี้ แล้วคุณจะเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกเลยนะจ๊ะ อยากแบ่งปันเทคนิคนี้ ให้คุณมีความสุขอย่างผมตอนนี้ ท่องเอาไว้ อยู่กับปัจจุบัน "ความสุข ไม่ต้องไปหาที่ไหน หรือ หาจากใคร
มันอยู่ในตัวเราเองแหละ จริง ล้าน%" จำคำผมเอาไว้เลยนะ..... โครงการช่วยชาติช่วยเศรษฐกิจไทยด้วยอินเทอร์เน็ต (National Online Campaign)ทุกท่านครับในช่วงนี้ เศรษฐกิจประเทศไทย ค่อนข้างยำแย่มากๆครับ ทุกคนรู้ข้อนี้ดีครับ ผมเชื่อว่าทุก อยากช่วยประเทศครับ แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยได้อย่างไร ผมมีไอเดียนี้ ตอนที่เกิดเหตุการณ์ม๊อบของชุดแดง ว่าเราในฐานะของคนออนไลน์ จะช่วยชาติเราได้ยังไง อ่านที่มาได้ที่นี่ครับ และในที่สุดผมว่า มันถึงแล้วละครับ ที่โครงการนี้ น่าจะถูกพลักดันอย่างจริงๆ จัง เพราะมันสามารถให้คนไทยทุกคนช่วยได้ไม่อยากเลยครับ ตอนนี้ผมได้ปรึกษานายกสมาคม E-Commerce เกี่ยวกับการ พลักดันเรื่องนี้ ออกไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลัก ซึ่งก็คือ "การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย" ซึ่งต้องดูว่าเราจะประสานกับทาง การท่องเที่ยวได้ระดับไหนครับ ผมเชื่อว่า ด้วยโครงการนี้ "เรา" ผู้ใช้ Internet ทุกคน "จะมีส่วนช่วย เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจของชาติได้ครับ" ผมร่างโครงการไว้แล้วครับ โดยสามารถดูได้ที่ http://docs.google.com/Doc?id=dfwq97mf_42c7m29vp6 หากท่านมีอะไรเพิ่มเติมสามารถ ช่วยผมปรับ แก้ไข เพิ่มเติมลงไปในเอกสารออนไลน์ได้เลยนะครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง Pawoot P. แผนช่วยชาติ ด้วย National Online Marketing Campaign คุณเองก็ช่วยได้.!เห็นข่าวชาติไทยตอนนี้มันน่าหดหู่นัก แต่ผมคนนึงละคงไม่หดหู่ไปกับข่าวนี้ด้วย ผมเริ่มคิดแล้วว่า ตัวผมเอง ด้วยความรู้ ความสามารถที่มี "จะช่วยชาติเราได้ยังไง" ผมคงไม่คิดจะไปหยุดยั้งการรบราของทั้งสีแดง-สีเหลืองอะไรหรอก แต่เพียงแต่ว่าหลังจากเหตุการณ์ทุกอย่างยุติแล้ว ผมคิดว่า "เรา" ในฐานะคนที่ทำงานด้านออนไลน์ จะช่วยอะไรชาติได้บ้าง?"คุณ" เองก็ช่วยได้ชาติได้ แม้อยู่หน้าคอม **************************************** "คุณเองนั้นแหละ ที่มีอำนาจอยู่ปลายนิ้วของคุณ" ทำไมไม่ใช้มันให้เกิดประโยชน์กับประเทศบ้าง ในการกระจายสิ่งดีๆ ของประเทศไทย ออกไปสู่สายตาชาวโลก ผ่านอินเทอร์เน็ต เพราะสื่อนี้แหละ ไปได้เร็วกว่าสำนักข่าวระดับโลกไมว่าจะเป็น CNN ซินหัว หรือ อัลจาซีร่า ดังนั้นคุณเองก็มีส่วนช่วยได้ไม่ยากเลย คิดเองแบบง่ายๆ ครับ National Online Campaign *************************************************** คือทำแผนการตลาดออนไลน์ ให้คนทั่วโลกรู้จักประเทศไทย ในสิ่งที่สวยงาม แหล่งท่องเที่ยว วัฒนะธรรม และหลายอย่างอีกมากมาย ผมเชื่อว่า ยังมีอีกหลายๆ คนที่ยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ในประเทศไทย ดังนั้นการดึงคนกลุ่มนี้มา จึงเป็นเรื่องที่ไม่ยาก แผนการทำง่ายๆ นะ ********************************************* ทำ Landing Page หรือ Micro Site ที่จะแนะนำแหล่งท่องเที่ยวของไทย แยกภาษาเอาไว้ ภายในมีข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดคน มีโรงแรมที่พักราคาพิเศษจองได้ทันที รวมเป็นแพ็กพร้อมเอาไว้จองได้ทันที (ต้องระวังเรื่องการผูกขาดของการขายโรงแรม ทางการท่องเที่ยวน่าจะช่วยได้) วางแผนออนไลน์แคมเปญ โดยใช้อินเทอร์เน็ต ********************************************** เราก็ระดมคนที่ทำงานด้าน Online ทั้งเซียนและเทพทั้งหมาย รวมถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาช่วยกันทำให้แคมเปญนี้ มันกลายเป็นจริงๆ โดยแบ่งงานออกไปเป็นหลาย ๆ ส่วน ได้แก่
คนใช้เน็ตคนไทยทั่วไปช่วยอะไรกันได้บ้าง? ************************************************* พวกเราที่ใช้เน็ต กันก็ช่วย Add link, ส่งต่อ, Tweet, ส่งเมล์ กระจายข้อความในตามรูปแบบต่างๆ ออกไปยังเพื่อนๆ ของคุณทั้งในไทยและต่างประเทศ อาศัยช่องทางอินเทอร์เน็ต เป็นการสร้างสิ่งดีๆ ให้กับประเทศไทย Step ง่ายๆ ในการทำ ********************************
คิดไว้แบบให้สามารถทำได้จริงๆ ผมละอยากพลักดันมากๆ เลย เพราะจะช่วยประเทศชาติได้ ถึงแม้ เราจะอยู่หน้าคอมพิวเตอร์แบบนี้ก็ตาม ใครมีไอเดียอะไรต่อ เสนอมาได้เลยครับ Pawoot P. 11/4/09 ปล. เขียนหลังเหตุการณ์ กลุ่มเสื้อแดงบุกโรงแรม ที่มีประชุม Asian อ่านเมล์ Gmail แบบ Offline ได้แล้วเย้.!สำหรับท่านที่ใช้ Gmail หรือ Google App แล้วอ่านเมล์ Gmail บน Browser ผ่านหน้าเว็บ ข่าวดีครับ.! ตอนนี้เราสามารถ อ่านเมล์ Gmail หรือ Google App จาก browser ในรูปแบบ offline ได้แล้ว คือไม่ต้องต่อเน็ต ก็สามารถเปิดเมล์อ่านได้ และยังจะทำให้ความเร็วในการ อ่าน-เขียน email ผ่านเว็บ browser เร็วขึ้นด้วยครับ (เพราะข้อมูลมันถูกเก็บไว้ที่เครื่องคุณแล้ว)วิธีการเริ่มง่ายๆ
ลองดู เราทำแล้ว work.! Gmail ทดลองให้บริการแบบ Offline ผ่าน Gearsบริการออนไลน์หลายบริการของกู เกิล เช่น Reader หรือ Docs นั้นสามารถอาศัย Gears เพื่อช่วยให้เราสามารถใช้งานระหว่างที่ไม่ได้ต่ออินเทอร์เน็ตได้มาสักระยะ หนึ่งแล้ว วันนี้ Gmail บริการอีเมลยอดนิยมของกูเกิลก็พร้อมให้ทดสอบใช้งานผ่าน Gears แล้วครับ บริการนี้กูเกิลตั้งใจจะใช้เพื่อการทำงานในสถานการณ์ที่อินเทอร์เน็ตใช้ งานได้ไม่ค่อยต่อเนื่องเช่นระหว่างการเดินทาง โดยจดหมายบางส่วนจะถูกดาวน์โหลดเอามาเก็บไว้ในเครื่องเพื่อไว้อ่าน และยังสามารถค้นหาได้ด้วย ที่ดีไปกว่านั้นคือถ้าหากสามารถต่ออินเทอร์เน็ตได้เมื่อใด Gears ก็จะปรับปรุงข้อมูลให้ สำหรับจดหมายที่จะถูกดาวน์โหลดเข้ามาในเครื่องนั้นขึ้นอยู่กับความใหม่และ ความน่าสนใจของจดหมาย (เช่นการใส่ดาวให้จดหมาย) ซึ่งในช่วงแรกนี้อัลกอริทึมนี้ยังไม่สามารถปรับแต่งได้ ผู้ที่สนใจจะต้องใช้ Gmail ภาคภาษาอังกฤษเท่านั้น และเลือก Offline Gmail ในหน้า Labs ของ Settings และอย่าลืมว่าต้องมี Google Gears ด้วยครับดู vdo แนะนำการใช้บริการได้ที่ ข้อมูลจาก http://www.blognone.com/node/10524 สวัสดีปีใหม่.... กับบริการใหม่ของ TARAD.comช่วงนี้เข้ามาสู่ปี 2552 แล้ว ต้นปีทีไร ผมจะต้องยุ่งทุกที เพราะแผน Year Plan ของ TARAD.com ตอนนี้ต้องมาลง Detail และวางแผนการทำงานอย่างลงละเอียดกัน ซึ่งต้องยอมรับว่าทุกปีๆ แผนที่เราวางไว้แต่ละปี มันก็มีช่องว่าง และบางอย่างที่ต้องปรับปรุง อยู่ทุกปี และดูแล้วปีนี้น่าสนใจมาก พวกเราเพิ่งขึ้นระบบควบคุมการทำงานหลายๆตัว ภายในบริษัท เพื่อเพิ่มประสิทธิการทำงานของพวกเราให้ดีขึ้น รวมถึง เปิดตัวหน้าตาใหม่ ของ www.TARAD.com รวมถึงเปิดให้บริการ
ไปงาน Young Webmaster Camp ครั้งที่ 6 มาเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไปงาน Young Webmaster Camp ครั้งที่ 6 มา เป็นงานที่จัดขึ้นที่ มหาวิทยลัย บูรพา บางแสนผมมีภาพและบรรยกาศมาให้ดูสำหรับงานนี้ ซึ่งสามารถดูได้ที่ http://www.flickr.com/photos/pawoot/sets/72157608171558417/และดูวีดีโอ บรรยกาศในงานได้เลยครับ บรรยกาศตอนนับถอยหลัง หมดเวลาทำงานส่ง ไปสังเกตุการณ์ ม๊อบพันธมิตรวันนี้กลับมาบ้านตอนดึกๆ กลับมาถึงก็ Twitter ก็เจอหลาย คนในนั้น วันนี้มีการบุกและตะลุยกลุ่มพันธมิตร เพื่อให้ สส. เข้าไปที่ สภาฯ และมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ก็เลยกลายเป้นประเด็นร้อนในตอนนี้ ใน Twitter คุยกันไป คุยกันมา ก็เลยชวน @macroart ออกมาหาอะไรกินกัน (เพราะบ้านอยู่ใกล้กัน) ก็เลยนัดกันออกมา กะจะหาอะไรกินกันตอนเที่ยงคืน แถวๆ Food Land จรัลสนิทวงศ์ แต่ขับออกมาซักพัก ก็คุยกัน ก็เลยตกลงกันว่า "ไปดุพันธมิตรกันดีกว่า" และก็หาอะไรกินแถวๆ นั้น @macroart เลยขับรถขึ้นพระราม 8 ไปและไปจอดแถวๆ ถนนราชดำเนิน และเดินเข้าไปที่ เวทีพันธมิตร ที่ตั้งอยู่ที่ ทำเนียบรัฐบาลบรรยกาศด้านใน คนเยอะมาก จากการคาดคะแนของผม น่าจะเป็นหมื่น ที่อยู่ในนั้น ที่นั้นมี อาหารการกินดีมาก มีให้กินฟรี ตลอดทางที่เดินเข้าไป และรอบๆ รวมถึง น้ำ ที่มีแจกอยู่รอบๆ พื้นที่ ผมรับข้าว และไปนั่งกินกันหน้าเวที บรรยกาศตอนนั้นคนเริ่มนอนกันแล้ว แต่ก็ยังมีการพูดโจมตีรัฐบาลตลอดเวลา บนเวที หลังจากนั้นก็เดินอยู่รอบๆ และก็ซื้อ มือตบกลับมา และก็กลับบ้าน ใช้เวลาร่วมประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าที่นั้น ก็เป็นประสบการณ์ไปอีกแบบ ที่ได้ไปเจอมาครับ ต้องขอบคุณ @macroart ที่มารับถึงที่บ้านสนุกมากครับบบ เป็นไอดอลมันเป็นยังงี้นี้เองงงงงงง.... (ทำเสียงแบบ คนพากย์ TV Champian ด้วยนะ)วัีนนี้ตื่นมา เจอกับข้อความใน Skype ในห้องของสมาคมเว็บฯ ที่ปกติเราจะคุย-ประชุมกันรวม ในห้องนี้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ขึ้นอยุ่กับว่า เวลาไหน ใครจะสะดวก ก็เข้ามาคุย แต่มาสะดุดกับข้อความที่ พี่บัง (www.mambohub.com) ส่งมาให้ผม "http://canopybanj.blogaraidee.com/node/5 มีคนฝากมาให้ภาวุธ" ผมก็กดเข้าไปดู... มันเป็นเว็บไซต์ของน้องคนนึง.. ชื่อน้อง ตั้ง ผมได้มีโอกาสเจอน้องคนนี้ 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรก (ตามที่น้องเค้าบอก คือ ตอนผมไปสอนที่ net design มานานแล้ว) ครั้งที่สองนี้จำได้ เพราะทาง มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ คณะ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม สาขา การจัดการธุรกิจไซเบอร์ มาเชิญผมไปเป็น guest speaker ซึ่งวันนั้นผมไปพูดกับหนุ่ย Show No Limit.หลังจากพูดจบ ก็กำลังจะกลับ ก็มีน้องคนนึง วิ่งมาหาผม แล้วก็บอกว่า "จะขอรายเซ็นต์ผม" และเค้าก็บอกว่า ผมเป็นไอดอล หรือเป็น ต้นแบบของการที่เค้ามาเรียนที่ คณะแห่งนี้ ผมฟังแล้ว ผมก็รู้สึกว่า "ผมเนี่ยนะ?" สามารถสร้างบันดาลใจให้กับเด็กคนนึงได้.... ผมก็เซ็นต์ ลายเซ็นต์ให้กับเค้าไป ลงไปในนามบัตรของผม และภาพทุกอย่างก็จบลง ผ่านมาอีกหลายเดือน อยู่ๆ ก็มี message ส่งเข้ามาที่ www.i-GreenSpace.com (เว็บของทาง Hineken Beer) บอกว่า เค้าทำ นามบัตรพร้อมลายเซ็นต์ผมหาย ผมก็นึกในใจว่า ถ้าเจอ เดียวผมจะให้น้องเค้าใหม่อีกรอบ.... แต่มาวันนี้ มาเจอน้องเค้าเขียน ถึงผมแบบนี้ ในบล๊อกของเค้า ผมรู้สึกประทับใจน้องเค้ามากครับ... ผมก็ไม่รุ้หรอกว่า สิ่งที่ผมทำไป มันจะช่วยสร้างบันดาลใจให้น้องคนหนึ่งได้.. แต่ผมก็อยากให้น้องคนนี้เค้าประสบความสำเร็จ และมีความตั้งมั่น ตั้งใจ อย่างนี้ตลอดไป เพราะมันคือ "ปัจจัยหนึ่ง" ของความสำเร็จของชีิวิตเลย คือ "ความตั้งมั่น ความตั้งใจ โฟกัส อย่างเต็มที่" แต่สิ่งหนึ่งที่ผม ใช้กับชีวิตตัวเอง นอกเหนือจากนั้น มันคือ "ความสนุก ที่เราต้องมีไปพร้อมกับมัน ความพร้อม และการยอมรับกับสิ่งที่ "บางครั้ง" มันอาจจะล้มเหลว หรือไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราตั้งใจไว้" ผมเป็นประจำครับ บางครั้งมันอาจจะมีปัจจัยอีกอันหนึ่งที่ "เราควบคุมมันไม่ได้" เลย ก็คือ "โอกาส (opportunity)" ที่มันจะเข้ามาเมื่อไรก็ไม่รู้ แต่เชื่อไหมครับ บางที ชีวิตเรา "เราก็สามารถสร้างโอกาสให้กับตัวเราเองได้" แต่เราสร้างมันรึเปล่า? สรุปที่ผมเขียนข้อความนี้ขึ้นมา เพื่อ "ต้องการให้กับกำลังใจ น้อง ตั้ง" ให้ทำในสิ่งที่ตนต้องการให้ได้ ท้อได้ แต่อย่างยอมแพ้ สนุกไปกับมัน ขำให้ขี้แตกขี้แตนไปกับสิ่งที่เราทำและสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่ แล้วเราก็สนุก และมันก็ดีเองแหละ อย่าไปซีเรียสมันมาก...... ผมเองก็ต้ัองลุยอะไรอีกเยอะ แต่อยากจะบอกว่า ลุยตามมาได้เลยน้อง... พี่อยู่ข้างหน้า และพร้อมจะให้คำปรึกษาได้ตลอดเวลาครับ.! สู้เค้าไอ้น้อง.. (และอีกหลายๆ คนที่บังเอิญอ่านมาถึงตรงนี้..!) PS. เนื่องจากน้องเค้านามบัตรผมหาย ผมก็คงหาโอกาสเจอน้องเค้ายาก ผมก็เลย เซ้นต์ลงในนามบัตรผม แล้ว ส่งเป็น file ไปให้น้องเค้าทาง email แล้วละกันนะน้องตั้ม เป็นไฟล์นี้ดีนะ มันไม่หายไปจากกระเป๋าตั้งแล้วละ ฮ่าๆๆ และโอกาสทอง นอกจากลายเซ้นต์ผมแล้ว ยังได้ลายเซนต์เมียผมไปด้วย (เอ็ม) แถมไปอีกหนึ่ง.. (เอาเข้าไป.. ก๊ากกก) ถึงแม้อาจจะดูเป็นอะไรขำๆ และสนุกๆ แต่ผมเชื่อว่า มันน่าจะเ็ป็นสิ่งที่ำให้น้องเค้ามีกำลังใจมากขึ้นได้.. ฮิปฮิปฮูเล่..! เรียนมาได้ HP คร้าบบบบตั้งแต่ผมเรียนที่ ศศินทร์ ตลอด ปีกว่าๆ เชื่อไหมครับ ผมไม่เคยได้เกรด HP เลย อืม ผมต้องบอกก่อนว่า สำหรับการเรียนของ Executive MBA ที่ศศินทร์ จะมีการให้เกรดอยู่ คือ P = Pass (สอบผ่าน) HP = High Pass (สอบผ่านแบบเก่ง) N = Not Pass (ตกเว้ยยย) ซึ่งตั้งแต่เรียนมา หลายวิชา เกรดผมมีแต่ "P" ครับ ไม่เคยมี HP ซักตัวแต่เทอมที่ผ่านมาครับ ผมเพิ่งได้รับผลสอบครับ พบว่าผมได้ "HP" เป็นครั้งแรก ที 2 วิชารวด (จาก 4 วิชาที่เรียน ใน Modules นี้) ดูภาพแนบด้านล่าง ฮ่าๆ ผมได้ HP วิชา Entrepreneurial Management และก็ Managing New Products & Service ถือว่าเป็นวิชาที่ถนัดใช้ได้เลย ภาพใบเกรดที่ได้มาบอกกับตัวเองแค่นี้แหละ นึกว่าตัวเองจะเรียนจบโดยไม่รู้จัก HP ซักตัว นับว่ามีบุญมาก ที่พอได้ เพราะทั้งห้องเค้าได้กันหมดแล้ว HP ผมเพิ่งมาได้ ก๊ากกกกกก เพิ่งถ่าย VDO บรรยกาศการเรียนในห้องเอาไว้ลองดูละกันว่าเรานั่งเรียนกันยังไง ย้ายระบบเข้าสู่ Open Sourceช่วงนี้ ผมกำลังบ้า Open source อย่างมากเหตุผล ก็ไปอ่านได้ที่ http://www.pawoot.com/article/technology/339 และก็กำลังพยายามย้ายข้อมูลออกมาจาก Outlook มายังระบบ Opensource ซึ่งตอนนี้นับว่าได้ผลมากเลยทีเดียว ผมต้องบอกก่อนว่าตอนนี้ บริษัท TARAD Dot Com ได้ทำการย้ายระบบ E-Mail ทั้งระบบเข้ามาที่ระบบ Google App แล้วครับ และตอนนี้งานหลายๆ อย่างเราก็สื่อสารผ่านระบบ Google App กันแล้วเช่นกัน ผมว่ามันสะดวกดีนะวันนี้ผมอ่านในนิตยสาร Forb มีสัมภาษณ์ว่า บริษัทพัฒนา Software แห่งหนึ่งใน USA หันมาใช้ Google App แล้วเช่นกันโดยย้ายจาก MS Exchange มาที่ Google App นับว่าตลาดของ MS Exchange ก็เริ่มถูกคุกคาม โดย Google อย่างจริงๆ จังแล้วในตลาด Corporate Messaging System (Mail) ปัจจัยที่ TARAD หันมาใช้ Google App - สะดวกมาก เพราะเป็น Web Base เข้าใช้ได้จากทุกที่ทั่วโลก - ลดต้นทุนไปได้มาก เพราะไม่ต้องลงทุนด้าน Hardware และบริหารระบบอะไรเลย รวมถึงระบบกัน SPAM - จัดการบริหารข้อมูลได้ง่ายมาก - มีหลายๆ บริการที่ครบถ้วนสำหรับธุรกิจ - ช่วงหลังผมเริ่มเจอว่ามัน integrated กับระบบอื่นๆ ได้ง่ายมากผ่าน Mashup ต่างๆ ช่วงนี้คงอาจจะต้องเปิด MS Outlook ไปพร้อมๆ กับ Thunderbird ไปพลางๆก่อนแต่ผมว่าอีกคงไม่นานผมคง Replace มันได้แน่ๆ แต่ตอนนี้ปัญหาที่บริษัท เรากำลังตัดสินใจว่าจะให้ IM (Instant Messaging) ตัวไหน เป็นตัวหลักดี ระหว่าง Skype และ G-Talk สำหรับ MSN Messenger เรายกเลิกไม่ให้ชาว TARADr เล่นไปซักพักแล้วครับเพราะเหตุผลคือ ใน MSN Messenger ส่วนใหญ่ทุกๆ คนจะมีเพื่อนๆ เต็มไปหมด ทำให้ไม่ค่อยได้ทำงานกัน เราเลยตกลงกันว่า เราจะหันมาใช้ Skype และ G-Talk แทน แต่ตอนนี้ ก็กลายเป็นว่า ทั้งบริษัทใช้กัน 2 ระบบยังไม่มีมาตรฐานออกมาที่แน่นอนว่าจะใช้ตัวไหน เฮ้ออ เอาเดียวมาตัดสินกัน อัพบล๊อกอีกแห่งที่ไม่ได้อัพมานาน..วันนี้ได้ีมีเวลาไปอัพบล๊อกที่เว็บ www.m-pom.com เว็บที่ใช้สำหรับงานแต่งงาน มาหลายเดือนก่อน ตอนนี้ความตั้งใจคือ ใช้เว็บนี้ ติดตาม การเติบโตของลูกของเรา ในเว็บแห่งนี้ โดยตอนนี้ มีบทความ "วันแรกที่รู้ว่ามีลูก"และ "เสียงหัวใจ" .... ก็มาเริ่ม เก็บความทรงจำดีๆ ของการมีลูกผ่าน Blog กันดีกว่าเน้อ... www.m-pom.comชูวิทย์ปวดขึ้......ขอบคุณ @Sugreeเห็นป้ายโปรโมท ชูวิทย์ การเลือกตั้ง ชอบรูปแบบการทำป้ายโฆษณาของเค้ามากครับชูวิทย์ ปวดขี้คร้าบบบบบบบบบบบบบบ (หน้าได้อารมณ์จริงๆ) แต่ผมชอบเค้านะ... ตรง โผ่งผ่าง จริง ![]() และใน 2 วันที่ผ่านมา เว็บ www.pawoot.com ล่มไป 2 วันเพราะมีปัญหาด้าน permission ของไฟล์ ซึ่งทาง @sugree Geek แห่งสยามประเทศ เข้ามาช่วยดู ซึ่งมาแก้ไข และช่วยปรับให้ โอ้วว ขอบคุณมากๆ นะครับ.. ขอสรรเสริญ @sugree มา ณ. ที่นี่ด้วยครับ... เล่น Buddy และของเล่นระหว่างว่าง....ช่วงนี้ TARAD.com เรามีการจัดเล่น Buddy ประจำปี ปกติเรามีเล่นกันเป็นประจำ ระหว่างคนในบริษัท เพื่อเป็นรูปแบบหนึ่งของการทำให้คนต่างทีมได้รู้จักกันมากขึ้น และเป็น team building อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งต้องแอบ take care กันโดยให้อีกคนไม่รู้ TARAD Dot Com เล่น Buddy กันมาหลายปีแล้ว และทุกครั้งก็สนุกสนานกันตามภาษาพวกเรา และส่วนใหญ่พอตอนเฉลย Buddy เราก็จะเลือกกันไปเฉลยกันที่ต่างจังหวัด โดยจัดทริปไปเที่ยวร่วมกันทั้ง office ครั้งนี้ผมเลือกจะไปเฉลยกันที่ Dream World แต่น้องๆ บอกอยากไปที่อื่น ก็ให้เลือกเอาละกัน...แต่เมื่อวาน 4 กันยายน 51 Buddy ผม take Lay Stack รสออริจินอล ขอบคุณมากนะครับ...... ของที่ Buddy Take อันแรก ของเล่นกับน้องๆ...หน้าตาของที่เอาไว้เล่นกับน้องๆ มันไม่ได้มีแค่นี้ มันมีมากกว่านี้ครับ.... ทั้งหมดรวมพล...กริ๊ดก๊าดกันไปตามระเบียบ หนุกๆๆๆ (โรคจิตไหมเนี่ย) ผมอะสนุก แต่ไม่รู้่ว่าน้องๆ สนุกด้วยอะเป่า...... อุๆๆ นำชีวิตขึ้นสื่อ Internet ....ช่วงนี้ ผมกำลังพยายามลดการใช้ MS outlook อยู่ เพราะคิดว่าสาเหตุส่วนหนึ่งที่ Laptop ผมช้าน่าจะมาจากการที่ผมต้องเปิด outlook ไว้ตลอดเวลา จริงๆ มันก็ต้องเปิดตลอดเวลาแหละ เพราะมันมีทั้ง e-mail, เบอร์โทรศัพท์ (Contact), นัดหมาย (Calendar) นี้คือตัวหลักๆ ที่ผมใช้ รวมถึงการ Sync เข้าที่ PDA ของผม แต่ profile email ใน outlook ของผมที่เก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ มันช่างใหญ่เหลือเกินประมาณ 1 Gb กว่า ๆทำให้การเปิดและใช้งาน Outlook มันช้าและดึงประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องช้าลงอย่างมาก และช่วงนี้ส่วนตัวผมก็เริ่มใช้งานพวก Google App และ Online Service มามากพอสมควร เมื่อวานนี้เลยดีเดย์ จะลองค่อยๆ ลดการใช้งาน Outlook ลงและ จะหันไปใช้ google app มากขึ้นในการจัดการงานและข้อมูล ผมจะเริ่มใช้ Google Calendar ในการเก็บนัดหมายมากขึ้น และส่วน E-mail คงไปใช้ Gmail มากขึ้นเช่นกัน ซึ่ง Calendar ของ Gmail สามารถ Sync ลงมากับ Outlook ได้ดังนั้นผมก็สามารถ Sync กับ PDA ผมได้เหมือนเดิม แต่ยังติดปัญหาในส่วนของ Contact ที่ยังไม่มีตัว Sync เข้ากับ google ได้ ก็ถือว่าเป็นก้าวแรกละกัน เพราะอย่างน้อย เครื่อง Laptop ผมจะได้ทำงานเร็วขึ้น และทุกอย่างก็จะเริ่มย้ายตัวเองเข้าสู่ Internet แล้วละครับ นี้คงเป็น Trend ที่เริ่มส่อให้เห็นกันแล้วครับ สำหรับในอนาคตข้างหน้า.... และสำหรับผม ก็คงเหมือนกับการเริ่มนำชีวิตตัวเองเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตมากขึ้นครับไป BarCamp Bangkok2 มาอะ...เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปร่วมงาน BarCamp Bangkok2 มาซึ่งส่วนตัวชอบงานลักษณะแบบนี้มาก ได้อะไรเยอะมาก และงานนี้ ทาง TARAD.com ก็ได้ร่วมสนับสนุนงานนี้ด้วย สำหรับคนที่ไม่รู้จัก BarCamp คืออะไรคงต้องหาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.barcampbangkok.org/ (Logo TARAD.com อยู่ด้านล่าง)สิ่งที่ได้จาก BarCamp Bangkok2
Pawoot P. หัวข้อผมครับ... ผมได้เขียนบทความที่ได้จาก session ของ Ripmilla + FordAntiTrust อ่านเพิ่มได้ที่นี่ครับ - เทคนิคการสร้างเว็บบอร์ดของคุณ ให้มีคนเข้าเยอะ (Community Building) ขอประกาศ เลิกเล่น Travian.com อย่างเด็ดขาด..อย่างที่ัจั่วหัว ผมขอประกาศว่า "ผมขอเลิกเล่น Travian.com" Browser Game คล้ายๆ Civilization ที่ผมเคยเขียนถึงเอาไว้ เมื่อไม่นานนี้ สาเหตุที่เลิกเล่น
ดูตำแหน่งเมืองผม http://s1.travian.com/karte.php?d=353128&c=01 จึงขอประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน ปล. ถึงนาย StayN8 ที่ชอบยกกองทัพมาตีีผมเมืองทุกวัน กรูเบื่อเอ็งมาก ตีไปเหอะ ไม่มีใครมาเล่นกันเอ็งแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ ขอบคุณที่ทำให้ได้สติ... อิอิ 24-25/5/08 เดินทางไปอเมริกา..กันเถอะ..เพื่อเรียนที่ Kellogg School of managementวันนี้ตื่นมาแต่เช้ามานั่งเตรียมงาน มาช่วงเช้ามาประชุมกับทีม TARADedu และต่อด้วยทีม TARAD หลังจากนั้นทางหนังสือ SME Thailand มาสัมภาษณ์ เรื่องการใช้งาน Printer Cannon โดย Cannon เลือกผมเป็น Testimonial ในหนังสือของเค้า คือว่ายุ่งมาก ไม่ได้กินข้าวเที่ยง ต้องมากินตอนบ่าย 2 ในห้องประชุม เหอะๆ ชีวิต... เอกสารมากมายให้เซนต์ เพราะต้องหายตัวไปจาก office 3 อาทิตย์ หลายๆ อย่างจึงต้องเตรียมไว้ดีๆ จำได้ว่าตั้งแต่เปิดบริษัทมา ผมหายไปจาก office นานสุดก็ตอนผมบวช ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบ 1 เดือนที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับงานที่ office เลยหลังจากนั้น ต้องรีบออกจาก office เพื่อไปที่ สุวรรณภูมิ นัดเพื่อนๆ ตอน 4.00 โมง เพราะทาง Tour Agent บอกว่า ให้ไปเร็ว เพราะ flight นี้คนเยอะมาก (ผมว่าน่าจะเกิดจากเหตุการณ์น้ำมันมีราคาแพง ทำให้สายการบินต่างๆ พากันลดเที่ยวบินลง เพื่อประหยัดต้นทุน ส่งผลให้คนมากระจุกกันมากขึ้น ในแต่ละเที่ยวบิน)อ้อลืมบอกไปว่าผมจะไปไหน? ผมต้องที่อเมริกา เป็นเวลา 3 อาทิตย์ครับตั้งแต่วันพฤหัสที่ 24 กรกฏาคม - 14 สิงหาคม 08 โดยเป็นการไปเพื่อไปเรียนต่อในหลักสูตร ของ ศศินทร์ ร่วมกับทาง Kellogg School of management ที่อยู่ที่ Chicago โดยเราจะเรียนกันหนักมากทีนั้น แบบอัดทั้งวัน ทำงาน Assignment ต่อตอนกลางคืน ตลอดทั้ง 2 อาทิตย์ และหลังจากนั้น ผมและเพื่อนๆ จะเดินทางต่อไป New York เที่ยวนิดหน่อยอีก 3 วันก่อนบินกลับ นี้คือภาพคร่าวๆ ของการเดินทางครั้งนี้ และวันนี้การเดินทางของผมก็มี พี่สันติ พี่ชายใหญ่ใจดี VP Big Boss ใหญ่จากบริษัท ABB บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์ของโลกเลย โฮ่ะๆๆ ตามมาด้วย พี่ เอเค (AK) Country Manager ของบริษัทด้านเครื่องมือขุดเจาะน้ำมัน Scomi และ Hiro - AVP จาก NTT Docomo บริษัทด้าน Telecommunication จากญี่ปุ่น น่าเสียดายที่ครั้งนี้ พี่ศิวะ ผู้บริหารจาก ณุศาสิริ บริษัทด้าน Real Estate ไม่สามารถไปร่วม Trip ครั้งนี้กลับเราได้เพราะติดงานใหญ่ที่กรุงเทพ และสุดท้ายก็คือผมเองครับ พวกเราสถาปนาตัวเองเป็น แก็งค์ "Dream Team" ทีมที่ไม่ค่อยเอาอ่าวเท่าไรในด้านการเรียน โด่งดังไปทั่วห้อง...... Hiro กับ พี่ เอเค พี่สันติ หัวหน้าใหญ่พอรู้จักเพื่อนร่วม Trip ครั้งนี้ อย่าพอหอมปากหอมคอแล้ว กลับมาถึงเวลาที่เรานัดกันตอน 4 โมงที่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยครั้งนี้เราเลือกเดินทางด้วยสายการบินไทย โดยเดินทางจาก กรุงเทพ ไป LA ไป NewYork ไป Chicago (เปลี่ยนเครื่อง 2 รอบกว่าจะถึง) รวมเวลาการเดินทางเกือบ 30 ชั่วโมง คิดดูว่าวันกว่า อยู่บนเครืองบินตลอด จริงๆ แล้วเราต้องบินตรงไป NewYork และต่อไป Chicago เราจองกันไปแล้ว แต่อยู่ๆ ทางการบินไทย ก็ขอยกเลิกเที่ยวบินนี้ เพราะว่าด้วยภาระต้นทุนด้านน้ำมันที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เที่ยวบินนี้ต้องยกเลิกไป (ทำไมมาโดนตรงตูจะไปพอดีเลยฟะ) ซึ่งตรงนี้เองทำให้พี่สันติหัวหน้าพรรค Dream Team ของพวกเราไม่พอใจอย่างมาก และขอให้การบินไทย อัพเกรด และเปลี่ยนที่นั่งของเรา จาก Economy ไปเป็น Premium Economy แทน (เพิ่งเคยได้ยินเหมือนกัน Premium Economy) ซึ่งที่นั่งจะกว้างกว่า อาหารดีกว่า (มีให้เลือกได้ ปกติ Economy จะเลือกไม่ได้) ซึ่งทางการบินไทยตกลงยอม Upgrade ให้พวกเรา (Hip Hip Hurayyyyy) แต่จากการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินครั้งนี้ ทำให้การเดินทางของเราใช้เวลามากขึ้นกว่าเดินมาก.... พวกเรามาถึงกันที่สนามบิน ผมมาถึงคนแรก เอ็มมาส่ง และตามมาด้วยพี่สันติ พี่เอเค และสุดท้าย Hiro ก็มา มาพร้อมกับ Yoko ภรรยาของ Hiro พวกเราไปแลกเงิน และเอ็มก็ให้ซื้อหนังสือไปอ่าน ซึ่งส่วนใหญ่เวลาผมเดินทางไปไหนไกล มักจะมีหนังสือไปอ่านด้วย แต่ครั้งนี้เตรียมไม่ทัน ก็เลยมาซื้อที่สนามบินแทน โดยเล่มที่เลือกมาครั้งนี้ ชื่อ " แผนลวงสะท้านโลก (Deception Point)" เล่มนี้เขียนโดย แดน บราวน์ ผู้เขียน "รหัสลับ ดาวินซี่ (Davince Code) ที่โด่งดังไปเมื่อปีที่ผ่านมา เล่มก่อนผมก็อ่านด้วยเช่นกัน โดยเล่มนี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ เรื่องราวลึกลับของ นาซ่าที่ขั่วโลกเหนือ เป็นการผสมผสานกันระหว่างนิยายวิทยาศาสตร์และเรื่องราวสืบสวนและหาสาเหตุ ตามสไตล์นาย บราวน์ เค้า ซึ่งต้องยอมรับว่าทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานข้อมูลจริงๆ (เหมือนกับ Davinci Code) มาดูกันว่าจะตื่นเต้นแค่ไหน และผมจะอ่านมันจบรึเปล่า ฮ่าๆๆ อันนี้สำคัญ หนังสือ ของ Dan Brownหลังจากนั้นพวกเราก็ผ่าน ส่วนตรวจคนเข้าเมืองไป และเข้าไปรอที่ เลาจน์ของการบินไทย Royal Silk Loung โดยพี่สันติพานำทีมเข้าไป ระหว่างทางที่ผมเข้าไปอัพเดทการเดินทางของผมเรื่อยๆ ใน Twitter.com และก็ถ่ายภาพบรรยกาศทั้งหมด Upload ขึ้นไปที่ Flickr.com ทันทีผ่านบริการของ Shozu.com ทันที ในเลาจน์ของการบินไทย มีอาหาร-เครื่องดื่มบริการฟรี อย่างไม่อั้น และยังมี WIFI Free อีกด้วย ผมก็เลยคว้า Laptop มาเปิด พรัอมกับเช็กเมล์รอบสุดท้ายก่อน พอมานั่งซักพักก็เจอ เจ๊ต่าย เพื่อนร่วม Class ที่ไปร่วมใน Flight นี้ด้วย ในระหว่างนี้ ผมก็ foward สายโทรศัพท์ของผมทั้งหมด ทั้งสองเครื่องไปที่น้องดาว เลขาคนเก่งของผม โดยผมมักใช้วิธีนี้ ทุกครั้งที่ไปต่างประเทศ และให้ดาวสรุปมาแต่วันส่งมาทาง E-Mail ว่า มีใครโทรมาหาผมบ้างในแต่ละวัน ซึ่งเป็นวิธีดีครับ เพราะจะได้เป็นการ screen เรื่องๆ สำคัญ และผมจะได้มาตลุยโทรกลับหาคนผ่าน Skype หรือ VOIP ในเรื่องที่เร่งด่วนในเวลาที่ผมมีโอกาส เรารอถึงประมาณเกือบ ทุ่มนึง ประตูก็เปิดแล้วก็เข้าไปนั่งในเครื่อง รอไปรอมาจนเครื่องออก... แต่ในระหว่างที่เครื่องกำลังเคลื่อนตัวไปที่รันเวย์ที่ Take off บินออกไปนั้น อยู่เครื่องก็เคลื่อนกลับมาที่เดิม แล้วเสียงกัปตันก็แจ้งบอกว่า ต้องขออภัย เพราะตรวจพบ อุปกรณ์ควบคุมแรงดันน้ำมันเสีย ต้องใช้เวลาเปลี่ยนประมาณ 30นาที - 1 ชั่วโมง ซึ่งก็ตองรอกันต่อไป แต่ที่น่าลุ้นคือ เราต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่ LA ซึ่งเรามีเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเพื่อเปลี่ยนเครือง แล้วเราจะไปทันเปลี่ยนเครื่องไป New York ทันไหมเนี่ย? มาลุ้นกัน ในระหว่างที่รอ ผมก็คว้า laptop มาเปิดและออนไลน์อีกผ่าน Air Card อีกครั้ง รออยู่ประมาณ 40 นาที กัปตันก็บอกว่าเราพร้อมออกเดินทางแล้ว นับว่าโชคดีที่เค้าตรวจพบก่อนว่า อุปกรณ์มันเสียตั้งแต่ก่อนบิน หากไปเจอกำลังบินอยู่บนอากาศไปแล้วผมว่า ท่ามันจะยุ่งกว่านี้นะ...... บรรยกาศบนเครื่องระหว่างรอ (ที่นั่ง Premium Economy)บนเครื่องเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานจริงๆ โชคดีที่ที่ทุกๆ ที่นั่งมีทีวีส่วนตัว สามารถเลือกชมหนังหรือเล่มเกมส์ ฟังเพลงส่วนตัวได้ ไม่ต้องรอดูพร้อมๆ ชาวบ้านเค้า... ส่วนผมก็กินๆ นอนๆ เปิด Laptop มาเช็กเมล์ (เก่า) ที่ยังไม่ได้อ่าน อย่าตกใจไปครับบนเครื่องไม่มี WIFI ครับ แต่โชคดีที่เค้ามีปลั๊กไฟ ให้ใต้ทุกๆ ที่นั่ง ทำให้ผมสามารถใช้ Laptop ได้สะดวกตลอดการเดินทาง (และในตอนที่เขียนตอนนี้ผมก็อยู่บนเครื่องนี้แหละ โดยขณะนี้เวลา 9.27 AM วันที่ 25/7/08) เรานั่งเครื่องมาได้ประมาณ 12 ชั่วโมงแล้ว นอนมาตลอดทาง อีกไม่กี่ชั่วโมงจะถึง LA แล้วละ ในที่สุดก็มาถึงสนามบิน LA อากาศที่นี่ไม่หนาวเท่าไร แต่เราค่อนข้างกังวล เพราะว่าเครื่องของเรา Delay ไป 2 ชั่วโมงซึ่งเราต้องมาต่อเครื่องของ United Airline อีกที ซึ่งปรากฏว่าพอมาถึงแล้ว สายการบิน United Airline ยกเลิกเที่ยวบินไปแล้ว ทำให้เราต้องดำเนินการ โดยออกจาก Teminal 7 (ที่ๆเราลง) ออกมา แล้วเดินทางไป Teminal 5 เพื่อไปที่ United Airline และทำการแจ้งว่าจะทำยังไง เพราะเราต้องเดินทางไปที่ NewYork และต่อเครื่องบินของสายการ Delta Airline อีกที เพื่อไปที่ Chicago ซึ่งหากพลาดการบินครั้งนี้ เท่ากับพลาดของอีกเที่ยวบินที่เราจะต้องไปด้วย .... คุยต่อรองต่ออยู่นาน เค้าก็บอกว่าให้ไปคุยกับ สายการบินไทยที่ผิด ที่ Delay เอง..! เราก็ต้องนั่งรถจาก Teminal 5 ไปอีก Terminal (จากTeminal หนึ่งไปอีกแห่งหนึ่งประมาณ 5 นาทีโดยรถบัส ที่มีวิ่งตลอด) แต่ของและกระเป๋าที่เราต้องแบกไปด้วย ตลอดโดยเฉพาะผม ญาติผมฝากของไปให้ญาติที่ NewYork ซึ่งผมต้องลากไปด้วย (ฝากมาเป็นกระเป๋าใหญ่มาก ทำให้ผมมี 2 กระเป๋าใหญ่ๆ) เดินทางลากกระเป๋าไปมาระหว่าง teminalไปถึงก็คุยกับสายการบินไทย เค้าก็ยอม ให้ที่พักเป็นโรงแรม Ramada 1 คืน 3 ห้อง และบอกว่าหากจะให้จัดการเรื่องเที่ยวบิน ต้องกลับไปที่สายการบิน United Airline เพราะเค้าเป็นคนยกเลิก Flight เอง เราก็ต้องนั่งรถกลับไปที่ Terminal 5 อีก แล้วกลับไปคุยกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเราอยู่ที่นั้นนานมาก เป็นชั่วโมงๆ ซึ่งเวลานั้นประมาณ ตี 2 กว่าแล้ว ในที่สุดเราก็ขอเค้าว่า เราไม่บินต่อเครื่องที่ NewYork เพื่อไป Chicago แล้ว (ใช้เวลาบินจาก LA ไป NewYork ประมาณ 6 ชั่วโมง และจาก New York ไป Chicago ประมาณ 2 ชั่วโมง) เราขอเปลี่ยนให้บินตรงจาก LA ไป Chicago เลย ซึ่งตกลงกันอยู่นาน กว่าจะได้ และก็เหมารถตู้มาที่โรงแรม Ramada ห่างจากสนามบินประมาณ 15 นาที มาถึงโรงแรม เราก็เอาของไปเก็บ พวกเราหิวมากๆ และก็เดินไปร้านอาหาร Denny ร้านอาหาร American Food ใกล้ๆ นั้น ผมสั่ง Double Cheese Burger ใหญ่มาก กินกันเสร็จก็กลับมาที่โรงแรม แล้วแยกย้ายกันเข้าห้อง ผมนอนกับ Hiro พี่สันติ นอนกับพี่ เอเค เจ๊ต่ายนอนอีกห้อง..... Double Cheese Burger ใหญ่มากกก โรงแรมที่เราพักคืนแรก ramadaสามารถดูภาพ และคำบรรยายภาพแบบเต็มๆ ได้ที่ http://www.flickr.com/photos/pawoot { Last Page } { Page 1 of 4 } { Next Page } |
About MeMy Profile Archives Friends My Photo Album LinksCategoriesTARAD Developmentกิจกรรมชาว TARAD ชีวิตประจำวัน เที่ยว เที่ยว เที่ยว แนวความคิด Recent Entriesอะไรๆ ก็สำเร็จได้..... ถ้าคุณสร้างโอกาสให้กับตัวเอง.! <-- โคตรชอบเลยบทความนี้.!สรุป 5 หลุมพราง ของ CEO สนุกจัง BarCampBangkok 3 ความสุขของเราอยู่ไหนกันเนี่ย? มาดูเทคนิคหามันกัน..! โครงการช่วยชาติช่วยเศรษฐกิจไทยด้วยอินเทอร์เน็ต (National Online Campaign) Friendskornkamonpizzagreezi poosechuan My Photosจองโรงแรม เว็บบอร์ด E-Commerce คืออะไร สินค้า ฮอตฮิต |
|