|

112 อย่าดูหมิ่นสตรี
ปัญหา เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่ง ขณะที่พระเจ้าปเสนทิโกศลกำลังประทับนั่งเฝ้าพระพุทธเจ้าอยู่ ราชบุรุษได้เข้ามาทูลว่า พระราชินีประสูติพระราชธิดาออกมา พระราชาทรงผิดหวังมาก เพราะพระองค์ต้องการโอรส เช่นเดียวกับชาวอินเดียทั้งหลาย ที่อยากได้บุตรชายมากว่าบุตรหญิง ?
พุทธดำรัส ตอบ “ดูก่อนมหาบพิตร ผู้เป็นใหญ่ยิ่งกว่าปวงชน แท้จริงแม้สตรีบางคนก็เป็นผู้ประเสริฐ พระองค์จงชุบเลี้ยงไว้ สตรีที่มีปัญญา มีศีลปฏิบัติพ่อผัว แม่ผัวดังเทวดา จงรักสามี ฯ
“บุรุษที่เกิดจากสตรีนั้น ย่อมเป็นคนแกล้วกล้า เป็นเจ้าแห่งทิศได้บุตรของภริยาที่ดีเช่นนั้น แม้ราชสมบัติก็ครอบครองได้”
ธีตุสูตรที่ ๖ ส. สํ. (๓๗๗)
ตบ. ๑๕ : ๑๒๕ ตท. ๑๕ : ๑๒๑
ตอ. K.S. I : ๑๑๑
398 ทุกข์พิเศษของสตรี
ปัญหา สตรีมีความทุกข์พิเศษเฉพาะเพศ ๕ ประการคืออะไรบ้าง ?
พุทธดำรัส ตอบ “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มาตุคามมีความทุกข์พิเศษ ที่ตนจะต้องเสวยนอกเหนือไปจากบุรุษ ๕ ประการ
“มาตุคามในโลกนี้ เมื่อยังสาวย่อมไปสู่สกุลผัว โดยปราศจากเหล่าญาติ ๑....
“มาตุคามต้องมีระดู นี้เป็นทุกข์พิเศษข้อที่ ๒
“มาตุคามต้องมีครรภ์ นี้เป็นทุกข์พิเศษข้อที่ ๓
“มาตุคามต้องคลอดบุตร นี้เป็นทุกข์พิเศษข้อที่ ๔
“มาตุคามต้องบำเรอบุรุษ นี้เป็นทุกข์พิเศษข้อที่ ๕”
อาเวณิกสูตร สฬา. สํ. (๔๖๒-๔๖๖)
ตบ. ๑๘ : ๒๙๗ ตท. ๑๘ : ๒๗๔
ตอ. K.S. ๔ : ๑๖๒-๑๖๓
397 สตรีที่บุรุษชอบและไม่ชอบ
ปัญหา สตรีที่มีคุณสมบัติอย่างไร บุรุษจึงชอบ และไม่ชอบ ?
พุทธดำรัส ตอบ “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มาตุคาม (แม่บ้าน) ผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ย่อมไม่เป็นที่ชอบใจของบุรุษโดยส่วนเดียว องค์ ๕ คืออะไร คือ รูปไม่สวย ๑ ไม่มีโคสมบัติ ๑ ไม่มีศีล ๑ เกียจคร้าน ๑ ไม่ได้บุตรจากเขา ๑
“มาตุคามผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ย่อมเป็นที่ชอบใจของบุรุษโดยส่วนเดียว คือ รูปสวย ๑ มีโภคสมบัติ ๑ มีศีล ๑ ขยันไม่เกียจคร้าน ๑ ได้บุตรจากเขา ๑”
อมนาปสูตร สฬา. สํ. (๔๕๘-๔๕๙)
ตบ. ๑๘ : ๒๙๖ ตท. ๑๘ : ๒๗๓
ตอ. K.S. ๔ : ๑๖๒
408 เหตุให้คนใจดี-ใจร้าย
ปัญหา อะไรเป็นเหตุให้คนบางคนดุ ใจร้าย อะไรเป็นเหตุให้คนบางคนเป็นคนใจดี ?
พุทธดำรัส ตอบ “ดูก่อนนายคามณี คนบางคนในโลกนี้ยังละราคะไม่ได้ ยังละโทสะไม่ได้ ยังละโมหะไม่ได้ เพราะเป็นผู้ยังละราคา โทสะ โมหะ ไม่ได้ คนอื่นจึงทำให้โกรธได้ เมื่อถูกคนอื่นยั่วให้โกรธอยู่จึงแสดงความโกรธให้ปรากฏ ผู้นั้นจึงนับได้ว่าเป็นคนดุ
“ดูก่อนนายคามณี ส่วนคนบางคนในโลกนี้ละราคะได้แล้ว ละโทสะ ได้ ละโมหะได้ เพราะละราคา โทสะ โมหะ ได้ คนอื่นจึงทำให้โกรธไม่ได้ คนที่ละราคา โทสะ โมหะ ได้แล้ว ถูกคนอื่นยั่วให้โกรธก็ไม่แสดงความโกรธให้ปรากฏ”
จัณฑสูตร ดามณิสังยุต สฬา. สํ. (๕๘๖-๕๘๗)
ตบ. ๑๘ : ๓๗๖-๓๗๗ ตท. ๑๘ : ๓๓๕
ตอ. K.S. ๔ : ๒๑๓-๒๑๔
427 ความมีมิตรดีสำคัญที่สุด
ปัญหา พระอานนท์กราบทูลพระพุทธองค์ว่า ความเป็นผู้มีมิตรสหายดีเท่ากับเป็นครึ่งหนึ่งของแห่งพรหมจรรย์ทีเดียว จริงหรือไม่ ?
พุทธดำรัส ตอบ “ดูก่อนอานนท์ เธออย่างได้กล่าวอย่างนั้น ความเป็นผู้มีมิตรดี มาหายดี มีเพื่อนดีนี้เป็นพรหมจรรย์ทั้งหมดทีเดียว ดูก่อนอานนท์ ภิกษุผู้มิตรดี พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ จักทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคมีองค์ ๘
“ดูก่อนอานนท์ ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ อย่างไร? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ สัมมากังกัปปะ สัมมาวาจา อาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธน้อมไปในการสละ ด้วยว่าสัตว์ผู้มีชาติเป็นธรรมดา ผู้มีชราเป็นธรรมดา ผู้มีมรณะเป็นธรรมดา ผู้มีโศกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส เป็นธรรมดา ย่อมพ้นไปจาก ชาติ ชรา มรณะ โศกะ ปริเวทะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส เพราะอาศัยเราผู้เป็น กัลยาณมิตร....”
อุปัฑฒสูตร มหา. สํ. (๔-๗)
ตบ. ๑๙ : ๒-๓ ตท. ๑๙ : ๒-๓
ตอ. K.S. ๕ : ๒-๓
600 คนที่ควรเฉยเมย
ปัญหา คนชนิดไหนเป็นคนที่เราควรเฉยเสีย ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าใกล้ ?
พุทธดำรัส ตอบ “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นคนเจ้าโทสะ มากด้วยความแค้นใจ แม้ถูกว่าแม้เพียงเล็กน้อยก็ขัดใจ โกรธเคือง พยาบาท...แสดงความโกรธ ความขัดเคือง และความโทมนัสให้ปรากฏเปรียบเหมือนแผลเก่า ถูกไม้หรือกระเบื้องกระทบเข้าย่อมให้สิ่งหมักหมมกระจัดกระจายมากมาย.... เปรียบเหมือนถ่านไม้มะพลับ ถูกไม้หรือกระเบื้องกระทบเข้า ย่อมแตกเสียงดังจิจิ...เปรียบเหมือนหลุมอุจจาระ ถูกไม้หรือกระเบื้องกระทบเข้า ย่อมส่งกลิ่นเหม็นฟุ้งขึ้น... บุคคลเช่นนี้ ควรวางเฉย ไม่ควรคบ เพราะเหตุไร ? เพราะเขาถึงด่าบ้าง บริภาษบ้าง ทำความเสียหายให้เราบ้าง....”
ชิคุจฉสูตร ติก. อํ. (๔๖๖)
ตบ. ๒๐ : ๑๕๘-๑๕๙ ตท. ๒๐ : ๑๔๓
ตอ. G.S. ๑ : ๑๐๙

400 กำลัง ๕ ของสตรี
ปัญหา กำลัง ๕ ประการของมาตุคาม คืออะไรบ้าง ? กำลังอย่างเดียวของบุรุษคืออะไร ?
พุทธดำรัส ตอบ “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มาตุคามมีกำลัง ๕ ประการเหล่านี้ คือ กำลังคือรูป ๑ กำลังคือทรัพย์ ๑ กำลังคือญาติ ๑ กำลังคือบุตร ๑ กำลังคือศีล ๑ มาตุคามผู้ประกอบด้วยกำลัง ๕ ประการนี้แล ย่อมสามารถอยู่ครองเรือนได้ ย่อมบังคับสามารถให้อยู่ครองเรือนได้ ย่อมประพฤติข่มขี่สามีได้...
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ส่วนบุรุษผู้ประกอบด้วยกำลังอย่างเดียว ย่อมประพฤติข่มขี่มาตุคามได้ กำลังอย่างเดียวนั้นคืออะไร ได้แก่กำลังคือความเป็นผู้มีอำนาจ กำลังคือรูป กำลังคือทรัพย์ กำลังคือญาติ กำลังคือบุตร กำลังคือศีล จะต้องป้องกันมาตุคามที่ถูกบุรุษครอบงำแล้ว ด้วยกำลังมือความเป็นผู้มีอำนาจไม่ได้เลย....”
095 ยอดของภรรยา
ปัญหา (เทวดากล่าวเป็นเชิงแสดงทรรศนะ) กษัตริย์ประเสริฐสุดกว่าสัตว์สองเท้า โคประเสริฐสุดกว่าสัตว์สี่เท้า ภรรยาที่เป็นนางกุมารีประเสริฐสุดกว่าภรรยาทั้งหลาย บุตรใดเป็นผู้เกิดก่อน บุตรนั้นประเสริฐสุดกว่าบุตรทั้งหลาย ?
พุทธดำรัส ตอบ “พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐสุดกว่าสัตว์สองเท้า “สัตว์อาชาไนยประเสริฐสุกกว่าสัตว์สี่เท้า
“ภรรยาที่ปรนนิบัติดีประเสริฐสุดกว่าภรรยาทั้งหลาย
“บุตรใดเป็นผู้เชื่อฟัง บุตรนั้นประเสริฐสุดกว่าบุตรทั้งหลาย”
ขันติยสูตร ส.สํ. (๓๐-๓๑)
ตบ. ๑๕ : ๑๐ ตท. ๑๕ : ๙-๑๐
ตอ. K.S. I : ๑๑
094 ยอดของความรัก
ปัญหา (เทวดากล่าวเป็นเชิงแสดงทรรศนะของตน) ความรักเสมอด้วยความรักบุตรไม่มี ทรัพย์เสมอด้วยโคไม่มี แสงสว่างเสมอด้วยดวงอาทิตย์ย่อมไม่มี สระทั้งหลายมีทะเลเป็นยอด?
พุทธดำรัส ตอบ “ความรักเสมอด้วยความรักตนไม่มี ทรัพย์เสมอด้วยข้าวเปลือกย่อมไม่มี แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาย่อมไม่มี ฝนต่างหากเป็นสระยอดเยี่ยม”
นันถิปุตตสมสูตร ส.สํ. (๒๘-๒๙)
ตบ. ๑๕ : ๙ ตท. ๑๕ : ๙
ตอ. K.S. I : ๑๐

066 หญิงที่ไม่ควรละเมิด
ปัญหา ในฝ่ายหญิงนั้น หญิงมีลักษณะเช่นไรบ้างที่ชายไม่พึงละเมิด ถ้าละเมิด จะเป็นการล่วงละเมิดศีลข้อกาเมสุมิจฉาจาร ?
พุทธดำรัส ตอบ “.....ไม่เป็นผู้ละเมิดจารีตในหญิงที่มารดารักษาบ้าง หญิงที่บิดารักษาบ้าง หญิงที่ทั้งมารดาทั้งบิดารักษาบ้าง หญิงที่พี่ชายรักษาบ้างหญิงที่พี่สาวรักษาบ้าง หญิงที่ญาติรักษาบ้าง หญิงที่ยังมีสามีอยู่บ้าง หญิงที่มีสินไหมติดตัวอยู่บ้าง ที่สุดแม้หญิงที่ชายคล้องพวงดอกไม้หมั้นไว้.....”
เสวิตัพพาเสวิตัพพ ปญ
สูตร อุ. ม. (๒๐๒)
ตบ. ๑๔ : ๑๔๗ ตท. ๑๔ : ๑๒๕
ตอ. MLS. III : ๙๕
240 ภรรยา ๗ ประเภท
ปัญหา พระผู้มีพระภาคทรงจำแนกภรรยาไว้กี่ประเภท มีอะรบ้าง ?
พุทธดำรัส ตอบ “......ดูก่อนสุชาดา ภรรยาของบุรุษ ๗ จำพวกนี้... คือ ภรรยาเสมอด้วยเพชฌฆาต ๑ ภรรยาเสมอด้วยโจร ๑ ภรรยาเสมอด้วยนาย ๑ ภรรยาเสมอด้วยแม่ ๑ ภรรยาเสมอด้วยพี่สาวน้องสาว ๑ ภรรยาเสมอด้วยเพื่อน ๑ ภรรยาเสมอด้วยทาสี ๑
ปัญหา ที่ว่าภรรยาเสมอด้วยเพชฌฆาตนั้น เป็นอย่างไร ?
พุทธดำรัส ตอบ “.....ภรรยาผู้มีจิตประทุษร้าย ไม่อนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูล ยินดีในชายอื่น ดูหมิ่นสามี เป็นผู้อันเขาซื้อมาด้วยทรัพย์ พยายามจะฆ่าผัว ภรรยาของบุรุษเห็นปานนี้เรียกว่าวธกาภริยา ภรรยาผู้เสมอด้วยเพชฌฆาต”
ปัญหา ที่ว่าภรรยาเสมอด้วยโจร นั้น มีลักษณะอย่างไร ?
พุทธดำรัส ตอบ “.....สามีของหญิงประกอบด้วยศิลปกรรม พาณิชยกรรม และกสิกรรม ได้ทรัพย์ใดมา ภรรยาปรารถนาจะยักยอกทรัพย์แม้มีอยู่น้อยนั้นเสีย ภรรยาของบุรุษเห็นปานนี้เรียกว่าโจรภริยา ภรรยาผู้เสมอด้วยโจร”
ปัญหา ที่ว่าภรรยาเสมอด้วยนายนั้น มีลักษณะอย่างไร ?
พุทธดำรัส ตอบ “.....ภรรยาที่ไม่สนใจการงาน เกียจร้าน กินมาก ปากร้าย ปากกล้า ร้ายกาจ กล่าวคำหยาบข่มขี่สามีผู้ขยันขันแข็ง ภรรยาของบุรุษเห็นปานนี้เรียกว่าอัยยภริยา ภรรยาผู้เสมอด้วยนาย”
ปัญหา ที่ว่าภรรยาเสมอด้วยแม่นั้น มีลักษณะอย่างไร ?
พุทธดำรัส ตอบ “.....ภรรยาใดอนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูลทุกเมื่อ ตามรักษาสามีเหมือนมารดารักษาบุตร รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้ไว้ ภรรยาของบุรุษเห็นปานนี้เรียกว่ามาตาภริยา ภรรยาผู้เสมอด้วยแม่”
ปัญหา ที่ว่าภรรยาเสมอด้วยพี่สาวน้องสาวนั้น มีลักษณะอย่างไร ?
พุทธดำรัส ตอบ “.....ภรรยาที่เป็นเหมือนพี่สาวน้องสาว มีความเคารพในสามีของตน เป็นคนละอายาบาป เป็นไปตามอำนาจสามี ภรรยาของบุรุษเห็นปานนี้เรียกว่าภคินีภริยา ภรรยาผู้เสมอด้วยพี่สาวน้องสาว”
ปัญหา ที่ว่าภรรยาเสมอด้วยเพื่อนนั้น มีลักษณะอย่างไร ?
พุทธดำรัส ตอบ “.....ภรรยาใดในโลกนี้ เห็นสามีและชื่นชมยินดีเหมือนเพื่อนผู้จากไปนานแล้วกลับมา เป็นหญิงมีตระกูล มีศีล มีวัตร ปฏิบัติสามี ภรรยาของบุรุษเห็นปานนี้เรียกว่าสขีภริยา ภรรยาผู้เสมอด้วยเพื่อน”
ปัญหา ที่ว่าภรรยาเสมอด้วยทาสีนั้น มีลักษณะอย่างไร ?
พุทธดำรัส ตอบ “.....ภรรยาสามีเฆี่ยนตี ขู่ตะคอก ก็ไม่โกรธ ไม่คิดพิโรธโกรธตอบสามี อดทนได้ เป็นไปตามอำนาจสามี ภรรยาของบุรุษเห็นปานนี้เรียกว่าทาสีภริยา ภรรยาผู้เสมอด้วยทาสี”
ภริยาสูตร ส. อํ. (๖๐)
ตบ. ๒๓ : ๙๓-๙๕ ตท. ๒๓ : ๘๗-๘๘
ตอ. G.S. IV : ๕๗-๕๘

402 ยอดปรารถนาของสตรี
ปัญหา อะไรคือยอดปรารถนาของสตรี และทำอย่างไรจึงจะได้สิ่งที่ปรารถนานั้น ?
พุทธดำรัส ตอบ “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฐานะ ๕ ประการนี้ อันมาตุคามผู้ได้ทำบุญไว้แล้ว อาจจะได้โดยง่าย ฐานะ ๕ ประการคืออะไร ? คือ ความปรารถนาที่ว่า ขอเราพึงเกิดในสกุลอันเหมาะสม ๑ ขอเราพึงไปสู่สกุล (ได้สามี) ที่เหมาะสม ๑ ขอเราพึงอยู่ครองเรือนโดยไม่มีหญิงร่วมสามี ๑ ขอเราพึงมีบุตร ๑ ขอเราพึงประพฤติครอบงำสามีได้ ๑...”
วิสารทสูตร สฬา. สํ. (๔๙๔)
ตบ. ๑๘ : ๓๐๘ ตท. ๑๘ : ๒๘๔-๒๘๕
ตอ. K.S. ๔ : ๑๖๘
579 สุขแบบต่าง ๆ
ปัญหา ความสุขในโลกมีอะไรบ้าง และสุขแบบไหนประเสริฐกว่า ?
พุทธดำรัส ตอบ “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้... คือ สุขของคฤหัสถ์ ๑ สุขเกิดแต่บรรพชา...๑ บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขเกิดแต่บรรพชาเป็นเลิศ
“สุข ๒ อย่างนี้ คือ สุขเกิดจากกาม ๑ สุขเกิดจากการออกจากกาม ๑ บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขเกิดจากการออกจากกามเป็นเลิศ
“สุข ๒ อย่างนี้ คือ สุขเจือด้วยกิเลส ๑ สุขไม่เจือด้วยกิเลส ๑ บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขไม่เจือด้วยกิเลส เป็นเลิศ
“สุข ๒ อย่างนี้ คือ สุขมีอาสวะ ๑ สุขไม่มีอาสวะ ๑ บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขไม่มีอาสวะเป็นเลิศ
“สุข ๒ อย่างนี้ คือ สุขอิงอามิส ๑ สุขไม่อิงอามิส ๑ บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขไม่อิงอามิสเป็นเลิศ
“สุข ๒ อย่างนี้ คือ สุขของพระอริยเจ้า ๑ สุขของปุถุชน ๑ บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขของพระอริยเจ้าเป็นเลิศ
“สุข ๒ อย่างนี้ คือ สุขทางกาย ๑ สุขทางใจ ๑ บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขทางใจเป็นเลิศ
“สุข ๒ อย่างนี้ คือ สุขอันเกิดแต่ฌานที่ยังมีปีติ ๑ สุขอันเกิดแก่ฌานที่ไม่มีปีติ ๑ บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขอันเกิดแต่ฌานไม่มีปีติ เป็นเลิศ
“สุข ๒ อย่างนี้ คือ สุขอันเกิดแต่ความยินดี ๑ สุขอันเกิดแต่ความวางใจเป็นกลาง ๑ บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขเกิดแต่การวางใจเป็นกลางเป็นเลิศ
“สุข ๒ อย่างนี้ คือ สุขอันเกิดแต่สมาธิ ๑ สุขเกิดจากใจใช่สมาธิ ๑ บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขเกิดแต่สมาธิ เป็นเลิศ
“สุข ๒ อย่างนี้ คือ สุขที่มีรูปเป็นอารมณ์ ๑ สุขที่ไม่มีรูปเป็นอารมณ์ ๑ บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขไม่มีรูปเป็นอารมณ์ เป็นเลิศ
ทุ. ทุก. อํ. (๒๐๙-๓๒๑)
ตบ. ๒๐ : ๑๐๐-๑๐๒ ตท. ๒๐ : ๙๐-๙๑
ตอ. G.S. ๑ : ๗๔
580 อันตรายของคนพาล
ปัญหา คนพาลมีอันตรายอย่างไรบ้าง ?
พุทธดำรัส ตอบ “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไฟอันลุกลามมาจากเรือนทำด้วยไม้อ้อหรือหญ้านั้น ย่อมไหม้แม้เรือนยอดที่เขาโบกปูนทั้งภายในภายนอก ลมพัดเข้าไม่ได้ มีบานประตูมิดชิด มีหน้าต่างปิดแน่นแม้ฉันใด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภัย.... อันตราย....อุปสรรคที่จะเกิดขึ้นทั้งสิ้นนั้น ย่อมเกิดขึ้นแต่คนพาล การเกิดขึ้นแต่บัณฑิตไม่ฉันนั้นเหมือนกันแล...”
กายสูตร ติก. อํ. (๔๔๐)
ตบ. ๒๐ : ๑๒๗ ตท. ๒๐ : ๑๑๔
ตอ. G.S. ๑ : ๘๗

109 รักตนให้ถูกทาง
ปัญหา คนทุกคนย่อมรักตนยิ่งกว่าคนอื่นสิ่งอื่น แต่ส่วนมากรักตนแล้วไม่รู้ว่าจะปฏิบัติต่อตนอย่างไร พระผู้มีพระภาคทรงแนะวิธีปฏิบัติอย่างไรในเรื่องนี้ ?
พุทธดำรัส ตอบ “.....ถูกแล้ว ๆ มหาบพิตร เพราะว่าชนบางพวกย่อมประพฤติทุจริตด้วยกาย วาจา ใจ ชนเหล่านั้นไม่ชื่อว่ารักตน ถึงแม้พวกเขาจะกล่าวอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายมีความรักตน ถึงเช่นนั้นพวกเขาก็ชื่อว่าไม่มีความรักตน ข้อนั้นเป็นเพราะเหตุอะไร ก็เพราะเหตุว่า ชนผู้ไม่รักใคร่กันย่อมทำความเสียหายให้แก่ผู้ไม่รักใคร่กันได้โดยประการใด พวกเขาเหล่านั้นย่อมทำความเสียหายแก่ตนด้วยตนเองได้โดยประการนั้น พวกเขาเหล่านั้นจึงชื่อว่าไม่รักตน
“ส่วนว่าชนบางพวกย่อมประพฤติสุจริต ด้วยกาย วาจา ใจ พวกเหล่านั้นชื่อว่ารักตน ถึงแม้พวกเขาจะกล่าวอย่างนี้วา เราไม่รักตน ถึงเช่นนั้นพวกเหล่านั้นก็ชื่อว่ารักตน ข้อนั้นเป็นเหตุอะไร ก็เพราะเหตุว่าชนผู้ที่รักใคร่กันย่อมทำความดีความเจริญให้แก่ชนผู้ที่รักใคร่กันได้โดยประการใด พวกเหล่านั้นย่อมทำความดีความเจริญแก่ตนด้วยตนเองได้โดยประการนั้น ฉะนั้นพวกเหล่านั้นจึงชื่อว่ารักตน”
ปิยสูตรที่ ๔ ส. สํ. (๓๓๕)
ตบ. ๑๕ : ๑๐๓-๑๐๔ ตท. ๑๕ : ๑๐๒
ตอ. K.S. I : ๙๘
ทิศ ทั้ง ๖
เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ ความรัก เยี่ยงหนุ่ม สาว
ผมมักพูดเสมอครับว่า ความรักที่ดีของผม ต้องทำให้แฟนของตนเป็นเพื่อนให้ได้ ก็บังเอิญว่ามีตรงกับพุทธธรรมที่กล่าวถึง สิ่งที่ประพฤติ ต่อทิศ ทั้ง๖ ได้แก่ บิดามารดา-ลูก,ครูบาอาจารย์-ศิษย์,สามี-ภรรยา,มิตร-มิตร,นายจ้าง-ลูกจ้าง,พระสงฆ์ - คาราวาส ซึ่งดูแล้ว จะหาข้อเกี่ยวข้องกับ ความรัก หนุ่ม-สาวนั้น เกี่ยวอยู่ ๒ ข้อ คือ สามี-ภรรยา กับ เพื่อน-เพื่อน
|
สามีพึงบำรุงภรรยา ดังนี้
|
ภรรยาอนุเคราะห์สามี ดังนี้
|
|
๑
ยกย่องสมฐานะภรรยา
๒. ไม่ดูหมิ่น
๓. ไม่นอกใจ
๔. มอบความเป็นใหญ่ในงานบ้านให้
๕. หาเครื่องประดับมาให้เป็นของขวัญ ตามโอกาส |
๑
. จัดงานบ้านให้เรียบร้อย
๒.สงเคราะห์ญาติมิตรทั้งสองฝ่ายด้วยดี
๓. ไม่นอกใจ
๔. รักษาสมบัติที่หามาได้
๕. ขยันไม่เกียจคร้านในงานทั้งปวง |
|
พึงบำรุงมิตรสหาย ดังนี้
|
มิตรสหายอนุเคราะห์ตอบ ดังนี้
|
|
๑
. เผื่อแผ่แบ่งปัน
๒. พูดจามีน้ำใจ
๓. ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
๔. มีตนเสมอร่วมสุขร่วมทุกข์ด้วย
๕. ซื่อสัตย์จริงใจต่อกัน |
๑
. เมื่อเพื่อนประมาทช่วยรักษาป้องกัน
๒. เมื่อเพื่อนประมาท ช่วยรักษาทรัพย์สมบัติของเพื่อน
๓. ในคราวมีภัย เป็นที่พึ่งได้
๔. ไม่ละทิ้งในยามทุกข์ยาก
๕. นับถือตลอดถึงวงศ์ญาติของมิตร |
|